
สอบสวน'อีโบลา'ผลเลือดไม่พบเชื้อ!
02 ก.ย. 2557
สธ.กักหญิงชาวกินีตรวจโรคอีโบลา หลังเดินทางเข้าไทยแล้วมีไข้สูง อาเจียน ตรงตามเกณฑ์เฝ้าระวังเข้มงวด ผลเลือดเบื้องต้นไม่พบเชื้อไวรัสมรณะ
2 ก.ย. 57 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานว่า พบหญิงสาวชาวกินี อายุ 24 ปี ที่เดินทางเข้ามาในไทย และมีลักษณะเข้าเกณฑ์ต้องสอบสวนโรคอีโบลาแล้ว 1 คน
นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า จากมาตรการเฝ้าระวังโรคอีโบลาของกระทรวงสาธารณสุข ขณะนี้พบผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคอีโบลารายแรกในประเทศไทย เป็นหญิงชาวกินี อายุ 24 ปี มีอาการไข้ 38.8 องศาเซลเซียส เจ็บคอ มีน้ำมูก อาเจียน ได้รับตัวไว้รักษาในห้องแยกโรคปรับความดันที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดแห่งหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน และให้การดูแลตามมาตรฐานสากลของการรักษาตามอาการเหมือนโรคไข้หวัดใหญ่และโรคติดเชื้อทั่วไป
นพ.ณรงค์ กล่าวว่า หญิงรายนี้เดินทางจากประเทศกินีมาถึงไทยเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ผ่านด่านควบคุมโรคที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยไม่มีอาการไข้ แต่อาการไข้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม และได้เดินทางไปพบแพทย์เพื่อขอให้ตรวจรักษา ซึ่งแพทย์ได้ตรวจวัดสัญญาณชีพและวัดไข้ทุก 4 ชั่วโมง พบว่าอาการไข้ลดลงแล้ว
"แพทย์ได้เจาะเลือดส่งตรวจหาเชื้ออีโบลาครั้งที่ 1 ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจะวางแผนเจาะเลือดครั้งที่ 2 ในวันที่ 4 กันยายน เพื่อยืนยันผลซ้ำ และขอย้ำว่า ผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรครายนี้ยังไม่ได้เป็นผู้ป่วยติดเชื้ออีโบลา แต่เมื่อมีอาการไข้และประวัติเดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคก็ต้องตรวจสอบตามมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น"
นพ.ณรงค์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับหญิงชาวกินีรายนี้อีก 16 คน ทั้งคนไทยและต่างประเทศ โดยทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วกำลังเข้าไปสอบสวนโรค หากพบว่ามีความเสี่ยงสูงจะรับตัวเข้ามาไว้ที่ห้องแยกโรคปรับความดันในโรงพยาบาล จนพ้นระยะฟักตัวของโรค 21 วัน หรือจนกว่าห้องปฏิบัติการจะยืนยันผล ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ที่ให้การดูแลรักษาผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคนี้จะใส่ชุดกาวน์กันน้ำที่สามารถป้องกันโรคได้ในระดับสูง
นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับอาการของผู้ที่จะเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคอีโบลาจะแบ่งเป็น 4 ระดับ ได้แก่ 1.ผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค คือ ผู้ที่มีอาการไข้ เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค 2.ผู้ต้องสงสัย นอกจากจะมีอาการไข้ เดินทางจากประเทศที่มีการระบาดแล้ว จะมีอาการชัดเจน เช่น เลือดออก 3.ผู้ที่น่าจะเป็นโรคอีโบลา ได้แก่ ผู้ที่มีลักษณะตามข้อ 1, 2 และมีประวัติสัมผัสผู้ป่วยในพื้นที่แต่ยังไม่มีผลตรวจยืนยัน และ4.มีผลยืนยันทางห้องปฏิบัติการชัดเจน
"หญิงรายดังกล่าวถือว่าเข้าข่ายกรณีแรกคือเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค เพราะเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงและมีไข้ ส่วนประวัติการสัมผัสของหญิงรายดังกล่าวในพื้นที่กินี ต้องรอให้ทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วสัมภาษณ์ประวัติอย่างละเอียดอีกครั้ง"
สถานการณ์ล่าสุดการแพร่ระบาดของโรคอีโบลา องค์การอนามัยโลกรายงานว่า พบผู้ป่วยสะสมทั่วโลก 3,069 ราย เสียชีวิต 1,552 ราย อัตราป่วยเสียชีวิตอยู่ที่ 51%
ผลเลือดเบื้องต้นไม่พบเชื้อไวรัสมรณะ
นพ.ณรงค์ กล่าวว่า ผลการส่งเลือดหญิง วัย 24 ปี ชาวกินี ไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ผลเบื้องต้นตรงกัน คือ เป็นลบ ไม่พบเชื้อไวรัสอีโบลา
------------------------------
(หมายเหตุ : ภาพประกอบข่าว)



