
โรดแม็พการศึกษาชัด!'รมต.'ต้องคิดนอกกรอบ
โรดแม็พการศึกษาชัด!'รัฐมนตรี'ต้องคิดนอกกรอบ : กมลทิพย์ ใบเงินรายงาน
"ทำอย่างไรก็ได้ ให้เด็กมีเวลา อยู่กับพ่อแม่ ครอบครัว" วรรคทองจากเรียวปากของ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ นายกรัฐมนตรี คนที่ 29 ของประเทศไทย พูดโดนใจหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ค่อนประเทศไทย
"คสช." ภายใต้การนำของ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ ได้วางกรอบการปฏิรูปประเทศไทย 11 ด้าน ได้แก่ 1.การเมือง 2.การบริหารราชการแผ่นดิน 3.กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 4.การปกครองท้องถิ่น 5.การศึกษา 6.เศรษฐกิจ 7.พลังงาน 8.สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม 9.สื่อสารมวลชน 10.สังคม 11.ด้านอื่นๆ
กว่า 10 ปี "การศึกษาไทย" ยังไร้ทิศทาง ไม่มี "โรดแม็พ" ผันแปรเปลี่ยนแปลงไปตามตัวบุคคลที่เป็น "รัฐมนตรี" วนเวียนเข้ามารับ "หน้าเสื่อ" เป็นขุนพลขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาชาติ มีทั้งมาจากพรรคการเมือง และนักวิชาการ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไม่ซ้ำหน้า แต่ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาไทยกลับ "ตกต่ำ" รั้งบ๊วยประเทศในกลุ่มอาเซียน สวนทางกับจำนวนเงินงบประมาณแผ่นดิน ที่ทุ่มลงไปจำนวนมหาศาลหลักแสนล้านบาท มากเป็นอันดับสองของโลก
เรียนฟรีแต่ฟรีไม่จริง แม้ว่าตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 22 24 28 ที่รัฐต้องจัดการศึกษา ตามความถนัดของผู้เรียน ตามความสนใจของผู้เรียน ตามวัยของผู้เรียน ตามศักยภาพของผู้เรียน และเด็กไทยทุกคน ต้องได้เรียนฟรี อย่างมีคุณภาพ เสมอภาค เท่าเทียมกัน
เรียนฟรีไม่จริง ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครอง ส่วนใหญ่ของประเทศ หรือ 80% ที่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ต้องพึ่งเงินกู้นอกระบบ ต้องรอความหวังจากค่าแรงวันละ 300 บาท ทำให้เด็ก ม.3 และ ม.6 ที่มาจากครอบครัวเหล่านี้ หลายคนไม่มีเงินจ่ายค่าบำรุงการศึกษาที่สถานศึกษา ใช้เป็น "เงื่อนไข" จะไม่ให้ "วุฒิการศึกษา" หากไม่ "ยอมจ่าย" จนกลายเป็น "โศกนาฏกรรม" ยิ่งกว่าละครหลังข่าวจอตู้
ระบบแอดมิชชั่นส์ ที่ผู้มีอำนาจอวดอ้างสรรพคุณว่าดีเลิศ!! จะ "ลดความเครียดเด็ก" เพราะได้ "สอบ 2 ครั้ง" เลือกคะแนนที่ดีที่สุด ยื่นเข้าเรียนในคณะที่ใช่ สาขาที่ชอบ แต่ไม่สนใจสังคมว่าเรียนจบแล้วตกงานหรือไม่
ณ วันนี้ พิสูจน์ชัด "แอดมิชชั่นส์" กำลังกลายเป็น "มะเร็งร้าย" กัดกร่อนคุณภาพชีวิต ผู้เรียน พ่อ แม่ ผู้ปกครอง เพราะเด็กต้องโหมเรียนหนัก 8 วิชา ไม่รวมวิชายิบย่อย บางโรงเรียนอัดเข้าไปถึง "29-30 วิชา" แต่ไม่โชว์ในวุฒิบัตร ต้องเรียนทั้งในห้องเรียนเพราะครูกั๊กวิชาความรู้ จึงต้องมาเรียนกวดวิชาเพิ่ม เวลาพักผ่อนแทบไม่มี จึงเป็นที่มาเด็กไทยมีชั่วโมงเรียนมากเป็นอันดับ 2 ของโลก อยู่ที่ "1,200 ชั่วโมงต่อปี" รองจากประเทศในแถบแอฟริกา ที่เรียนหนัก "1,400 ชั่วโมงต่อปี"
เรียนหนัก การบ้านเยอะ แต่ค่าเฉลี่ยไอคิวเด็กไทยแค่ "90" เพราะมีความเชื่อว่าการทำการบ้านบ่อยๆ จะช่วยทำให้ผู้เรียน มี "โอกาส" สอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐ "ยอดนิยม" ได้ แต่คนไทยอีก 20% กลับมีเป้าหมายมุ่งหน้าเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีคุณภาพมาตรฐานไม่ด้อยกว่า ม.รัฐ
นี่เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของปัญหาการศึกษาไทย ที่ทำให้ประเทศไทยพัฒนาได้ไม่เต็มที่ ณ วันนี้ ต้องฝากความหวังเอาไว้กับทุกภาคส่วน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปฏิรูปประเทศ ไล่เรียงมาตั้งแต่คณะกรรมการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ด้านการศึกษา ที่กำลังจะเฟ้นหา "สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)" เพื่อร่วมกันกำหนดโรดแม็พด้านต่างๆ ของประเทศ รวมถึง "ด้านการศึกษา"
เหนืออื่นใด "รัฐมนตรีศึกษาธิการ" ต้องเป็นคนคิดนอกกรอบ ไม่มาจากพรรคการเมือง และไม่ได้มาจากนักวิชาการสติเฟื่อง ที่เก่งแต่เขียนตำราแต่ถ่ายถอดวิชาไม่เป็น
การจัดการการศึกษาต้องเป็นบ่อเกิดของปัญญา การศึกษาต้องสร้างคนให้เป็นคนสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจมีคุณธรรมนำชีวิต การศึกษาต้องสามารถไปเรียนต่อได้ การศึกษาต้องแข่งขันได้ แต่ค่าใช้จ่ายทางการศึกษาต้องน้อยลง ไม่เป็นภาระพ่อ แม่ ผู้ปกครอง
ปลดล็อกแก้ปัญหาการศึกษา ระวังต้องแก้ไขให้ "ตรงจุด" เปรียบดังเวลาสวมเสื้อผ้า หาก "ติดกระดุมเม็ดแรกผิด กระดุมเม็ดต่อไปก็ผิดหมด"
..............
(หมายเหตุ : โรดแม็พการศึกษาชัด!'รัฐมนตรี'ต้องคิดนอกกรอบ : กมลทิพย์ ใบเงินรายงาน)



