
โคลงเคลงบนรถไฟ จากเบอร์ลินไปฮัมบูร์ก
31 ส.ค. 2557
เที่ยวนี้ขอเล่า : โคลงเคลงบนรถไฟ จากเบอร์ลินไปฮัมบูร์ก : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง [email protected] / IG : kan_hongthong
ไม่ว่าจะพาตัวเองไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปทั่วทุกมุมโลก แต่มีอยู่เมืองหนึ่งที่อยู่ในลิสต์เมืองโปรดของฉันมาตลอดคือ เบอร์ลิน
นครหลวงของเยอรมันแห่งนี้ไม่ใช่เมืองสวย ใช่เมืองน่ารักที่โรยไว้ด้วยสีสัน แต่เมืองที่มากมายไปด้วยอดีตเช่นนี้ ไม่ว่าจะเดินเร่ไปมุมไหนก็ดูเหมือนจะมีเรื่องเล่าไปทุกอณูเมือง นั่นแหละเสน่ห์ของเบอร์ลิน
เบอร์ลินเที่ยวนี้ฉันเหาะเหินเดินอากาศไปกับสายการบินยูเครน อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์ไลน์ (www.flyuia.com) ที่นอกจากจะมีเที่ยวบินเข้าเบอร์ลินแล้ว ยังมีอีกหลายเมืองในยุโรป ไม่ว่าจะเป็น ซูริค ปารีส มิวนิค แฟรงก์เฟิร์ต ลอนดอน บรัสเซลส์ โรม และอัมสเตอร์ดัม นอกจากราคาถูกใจสบายกระเป๋า ที่นั่งก็สะดวกสบายด้วย
ส่วนใครที่บินเข้าหัวเมืองอื่นในยุโรป ก็สามารถเดินทางมาหาเบอร์ลินได้ด้วยรถไฟยุโรป (www.raileurope.co.th) เที่ยวนี้ฉันก็พกตั๋วประเภทยูเรล โกลบอล พาสที่ใช้ได้ 24 ประเทศในยุโรปมาด้วย เรียกว่าจะบินเข้าเยอรมันหรือมาจากเมืองอื่นในยุโรปก็สะดวกทั้งสิ้น แถมมีตั๋วแบบนี้ใช้บริการรถไฟประเภท S-Bahn ในเบอร์ลินได้ฟรีอีกด้วย และมีส่วนลดสำหรับโรงแรมบางแห่งด้วย
ถึงจะเป็นคุ้นเคยของเบอร์ลิน แต่เรื่องที่พักก็ยังยากเสมอ เพราะเบอร์ลินเป็นเมืองใหญ่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไปเมื่อมีตัวช่วยอย่างเว็บไซต์จองที่พักเจ้าประจำอย่างอโกดา (www.agoda.com) คลิกไปเจอเรือนพักที่หนึ่งชื่อ Hotel Gat Point Charlie (http://gatrooms.com/charlie) โรงแรมสุดเท่ห์ที่อยู่ใจกลางเมือง และใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างชาร์ลี เช็คพอยท์ โพทส์แดมเมอร์ พลาทซ์ จัตุรัสเกนดาร์เมน ห้องสมุดแห่งเบอร์ลิน อาคารรัฐสภา และถนนสายช็อปปิ้ง
อะไรไม่ดีเท่าโรงแรมนี้ด้านในดีไซน์สุดแนว ทั้งห้องนอนที่ถูกออกแบบให้ดูทันสมัย และห้องอาหารเช้าที่เก๋สุดแรงเกิด เรียกว่าโรงแรมนี้สะท้อนความเป็นเมืองชิคๆ ของเบอร์ลินได้อย่างสมบูรณ์แบบ
พาตัวเองมาถึงเบอร์ลินทั้งที ฉันตระเวนไปในที่ที่รัก ที่ที่ชอบในเบอร์ลิน เริ่มจากที่ใกล้ที่สุดก็เป็น ชาร์ลี เช็คพอยท์ อดีตจุดผ่านแดนที่วันนี้ใครๆ ก็พากันแวะไปเช็กอินแถวนั้น และยังมีพิพิธภัณฑ์ใกล้กับเช็คพอยท์ที่บอกเล่าเรื่องราวริมกำแพงในช่วงที่เบอร์ลินมีกำแพงหนากั้นคนทั้งสองฝั่ง
จากนั้นเดินไปหาโพทส์แดมเมอร์ พลาทซ์ บางมุมของเบอร์ลินยังมีไว้ให้คนรุ่นใหม่ที่ช่างคิด พวกเจ้าไอเดีย และคนคิดนอกกรอบ ได้แสดงฝีไม้ลายมือเอาผลงานมาอวดได้ตามแกลเลอรี่ที่กระจายอยู่ทั่วโซนพอทส์ดัมเมอร์ ปลาตซ์
นี่เป็นอีกมุมหนึ่งของเบอร์ลิน ที่คนรักงานศิลปะสมัยใหม่ หรือพวกที่ชอบศิลปะที่ฉีกแนว ไปเดินป้วนเปี้ยนกันอยู่แถวนี้ เพื่อชื่นชมผลงานในศตวรรษนี้
ออกจากตรงนี้เดินตัดตรงไปหาประตูบรันเดน บวร์ก มุมที่เป็นสัญลักษณ์อันเด่นชัดของเบอร์ลิน ที่ไม่ว่าจะเป็นคนระดับจอมทัพหรือกษัตริย์ก็ล้วนแต่เคยลอดประตูแห่งนี้มาแล้วทั้งสิ้น ทุกวันนี้ นักเดินทางจากทั่วมุมโลกที่ลัดฟ้ามาหาเบอร์ลินจึงมักมาที่ประตูแห่งนี้
และหลังจากเดินทอดน่องบนถนนอุนเทนเดนลินเดนที่ชุ่มโชกไปด้วยประวัติศาสตร์ ฉันก็ลงรถไฟใต้ดินมุ่งหน้าไปหาอีสต์ไซด์แกลเลอรี่ ซากกำแพงที่บอกเล่าอดีตอันปวดร้าวบางส่วนของเบอร์ลินเอาไว้ ที่นี่จึงเหมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ที่คนมาเบอร์ลินทุกคนต้องไปหา
ชีวิตสองสามวันในเบอร์ลิน ฉันยังวนเวียนไปหาสถานที่อันเป็นที่รัก และไหนๆ ก็มาถึงเยอรมันแล้ว จะแวะเที่ยวอีกสักเมืองคงไม่น่าเกลียด เพราะเมื่อมีตั๋วรถไฟยุโรปอยู่ในมือแล้ว จะไปที่ไหนๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก จึงนั่งโคลงเคลงบนรถไฟมุ่งหน้าไปหา เมืองฮัมบูร์ก ที่อยู่ห่างออกไปราวๆ 2 ชั่วโมง
นี่คือเมืองท่าขนาดใหญ่ที่ดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลกให้มาหา และเว็บไซต์อโกดาก็ช่วยค้นหาที่พักให้ตามเคย ลงเอยที่โรงแรม Novum Style Hotels( www.novum-hotels.de) เรือนพักที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ ทั้งสะดวกสบาย อยู่ในย่านที่มีร้านอาหารและใกล้ถนนช็อปปิ้งอย่างมองเคเบิร์ก และไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองด้วย เพราะแค่เดินราวๆ 10 นาที ก็ถึงจัตุรัสประจำเมืองแล้ว
ดูเหมือนเป็นวันที่ไม่ปกติของฮัมบูร์ก เพราะจัตุรัสที่เคยว่างโล่ง วันนี้ดูคึกคักแน่นขนัดไปด้วยผู้คน หลังจากสอบถามคนแถวนั้นได้ความว่าเขากำลังมีเทศกาลไวน์และอาหารจากเมืองสตุทการ์ดมาเปิดพอดี เลยครื้นเครงกันสุดเหวี่ยง
แต่โดยปกติฮัมบูร์กก็น่าเที่ยวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเดินไปมุมไหนของฮัมบูร์ก จึงมีแต่รอยเท้าของนักเดินทาง
จัตุรัสทาวน์ฮอลล์ มีศาลาว่าการ เอาไว้เป็นมุมที่ฮัมบูร์กใช้ต้อนรับแขกเหรื่อจากทั่วมุมโลก อาคารที่ถูกออกแบบสไตล์นีโอ-เรเนสซองส์ และมีหอคอยสูงกว่า 100 เมตร คือสถานที่ราชการที่มีไว้คณะรัฐบาลและรัฐสภาได้นั่งปฏิบัติหน้าที่ อาคารร้านรวงในละแวกนั้น เป็นอาคารเก่าแก่และมากมายไปด้วยประวัติศาสตร์ ทั้งหอการค้า โบสถ์น้อยใหญ่ก็กระจายตัวอยู่ทั่ว
ละจากมุมนี้ไปนิดเดียวเป็นจุดล่องเรือไปตามคูคลองที่เป็นเส้นเลือดฝอยของแม่น้ำเอลเบ้ที่โอบรัดเมืองเอาไว้ ในช่วงซัมเมอร์เรือจะวิ่งไปยัน 2 ทุ่ม แต่ถ้าเป็นเดือนหนาวแค่ 6 โมงเย็น ก็เงียบกริบแล้ว
ฉันนั่งเล่นอยู่ตรงนี้ประเดี๋ยวเดียวก็ขึ้นรถไฟใต้ดินไปเดินเตร่แถวท่าเรือฮัมบูร์ก ข้อหาที่เป็นท่าเรือใหญ่ที่สุดในเยอรมัน และเป็นท่าเรือที่มหึมาติดอันดับโลก ใครๆ ก็ต้องมาเดินเล่นในมุมนี้กัน
ที่จริงแล้ว ฮัมบูร์กมีของดีเรียงรายอยู่ตามทางเดินเลียบทะเล นอกจากจะมองเห็นวิหาร และวิวทิวทัศน์ของท่าเรือแล้ว ยังมีตลาดปลาอายุ 300 กว่าปีตั้งอยู่ด้วย หรือใครที่นิยมแสงสีก็มีย่านรีพเพอร์บาห์นเอาไว้ให้ไนท์ซีอิ้งกัน
จากเบอร์ลินถึงฮัมบูร์ก ฉันค้นพบความจริงหลายประการ อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่า นอกจากยังหลงรักเบอร์ลินไม่เสื่อมคลายแล้ว ยังหลงใหลการนั่งรถไฟในยุโรปอย่างถอนตัวไม่ขึ้นอีกด้วย
------------------------------
(เที่ยวนี้ขอเล่า : โคลงเคลงบนรถไฟ จากเบอร์ลินไปฮัมบูร์ก : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง [email protected] / IG : kan_hongthong)



