ไลฟ์สไตล์

กิจกรรมเยือนบ้านนักเขียน

กิจกรรมเยือนบ้านนักเขียน

31 ส.ค. 2557

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : กิจกรรมเยือนบ้านนักเขียน : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

 
                    ผ.ศ.สมทรง กฤตมโนรถ และท่านอาจารย์กิตติยา สุบรรณจุ้ย แห่ง ม.ราชภัฏเทพสตรี ลพบุรี ศูนย์ตาคลี  พานักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทยวัยหนุ่มสาว 26 ชีวิต  มาเยือนถึงถิ่นกวี อ.ชุมแสง
 
                    เอ่ยถึง ม.ราชภัฏเทพสตรี ลพบุรี  มีใครไม่คิดถึง ท่านอาจารย์ ผ.ศ.ประทีป เหมือนนิล  ผู้มีคุณูปการทางวิชาการด้านภาษาและวรรณกรรม ไม่เพียงผลงานวรรณกรรมแต่รวมถึงกิจกรรมหลากหลายที่ท่านขับเคลื่อนและกิจงานที่ท่านร่วมเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงและมีส่วนร่วมสร้างร่วมทำ
 
                    วัดเกยไชยเหนือ คือสถานที่ทำกิจกรรมเรื่องการเขียนบทกวีกับกวีซีไรต์ วัดเก่าแก่แต่สมัยอยุธยาตอนปลาย มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์คือพระเจ้าเสือเคยเสด็จพระราชดำเนินผ่าน เพื่อจะไปยังบ้านโพธิ์ประทับช้างบ้านเกิดของพระองค์ และสมเด็จพระเจ้าตากสินก็เคยยกทัพผ่านมาพักทัพที่นี่ อีกทั้งมีตำนานจระเข้ชื่อดัง "ด่างเกยไชย" ที่เลื่องลือไม่แพ้ชาละวันแห่งเมืองพิจิตร นักศึกษาวัยหนุ่มสาวได้มาสู่สถานที่อันสำคัญและสวยงาม วัดเกยไชยตั้งอยู่บนทำเลงาม จุดบรรจบสองแคว ยม น่าน ถิ่นตาลหวานบ้านเกยไชย แหล่งปลาแม่น้ำ  แหล่งปลูกพริก  หลวงพ่อทองอยู่ อดีตเจ้าอาวาสที่เป็นที่เคารพศรัทธา
 
                    กิจกรรมสองวัน หนึ่งคืน  ฝึกเขียน และขับขานบทกวีกลางแสงเทียนบนลานกว้าง ต่อหน้าองค์บรมธาตุเจดีย์ทรงลังกาฐานแปดเหลี่ยม อุโบสถหลังเก่าสมัยอยุธยาตอนปลายที่ได้รับการบูรณะ
 
                    ผมรู้สึกยินดีที่ได้เห็นกิจกรรมเยือนถิ่นนักเขียนเกิดขึ้นในหลายสถานศึกษาทั้งระดับมัธยมและอุดมศึกษา  กระท่อมเกี่ยวก้อยริมแควยม อ.ชุมแสงของผมมีโอกาสต้อนรับการมาเยือนของคนหนุ่มสาวอยู่เนืองๆ
 
 
ทราบว่าเพื่อนนักเขียนหลายท่านก็ยินดีเปิดบ้านต้อนรับเช่นกัน
นอกจากกิจกรรมการฝึกเขียนแล้วยังได้ตระเวณชมสถานที่สำคัณของท้องถิ่น เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ชมวัดวาอาราม  เรียนรู้วิถีชิวิตความเป็นอยู่  ชมหมู่บ้าน ตลาดร้อยปีริมแม่น้ำน่าน  กินอาหารพื้นถิ่น อย่างน้อยก็ได้ลิ้มรส ก๋วยเตี๋ยวเจ้าเด็ดของชุมแสง
มาชุมแสงยังได้รู้จัก"ต้นชุมแสง" ไม้ตระกูลไทร  ต้นไม้อันเป็นที่มาของนามเมือง
ได้ฟังธรรมจากพระคุณเจ้า สนทนากับชาวบ้าน  รับประสบการณ์ตรง  เกิดแรงบันดาลใจให้คิด เขียนบทกวี  ซึ่งทุกคนเขียนออกมาได้น่าประทับใจ
ลองอ่านสักสำนวน...
เพียงสายลมพัดผ่าน  หนาวสะท้านถึงทรวงใน   ลมเอื่อยเรื่อยโรยไป  พาใจซึ้งถึงวันวาน
สายลมย้อนอดีต  ชวนให้คิดภาพแสนหวาน   เด็กน้อยผู้เบิกบาน สุขสราญตามประสา    
สายลมเพียงเบาเบา  ชวนให้เราคะนึงหา  เด็กน้อยผู้เริงร่า  ไร้เดียงสาและสดใส    
สายลมเอ่ยถามหา วันเวลาที่ผ่านไป  ความสุขอยู่หนใด  ลมจงได้ช่วยพัดพา    
ย้อนคืนความทรงจำ  เตือนใจย้ำในอุรา  วันนี้และวันหน้า  ปรารถนาในสิ่งใด    
สายลมพลันหยุดนิ่ง  ไม่ไหวติงตื้นตันใจ  ไม่เอ่ยลาหรือไร  ทิ้งฉันไว้เพียงลำพัง  
สายลมชั่ววูวหนึ่ง  ให้คำนึงถึงความหลัง ยังยิ้มอย่างมีหวัง สุขเช่นครั้งยังเยาว์วัย.......( ราชานัส โสดเขา)