ไลฟ์สไตล์

ปัญหาบนท้องถนนที่อยากรู้

ปัญหาบนท้องถนนที่อยากรู้

29 ส.ค. 2557

เปิดซองส่องไทย : ปัญหาบนท้องถนนที่อยากรู้ : โดย...ลุงแจ่ม

 
                              ผมเป็นคนหนึ่งที่พบปัญหาบนท้องถนน โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่พบเห็นเกือบทุกแห่งจนรู้สึกว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยจึงไม่มีใครสนใจแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ผมไม่รู้จะร้องเรียนไปที่ไหนดี จึงต้องรบกวนหนังสือพิมพ์ คมชัด ลึก คอลัมน์ของลุงแจ่มช่วยเป็นกระบอกเสียงไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนี้
 
                              1.ตำรวจจราจรขณะปฏิบัติหน้าที่มักจะใส่เสื้อกั๊กบังชื่อและยศ 
 
                              2.กรณีตั้งจุดตรวจ การตั้งกรวยช่วงเวลากลางวันก็พอมองเห็นกรวย แต่บางครั้งหากมีการลืมเก็บกรวย ก็ทำให้คนขับรถไปมามองไม่เห็น อาจทำให้เกิดการชนหรืออุบัติเหตุได้ 
 
                              3.ไฟตัดหมอกมีการบังคับไม่ให้ใช้ แต่ก็ยังเห็นมีใช้กันทั่วไป
 
                              4.กรณีป้ายชื่อแท็กซี่จะต้องมี 2 ใบ ติดหน้ารถ 1 ใบ เบาะหลัง 1 ใบ แต่ส่วนใหญ่จะเห็นแท็กซีมีป้ายชื่อแค่ 1 ใบ ติดหน้ารถ
 
                              ผมข้องใจกับปัญหาแค่นี้ แต่จริงๆ มีอีกมากมายที่อยากจะให้แก้ไข แต่ขอให้แก้ได้ในส่วนนี้ก่อน
 
 
ปัญญา
 
 
ตอบ
 
 
                              พ.ต.ท.จิรวัฒน์ อารักษ์รัฐ สว.จร. กก.2 บก.จร. ชี้แจงว่า เสื้อกั๊กจราจรที่ตำรวจจราจรใช้ในขณะนี้มีลักษณะเป็นเสื้อกั๊กสะท้อนแสงเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก แต่ปัญหาคือปิดชื่อและยศของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ประชาชนไม่ทราบ หากเกิดกรณีร้องเรียนหรือต้องการติดต่อเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว กรณีนี้ผู้บังคับบัญชามีนโยบายในการปรับเปลี่ยนรูปแบบเสื้อกั๊กโดยให้แสดงชื่อบนเสื้อสะท้อนแสง ส่วนยศจะมีการปรับเปลี่ยนเสื้อให้มีบ่าอินทรธนูสำหรับติดยศ ซึ่งจะมีการทยอยเปลี่ยนตามงบประมาณที่มีอยู่
 
                              กรณีเจ้าหน้าที่ลืมเก็บกรวย อาจเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ยังปฏิบัติหน้าที่ไม่แล้วเสร็จ หรือมีภารกิจต่อเนื่อง จึงยังมิได้เก็บกรวย หากประชาชนพบเห็นสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อตรวจสอบและดำเนินการต่อไป
 
                              สำหรับไฟตัดหมอก หากเจ้าหน้าที่พบเห็นจะดำเนินการจับปรับ แต่การตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่กระทำในเวลากลางวัน ซึ่งประชาชนผู้ใช้รถมักเปิดไฟตัดหมอกในเวลากลางคืน จึงเล็ดลอดสายตาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปบ้าง ทำให้มีผู้ฝ่าฝืนกระทำความผิด
 
                              ในส่วนของป้ายชื่อผู้ขับขี่รถแท็กซี่ ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก หากประชาชนมีข้อสงสัยหรือต้องการแจ้งข้อมูล โดยระบุหมายเลขทะเบียนรถ ชื่อผู้ขับขี่ วันและเวลาที่พบเห็น ได้ที่ สายด่วน กรมการขนส่งทางบก 1584
 
 
ลุงแจ่ม
 
 
 
สามี(ตัวดี)ไม่อยากใช้หนี้หลังหย่า 
 
 
                              สามีของดิฉันได้เป็นหนี้บัตรเครดิตหลายใบ โดยมีชื่อเป็นของสามีทั้งหมด เราอยู่กินด้วยกันมา 10 ปี มีลูกด้วยกัน 1 คน และจดทะเบียนสมรสกัน ดิฉันไม่เคยคิดจะถามว่า สามีอยากใช้บัตรเพื่อซื้ออะไร เพราะเราไม่เคยมีปัญหาด้านการเงิน เงินเดือนที่หาได้มาเราจะรวมกันแล้วใช้จ่ายในครอบครัว ซึ่งที่ผ่านมาก็มีความสุขดี 
 
                              จนกระทั่งดิฉันจับได้ว่า สามีไปมีผู้หญิงอื่น ซึ่งดิฉันเองรับไม่ได้ บอกสามีว่า ต้องการหย่า แต่สามียืนยันไม่ยอมหย่าอย่างเดียวเลย ดิฉันไม่อยากเป็นตัวเลือก จึงยืนยันที่จะหย่า แต่สามีก็ไม่ยอม จึงมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง ยิ่งทำให้ดิฉันเบื่อจนไม่อยากอยู่บ้าน แต่ก็สงสารลูกจึงอยู่แบบจำทน
 
                              อยากทราบว่า ถ้าอยากหย่าจริงๆ ดิฉันต้องทำอย่างไร และเรื่องสมบัติที่มีจะแบ่งกันอย่างไร ส่วนเรื่องหนี้บัตรเครดิตของสามี ดิฉันต้องรับผิดชอบหรือเปล่า ถ้าหย่ากันแล้วก็ไม่อยากเอาหนี้มาด้วยค่ะ
 
 
อารยา 
 
 
ตอบ
 
 
                              ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ชลธิชา  สมสอาด คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า เรื่องนี้ถ้าคุณต้องการที่จะหย่าขาดจากสามีจริงๆ ก็ต้องฟ้องร้อง และจากข้อมูลที่ให้มา การที่สามีไปมีหญิงอื่น หรือยกย่องหญิงอื่นออกนอกหน้า หรือมีชู้ ก็สามารถอ้างเป็นเหตุเพื่อการฟ้องหย่าได้ 
 
                              แต่ถ้าจะให้ดี ก็ควรจะมีหลักฐานเพื่อให้เห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยอาจจะเป็นรูปถ่ายของสามีคุณกับผู้หญิงคนนั้น หรือหลักฐานบางอย่างที่บ่งบอกว่า สามีคุณมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนนั้น 
 
                              ส่วนในเรื่องของทรัพย์สินนั้น ถ้ามีการหย่าขาดจากกัน ทรัพย์สินทั้งหมดที่หามาได้หลังจากที่แต่งงานอยู่กินด้วยกัน ซึ่งเรียกว่า สินสมรส จะต้องแบ่งกันคนละครึ่ง หรือ ถ้าไม่แบ่งกัน ในเมื่อมีลูก็จะยกให้ลูกก็ได้ แต่ต้องระบุให้ชัดเจนว่า มีอะไรบ้างที่จะยกให้ลูก หรือ ถ้าคุณตกลงกันได้เองด้วย ก็อาจจะแบ่งกันได้เลยว่า ใครเอาอะไรไปบ้าง 
 
                              ตรงนี้ขึ้นอยู่กับที่คุยกัน แต่ถ้าคุยกันไม่ได้เรื่องนี้ ทุกอย่างก็ต้องแบ่งคนละครึ่งหมด 
 
                              สำหรับเรื่องของหนี้จากบัตรเครดิตนั้น เจ้าหนี้คงต้องตามที่สามีคุณก่อน แต่ถ้าสามีแจ้งว่า เงินที่เอามานั้น เป็นการเอามาใช้ในครัวเรือน แล้วมีการพิสูจน์ว่า เอามาใช้ในครัวเรือนจริง คุณก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย 
 
                              แต่ในเบื้องต้น เจ้าหนี้จะติดตามทวงหนี้จากลูกหนี้ตามชื่อบัตรแต่เพียงผู้เดียวก่อน
 
 
ลุงแจ่ม