ไลฟ์สไตล์

‘มศว’ระดมสมอง‘ปฏิรูปการศึกษาไทย’

‘มศว’ระดมสมอง‘ปฏิรูปการศึกษาไทย’

27 ส.ค. 2557

‘มศว’ระดมสมอง‘ปฏิรูปการศึกษาไทย’ เพื่อเสนอ ทปอ. ฝากนายกรัฐมนตรี คนที่ 29 ใส่ใจ

               27ส.ค.2557 ศ.ดร. ปานสิริ พันธุ์สุวรรณ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ประธานคณะทำงานปฏิรูปการศึกษาไทย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) จัดงานระดมสมองในหัวข้อ “ปฏิรูปการศึกษาไทย” เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาของชาติ ทั้งที่เป็นปัญหาและการเดินหน้าในเรื่องการปฏิรูปการศึกษาเพื่อเสนอต่อคณะทำงานปฏิรูปการศึกษาของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ในวันที่ 29 สิงหาคม2557 เวลา 09.00 -12.00น. ณ ห้องประชุม 9B ชั้น6 อาคารสำนักงานอธิการบดี เวลา 09.00 – 12.00 น. ผู้สนใจสามารถติดต่อเพื่อสำรองที่นั่งได้ที่ กองบริการการศึกษา โทร 089-891-2932 หรือ 0-2649-5000 ต่อ 1 – 5716

               นางสาวสุวิภาณี เจริญมิตรมงคล นายกองค์การนิสิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) นิสิตชั้นปีที่ 4 หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต (กศบ.) สังคมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์เปิดเผยว่าการที่ประเทศไทยได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 เป็น พล อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าคิดว่านายกคนที่ 29 คงทำตามสัญญาที่ได้ให้ไว้กับประชาชนชายไทย เห็นผลงานตอนที่นั่งในตำแหน่งคสช.ก็เห็นผลงานครึ่งหนึ่ง แต่มีอีกหลายส่วนที่ต้องอาศัยบทพิสูจน์ความสามารถ โดยเฉพาะสังคมไทยเป็นสังคมที่มีความคาดหวังสูงมาก จะเห็นว่าปัญหาทุกปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาใหญ่ ปัญหาเล็ก ปัญหาเร่งด่วนและไม่เร่งด่วนต่างพุ่งความคาดหวังสู่คสช.แทบทั้งสิ้น ยิ่งตอนนี้พล อ.ประยุทธ์ ก้าวมาเป็นนายกรัฐมนตรีตรี ทุกคนก็ยิ่งคาดหวัง

               “อยากฝากถึงนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ว่า การลดปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยอย่าทำเพียงแค่เปลือกนอก และดีใจว่าทำสำเร็จแล้วเกิดการปรองดองขึ้นแล้ว ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น ความขัดแย้งยังคงอยู่ การทำอะไรเพียงแค่เปลือกบางทีก็ทำให้เราไม่อยู่บนความเป็นจริง การจัดความบันเทิงเพื่อลดความขัดแย้งและทำให้คนไทยหันหน้าเข้าหากัน อาจจะใช้ได้กับบางพื้นที่เท่านั้น ขณะที่บางพื้นที่ใช้วิธีการสร้างความบันเทิง จัดคอนเสิร์ตไม่ได้ นอกจากนี้เรื่องการปฏิรูปการศึกษาไทย ไม่มีวันจะสำเร็จได้ หากปฏิรูปอยู่บนระบบเดิม ที่ครูทำหน้าที่มากกมายในโรงเรียน จนไม่มีเวลาสอนหนังสือให้เด็ก ดังนั้นเรื่องงานธุรกิจในโรงเรียนควรจะได้ลดบทบาทการทำงานธุรการของครูให้น้อยลง และส่งเสริมครูให้สอนหนังสือให้เด็กอย่างเต็มที่ และควรมีการสำรวจว่าควรในแต่ละรายวิชาได้สอนในวิชาที่ตัวเองถนัดหรือจบมาหรือไม่ การใช้ครูให้สอนในวิชาที่ครูไม่มีพื้นความรู้เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ทำให้เด็กไทยขาดศักยภาพในการเรียน ประเทศไทยมีเยาวชนที่ไปคว้ารางวัลด้านการเรียนและมีความสามารถจำนวนหนึ่ง แต่ยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับเด็กไทยที่ขาดความรู้ ความสามารถ อยากเห็นนายกรัฐมนตรีใส่ใจเด็กที่ขาดโอกาสซึ่งมีจำนวนเป็นล้านคน ส่วนคนที่ได้รับรางวัลต่างๆก็ถือว่าเป็นคนเก่งที่ทำชื่อเสียงให้ประเทศ แต่ไม่ควรจะลืมเด็กไทยส่วนใหญ่ที่ยังขาดโอกาสอย่างมากมาย อ่านหนังสือไม่ออก บวกลบเลขไม่เป็น เขียนหนึ่งสือไม่ได้ ภาษาอังกฤษก็พูดไม่ได้สื่อสารไม่รู้เรื่อง จะเห็นว่าปัญหาการศึกษาของประเทศมีมากมาย” นางสาวสุวิภาณี กล่าวและว่า

               ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เราจะเห็นว่าครูสมัยนี้เป็นเหมือนคนรับจ้างสอนเท่านั้น แต่จิตวิญญาณความเป็นครูที่จะทุ่มเทเพื่อเด็กนั้นมีน้อยมาก เด็กส่วนใหญ่ก็ไม่ผุกพันกับโรงเรียน ไปเรียนเพื่อให้ตัวเองมีเวลาเรียนให้ครบเพื่อจะได้ไม่ถูกตัดสิทธิการสำเร็จการศึกษาในระดับมปลาย แต่ความรู้ส่วนใหญ่เด็กจะไปเรียนกวดวิชานอกโรงเรียน เพราะเด็กเชื่อว่าเรียนที่โรงเรียน ไม่ได้ทำให้เขาสอบเข้าเรียนต่อที่ไหนได้ เด็กไทยจึงนิยมเรียนกวดวิชากันเป็นจำนวนมากและบทบาทความเป็นครูในโรงเรียนที่มีความสำคัญกับนักเรียนเมื่อครั้งอดีตนั้น ได้จางลงไปมาก