ไลฟ์สไตล์

4แม่อุ้มบุญเลื่อนให้ปากคำ

4แม่อุ้มบุญเลื่อนให้ปากคำ

27 ส.ค. 2557

แม่อุ้มบุญที่เหลือ 4 คน ขอเลื่อนการเข้าให้ปากคำ เนื่องจากยังไม่พร้อมที่จะเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน

 
                             27 ส.ค. 57  เมื่อเวลา 10.00 น.  พ.ต.อ.เดชา พรมสุวรรณ์ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สน.ลุมพินี เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้รับการประสานจากแม่อุ้มบุญที่เหลือทั้ง 4 คน ว่า ขอเลื่อนการเข้าให้ปากคำ เนื่องจากยังไม่พร้อมที่จะเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน โดยขอเลื่อนเข้าให้ปากคำเป็นวันพรุ่งนี้ อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ได้สอบปากคำแม่อุ้มบุญไปแล้วทั้งสิ้น 7 ปาก คาดว่าภายในสัปดาห์นี้ จะสามารถสอบปากคำแม่อุ้มบุญที่เหลือได้ทั้งหมด ซึ่งกระบวนการหลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐาน เสนอต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาดำเนินการในขั้นตอนต่อไป พร้อมกันนี้ยังได้เสนอแนวทางว่า จะมีการสอบปากคำบุคคลที่พยานกล่าวอ้างถึงว่าเป็นนายหน้า แต่จะมีการสอบสวนหรือไม่นั้น ผู้บังคับบัญชาจะเป็นผู้พิจารณา
 
                             สำหรับกรณีนายแพทย์เจ้าของสถานพยาบาลย่านเพลินจิต ที่ได้ประสานจะเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน ก็ยังยืนยันว่า จะเดินทางมาพบในวันที่ 6 ก.ย.นี้ เช่นเดิม อีกทั้งในส่วนที่จะมีการส่งเจ้าหน้าที่ไปสอบปากคำพ่ออุ้มบุญที่ประเทศญี่ปุ่นหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากทางผู้บังคับบัญชาได้แบ่งความรับผิดชอบของงานแล้ว แต่ยืนยันว่า การสอบปากคำพยานเพิ่มเติมขณะนี้ สามารถเอาผิดกับสถานพยาบาลรวมทั้งแพทย์ที่เกี่ยวข้องได้ อย่างไรก็ตามในวันนี้เวลา 11.00 น. ทางเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องจะเข้าร่วมหารือแนวทางการดำเนินงานกับ พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
 
                             ขณะที่ พล.ต.ท.ก่อเกียรติ  เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานไปแล้วรวม 7 คน ส่วนที่เหลืออีก 4 คนนั้น คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะแล้วเสร็จ พร้อมยืนยันว่า ตำรวจสามารถดำเนินการเอาผิดกับนายแพทย์เจ้าของสถานพยาบาลย่านเพลินจิตได้ ใน 2 ข้อหา คือ ไม่ควบคุมดูแลแพทย์ในสถานพยาบาลให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท และข้อหาลักลอบเปิดสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับราชวิทยาลัยสูตินารีแพทย์ มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 60,000 บาท เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีหลักฐาน และพยานบุคคล รวมทั้งสถานที่ในการกระทำผิดที่ชัดเจน
 
                             ในส่วนของพ่ออุ้มบุญชาวญี่ปุ่นนั้น เบื้องต้นได้สั่งการให้กองการต่างประเทศ รวมทั้งประสานกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบ และชี้แจงรายงานความเป็นอยู่ของเด็ก และพ่อชาวญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ซึ่งระหว่างนี้อยู่ระหว่างรอเอกสาร นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ประสานไปยังประเทศญี่ปุ่น ที่เชื่อว่าพ่ออุ้มบุญอาศัยอยู่ เพื่อนำตัวมาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน ซึ่งเชื่อว่าพ่ออุ้มบุญชาวญี่ปุ่น จะเดินทางมาให้ปากคำ เนื่องจากจะต้องมีการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอเป็นผู้ปกครองของเด็ก สำหรับการดำเนินคดีกับพ่ออุ้มบุญชาวญี่ปุ่นนั้น ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากผลการตรวจดีเอ็นเอ ได้ยืนยันว่า เป็นพ่อของเด็กทั้ง 12 คนจริง รวมทั้งยังไม่พบว่ามีความผิดเข้าข่ายการค้ามนุษย์ จึงไม่สามารถดำเนินคดีได้
 
                             ต่อมาเวลา 13.00 น. พ.ต.อ.ภาคภูมิ พูลศิริโภคา พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สน.ลาดพร้าว เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีอุ้มบุญเด็กทารก 9 คน ของพ่อชาวญี่ปุ่นว่า ทนายความได้ประสานมายังเจ้าหน้าที่ว่าจะนำเอกสารคำชี้เเจงของพ่อชาวญี่ปุ่น เเละเอกสารเเสดงการเเต่งตั้งทนายความ เเละมอบอำนาจให้ทนายความดำเนินการด้านคดีเเทน (ฉบับจริง) เข้ามอบให้กับพนักงานสอบสวนในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ แต่ยังไม่ทราบเวลาที่แน่ชัด นอกจากนี้พนักงานสอบสวนจะเชิญตัวนิติกร ชำนาญการพิเศษ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมภายในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ยอมรับว่า คดีในส่วนของ สน.ลาดพร้าว นั้นใกล้เสร็จสมบูรณ์เเล้ว เหลือเพียงเเต่การสอบปากคำพ่อชาวญี่ปุ่นเท่านั้น ซึ่งตนต้องทำเรื่องเรียนไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาก่อนว่า จะสามารถเดินทางไปสอบปากคำพ่อชาวญี่ปุ่นตามที่ทนายความเสนอได้หรือไม่
 
 
 
 
 
------------------------------
 
(หมายเหตุ : ภาพประกอบข่าว)