
จัดโซนปฏิรูปที่ดิน 'ป่าดอยปุย' หวังเกษตรกรมีที่ทำกินยั่งยืน
28 ส.ค. 2557
ทำมาหากิน : จัดโซนปฏิรูปที่ดิน 'ป่าดอยปุย' หวังเกษตรกรมีที่ทำกินยั่งยืน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2536 ให้กรมป่าไม้นำเขตพื้นที่ป่าเพื่อการเศรษฐกิจ (โซน อี) ที่เสื่อมสภาพซึ่งมีราษฎรครอบครองทั่วประเทศกว่า 38.68 ล้านไร่ ส่งมอบให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เพื่อนำไปดำเนินการปฏิรูปที่ดินให้แก่เกษตรกร โดย ส.ป.ก.และกรมป่าไม้ ได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยแนวทางการปฏิบัติในการกันพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติคืนให้กรมป่าไม้ในปี 2538 ซึ่งในขณะนั้น ส.ป.ก.ก็ได้กันพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมคืนให้กรมป่าไม้ไปแล้ว
สำหรับพื้นที่ใน จ.เชียงราย ส.ป.ก.ได้รับมอบพื้นที่จากกรมป่าไม้ประมาณ 1,098,613 ไร่ หลังจากกันพื้นที่คืนให้กรมป่าไม้ในปี 2538 แล้ว และคงเหลือพื้นที่ที่ ส.ป.ก.จะดำเนินการจัดให้เกษตรกรเนื้อที่ 1,088,953 ไร่ โดยกันพื้นที่ถนน แหล่งน้ำ และที่ดินสาธารณะออกไปบางส่วนแล้ว ที่ผ่านมา ส.ป.ก.ได้ดำเนินการปฏิรูปที่ดินให้แก่เกษตรกรเพียง 897,363 ไร่ เท่านั้น เหลืออีกประมาณ 191,590 ไร่ ที่ยังไม่ประกาศเขตปฏิรูปที่ดิน โดย ส.ป.ก.เห็นว่าพื้นที่ส่วนนี้มีราษฎรทำกินและอยู่อาศัยมานานแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ป่าดอยปุย อ.เมือง จ.เชียงราย บนเนื้อที่ 4,206 ไร่ ที่ขณะนี้ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ เช่นเดียวกับพื้นที่อีก 11 แห่ง ใน 9 อำเภอของ จ.เชียงราย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 187,384 ไร่ ที่ยังไม่สามารถดำเนินการประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินได้เช่นเดียวกัน
ชาญชัย มโนวรรน์ อดีตกำนันตำบลห้วยสัก เผยว่าตนอยู่ในพื้นที่นี้มาตลอด 80 ปี ได้เห็นวิถีเกษตรของชาวบ้านทำไร่ทำนามาตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อกรมป่าไม้ประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยปุย จึงมีผลต่อที่ดินทำกินของชาวบ้าน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเขตรอยต่อและเป็นที่ดินทำกินที่ตกทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เมื่อชาวบ้านยังไม่มีสิทธิ์ในที่ดินทำกินก็คงดำรงชีพอยู่ยาก จึงขอความช่วยเหลือมายัง ส.ป.ก.ในเรื่องเอกสารสิทธิ ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาที่ชาวบ้านร้องเรียนมากว่า 20 ปีแล้ว เพื่อจะได้ทำกินบนผืนดินนี้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เช่นเดียวกับ บุญเริ่ม ถึงลาภ ผู้ใหญ่บ้านเนินสะดวก มองปัญหาดังกล่าว โดยระบุว่าได้ย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่เมื่อ 45 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ได้เอกสารสิทธิ การอยู่แบบไม่มีเอกสารสิทธิทำให้ชาวบ้านลำบากมาก
“จะถางหญ้าก็ไม่ได้ เกี่ยวข้าวก็ไม่ได้ เขาก็ตรวจจับเอาผิดได้ และหากผมตั้งใจปลูกข้าว จะให้ไปปลูกที่ไหนล่ะครับ เพราะมันเป็นป่าเสื่อมโทรมทั้งนั้น” บุญเริ่มกล่าว พร้อมฝากไปยัง ส.ป.ก.ให้เข้ามาช่วยเหลือในเรื่องเอกสารสิทธิเพื่อจะได้สร้างความมั่นใจกับการประกอบอาชีพอย่างมั่นคงได้ และสามารถนำไปเป็นหลักฐานขอสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการพัฒนาอาชีพต่อไป
ด้าน เปรมจิต สังขพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเผยความคืบหน้าในเรื่องนี้ว่า ทุกวันนี้ชาวบ้านยังรอคอยสิทธิ์จาก ส.ป.ก. แต่ก็ยังไม่ได้รับสิทธิ์นั้น สิ่งนี้เองอาจเป็นความหวังที่เป็นจริงได้ เมื่อ ส.ป.ก.จะรับรองสิทธิ์ให้คนเหล่านี้มีที่ทำกิน แต่ยังไม่สามารถดำเนินการออกเอกสารสิทธิการถือครองแต่อย่างใด
"ส.ป.ก.ได้ดำเนินการนำเสนอข้อเท็จจริงไปตามลำดับ เพราะพื้นที่ตรงนี้ ส.ป.ก.ได้รับมอบมานานแล้ว และได้จัดทำแผนที่ท้ายร่างเพื่อดำเนินการประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พร้อมกับได้ดำเนินการกันพื้นที่ออกจากพื้นที่ที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติ จึงเป็นพื้นที่ส่วนที่ราษฎรทำกินและมีการถือครองตามหลักเกณฑ์ ก็ต้องนำมาดำเนินการปฏิรูปที่ดินและให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องเกษตรกรเพื่อจะให้ได้สิทธิ์ทำกินที่ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป"
พื้นที่ป่าดอยปุย อ.เมือง จ.เชียงราย นับเป็นอีกตัวอย่างการทำงานของหน่วยงานภาครัฐที่ขาดการบูรณาการชัดเจน จนนำมาสู่ปัญหาในเรื่องที่ทำกินของคนในชุมชน
------------------------------
(ทำมาหากิน : จัดโซนปฏิรูปที่ดิน 'ป่าดอยปุย' หวังเกษตรกรมีที่ทำกินยั่งยืน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



