ไลฟ์สไตล์

ย่ำ'เสียมเรียบ'ตามรอยศรัทธายิ่งใหญ่

ย่ำ'เสียมเรียบ'ตามรอยศรัทธายิ่งใหญ่

28 ส.ค. 2557

ศิลปวัฒนธรรม : ย่ำ 'เสียมเรียบ' ตามรอยศรัทธายิ่งใหญ่

 
                    จากปัญหาการรุกรานจากต่างชาติ และความขัดแย้งภายใน ทำให้ "กัมพูชา" หลุดหายไปจากแผนการเยี่ยมเยียนจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก กระทั่งประกาศเปิดประเทศอีกครั้งเมื่อปี 1999 นักเดินทางจำนวนมากหลั่งไหลสู่กัมพูชาอีกครั้ง และกลายเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่ต้องการเข้าไปศึกษาหาความรู้และชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ด้วยเคยเป็นอาณาจักรขอมโบราณที่ยิ่งใหญ่ ความเป็นมาน่าสนใจ ทั้งยังทิ้งร่อยรอยอารยธรรมผ่านโบราณสถานขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วไป แต่ที่ประกาศชัดให้ชาวโลกรับรู้ถึงความมหัศจรรย์ เห็นทีต้องยกให้ "นครวัด" หรือ "อังกอร์วัด" หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่หากมาเยือนกัมพูชาแล้วไม่มาชมให้เห็นกับตา นั่นถือว่ายังมาไม่ถึง
 
                    สมัยก่อนต้องยอมรับว่าการเดินทางมาที่นี่ค่อนข้างลำบาก แต่ปัจจุบันการเดินทางสะดวกสบายขึ้นมาก และเมื่อมีโอกาสด้วยการเชื้อเชิญของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ที่มีให้บริการถึง 5 เที่ยวต่อวัน จับมือ โรงแรมหรู อนันตรา อังกอร์ รีสอร์ท แอนด์สปา เราจึงไม่พลาดที่จะมุ่งมั่นไปย่ำดินแดนแห่งความศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ ดังคำกล่าวที่ได้ยินกันคุ้นหูว่า "ต้องไปสักครั้งให้ได้ก่อนตาย" ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง ล้อเครื่องบินก็ลงแตะสนามบินเสียมเรียบ เมืองเล็กๆ อันเป็นที่ตั้งของนครวัดอันยิ่งใหญ่ รู้สึกได้ทันทีว่าความศิวิไลซ์คงจะหาได้ยากเต็มที หากแต่ถามถึงความศรัทธาและความเชื่อทางด้านศาสนา รับรองว่าที่นี่ไม่น้อยหน้าที่อื่นๆ แน่นอน เมื่อรู้อย่างนั้นจึงไม่มีใครรีรอที่จะมุ่งหน้าสู่ศาสนสถานที่สำคัญที่สุด จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ โดยปรากฏบนธงชาติของกัมพูชา
 
                    ความยิ่งใหญ่ของนครวัดตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า สะท้อนพื้นน้ำที่ล้อมรอบตัวโบราณสถาน ไกด์ท้องถิ่นเล่าให้ฟังว่า สร้างในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ราวพุทธศตวรรษที่ 17 หรือ พ.ศ.1650-1693 สร้างอุทิศถวายแก่พระวิษณุเทพในศาสนาฮินดูหรือศาสนาพราหมณ์ และตั้งใจใช้เป็นสถานที่เก็บพระศพของพระองค์ เหตุนี้จึงถูกสร้างให้หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ต่างจากปราสาทอื่นๆ ที่จะหันหน้าไปทางทิศตะวันออก หลังสิ้นรัชกาลของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 กษัตริย์ขอมองค์ต่างๆ ที่ขึ้นครองราชย์ยังคงมีการก่อสร้างปราสาทอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มีที่ไหนยิ่งใหญ่ไปกว่ามหาปราสาทนครวัดอีกเลย
 
                    จุดเด่นๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาแล้วไม่ควรพลาดก็อย่าง ตัวปราสาทชั้นบนสุด หรือปรางค์ประธาน ซึ่งเชื่อว่าหมายถึงยอดเขาพระสุเมรุ การได้ขึ้นไปถึงปรางค์ประธานอันสูงชันก็เหมือนการจำลองการขึ้นเขาพระสุเมรุจริงๆ ส่วนระเบียงชั้นต่างๆ จะมีภาพแกะสลักเรื่องราวจากมหากาพย์และคัมภีร์พระเวทของศาสนาฮินดู แต่ก็ไม่ลืมกล่าวถึงความยิ่งใหญ่ของกษัตริย์ผู้สร้างไว้ด้วย และที่ขาดไม่ได้คือภาพแกะสลักรูปนางอัปสราฟ้อนรำนับพันนาง หากแต่ตัวเลขในแต่ละตำราก็ยังไม่ตรงกันนัก
 
                    หลังชมความอลังการของมหาปราสาทจนจุใจแล้ว แต่ความศรัทธายังไม่หยุดเพียงแค่นั้นเพราะเสียมเรียบยังมีปราสาทหินอื่นๆ ให้ชื่นชมอีกมากที่น่าสนใจก็อย่าง ปราสาทบายน สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 18 เป็นศูนย์กลางของเมืองนครธม และเป็นปราสาทหลวงประจำรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ด้วยพระองค์ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนานิกายมหายาน ซึ่งต่างจากกษัตริย์หลายพระองค์ที่ล้วนแล้วแต่นับถือศาสนาฮินดูหรือศาสนาพราหมณ์ที่สืบทอดมายาวนาน สิ่งก่อสร้างจึงปรับเปลี่ยนไปในเชิงพุทธศาสนา ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติรูปแบบของการสร้างปราสาทที่มีภาพลักษณ์ต่างจากการสร้างรูปแบบเดิมๆ โดยสิ้นเชิง
 
                    แม้ปราสาทบายนจะไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับนครวัด ทว่าความน่าสนใจไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่ากัน ตัวปราสาทแบ่งเป็นชั้นต่างๆ แต่ละชั้นมีรูปภาพแกะสลักเรื่องราวความเป็นมาของอาณาจักรขอมในอดีตที่ถูกรุกรานจากชนชาติต่างๆ และแน่นอนที่ขาดไม่ได้คือภาพนางอัปสราที่ปรากฏอยู่โดยรอบ แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือปรางค์ปราสาทที่มีมากถึง 54 ปรางค์ถูกสลักเป็นภาพพระพักตร์ผันออกไปทั้งสี่ทิศ รวมทั้งสิ้น 216 พระพักตร์ แต่แสดงอารมณ์แตกต่างกันไป โดยความเชื่อเรื่องพระพักตร์นั้นถูกแบ่งแยกเป็น 2 ทิศทาง บ้างว่าเป็นพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร บ้างก็ว่าเป็นพระพักตร์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งหนึ่งในปรางค์ปราสาทจะปรากฏบนธนบัตรเรียลของกัมพูชา
 
                    อีกหนึ่งปราสาทที่มาแล้วต้องไม่พลาดชมคือ ปราสาทตาพรหม ซึ่งได้ว่าเป็นวัดในพุทธศาสนาและเป็นวิหารหลวงในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สร้างเพื่ออุทิศให้แก่พระราชมารดา คือพระนางชัยราชจุฑามณี ส่วนชื่อปราสาทนั้นว่ากันว่ามาจากชื่อของตาพรหม ซึ่งเคยกวาดปราสาททุกวัน ชาวบ้านจึงเรียกว่าปราสาทตาพรหม ไกด์บรรยายต่อว่า ก่อนสร้างปราสาทสภาพบริเวณนี้เป็นป่า เมื่อจะสร้างปราสาทจึงต้องเคลียร์พื้นที่ให้โล่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไปสิ่งก่อสร้างก็ไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้  ต้นไม้นานาชนิดขึ้นปกคลุมโดยรอบหลักๆ มีอยู่ 2 ชนิดคือ สะปง และไทร ขึ้นเกาะกุมตัวปราสาทและชอนไชไปยังส่วนต่างๆ ทำให้บรรยากาศดูลึกลับ สวยงาม แตกต่างจากที่อื่นๆ ทั้งรากไม้ยังช่วยเกาะกุมและยึดตัวปราสาทไม่ให้พังลงมาด้วย
 
                    ยิ่งหลังจากปราสาทตาพรหมถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทูมไรเดอร์ โดยมีสาวริมฝีปากอวบอิ่ม แองเจลินา โจลี รับบทนักแสดงนำ ทำให้ปราสาทตาพรหมเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในนามปราสาททูมไรเดอร์ และนอกจากทั้ง 3 ปราสาทที่มีโอกาสเดินทางมาเยี่ยมชมในทริปนี้แล้ว เสียมเรียบยังมีปราสาทหินอื่นๆ ให้ได้ชมความใหญ่โตอลังการอีกมาก ซึ่งล้วนแต่สะท้อนให้เห็นถึงแรงศรัทธาอันมุ่งมั่นของคนในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี