
อาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
26 ส.ค. 2557
ดูแลสุขภาพ : อาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
นอกจากการรับประทานอาหารที่สะอาด ปราศจากสารปนเปื้อนแล้ว การควบคุมอาหารเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยเบาหวานทุกราย เพื่อควบคุมระดับกลูโคสในเลือดให้ใกล้เคียงปกติให้มากที่สุด เป็นการป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่หลอดเลือด อันเป็นเหตุให้เกิดพยาธิสภาพที่อวัยวะสำคัญต่างๆ ได้แก่ ตา ไต หัวใจ สมอง เป็นต้น
- อาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานแบ่งง่ายๆ เป็น 3 ประเภท
1.อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
- อาหารที่ประกอบด้วยน้ำตาลในปริมาณสูง
น้ำตาลจัดเป็นพลังงานไร้คุณค่า (empty calories) ได้แก่
- น้ำตาลทุกชนิด เช่น น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลก้อน น้ำตาลอ้อย น้ำอ้อย น้ำตาลสด น้ำผึ้ง น้ำหวานทุกชนิด
- เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสม เช่น น้ำเก๊กฮวย น้ำกระเจี๊ยบ น้ำลำไย น้ำผลไม้สำเร็จรูป น้ำส้มคั้นที่เติมน้ำตาล น้ำผลไม้อื่นๆ น้ำเกลือแร่ เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลมทุกประเภท โอเลี้ยง ชา กาแฟ ชาเขียว เครื่องดื่มช็อกโกแลต เครื่องดื่มธัญพืชและนมถั่วเหลืองที่ใส่น้ำตาล
- ขนมหวานต่างๆ เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน ขนมหม้อแกง สังขยา ลอดช่อง ขนมชั้น กะละแม ข้าวเหนียวแก้ว กล้วยเชื่อม มันเชื่อม ขนมแกงบวดชนิดต่างๆ ขนมครก ฯลฯ
- เบเกอรี่ ได้แก่ เค้ก คุกกี้ ขนมปังปรุงแต่งหวาน (pastry) ฯลฯ
- อาหารที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบในปริมาณมาก เช่น แยม ช็อกโกแลต ทอฟฟี่ เยลลี่ หมากฝรั่ง
- ผลไม้กวน ผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้เชื่อม
- ผลไม้ตากแห้ง เช่น กล้วยตาก ลูกเกด ลูกพลับ ลูกพรุน อินทผลัมตากแห้ง
- ผลไม้บรรจุกระป๋อง ผลไม้ในน้ำเชื่อม เช่น ลิ้นจี่ ลำไย สับปะรด เงาะกระป๋อง
- ผลิตภัณฑ์นม ได้แก่ นมข้นหวาน นมปรุงแต่งรสหวาน โยเกิร์ต นมเปรี้ยว ไอศกรีม
- อาหารรสเค็ม
เกลือมีผลต่อความดันโลหิตและไต จึงไม่ควรรับประทานเกลือแกงเกิน 5 กรัม ประมาณ 1 ช้อนชาต่อวัน โดยหลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง ปลาเค็ม ไข่เค็ม อาหารกระป๋อง อาหารตากแห้ง เครื่องปรุงรส กะปิ น้ำปลา ซอสปรุงรส เต้าเจี้ยว ปลาร้า ซีอิ๊ว ฯลฯ
- เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
แอลกอฮอล์อาจทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ หรือไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง เช่น วิสกี้ เบียร์ สุรา สุราขาว ไวน์ พั้นช์ กระแช่ และสุราพื้นบ้าน
- เครื่องดื่มที่เหมาะสม
น้ำเปล่า ชาไม่ใส่น้ำตาล กาแฟดำ นมจืดพร่องมันเนย น้ำอัดลม ที่ใช้น้ำตาลเทียม น้ำมะเขือเทศ นมถั่วเหลืองไม่เติมน้ำตาล
2.อาหารที่รับประทานได้ตามต้องการไม่จำกัดปริมาณ
- ผักก้าน ผักใบ ผักใบเขียวทุกชนิดควรรับประทานทุกวันและทุกมื้อให้หลากหลายชนิดในหนึ่งวัน อาหารเหล่านี้เป็นอาหารที่แคลอรี่ต่ำและมีใยอาหารสูง ทำให้การดูดซึมน้ำตาลช้าลง อีกทั้งใยอาหารยังช่วยดูดซับน้ำตาลไม่ให้เข้าสู่กระแสเลือดเร็วเกินไป ทำให้ร่างกายสามารถดึงน้ำตาลไปใช้ได้พอดี ได้แก่ ผักกาด คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง ตำลึง บวบ มะเขือ ฟัก แตงกวา น้ำเต้า ถั่วฝักยาว ถั่วงอก เป็นต้น
- ผักหัว มีน้ำตาลเล็กน้อยถึงปานกลาง เช่น แครอท หัวผักกาด กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี ควรรับประทานประมาณ 1 ถ้วยต่อมื้อ
3.อาหารที่รับประทานได้แต่ต้องจำกัดปริมาณ
คาร์โบไฮเดรต ควรเลือกที่มีใยอาหารสูง ได้แก่
- ข้าวสวย ข้าวเหนียว ข้าวโพด ขนมจีบ ก๋วยเตี๋ยว วุ้นเส้น ขนมปัง เผือก มัน ฟักทอง รับประทานได้ 2-3 ทัพพี หรือ 1 ถ้วยต่อ 1 มื้อ
ผลไม้ ควรงดหรือลดผลไม้ที่มีรสหวานจัด เช่น ทุเรียน ละมุด ลำไย ขนุน น้อยหน่า มะม่วงสุก ควรรับประทานผลไม้สดทั้งผล (ไม่คั้น) รสไม่หวานจัดให้หลากชนิด ได้แก่
- ผลไม้เป็นลูก หรือเป็นผล เช่น กล้วยน้ำว้า ส้มเขียวหวาน ชมพู่ ฝรั่ง แอปเปิล สาลี่ รับประทานได้ 1 ผลต่อ 1 มื้อ มะม่วงดิบรับประทานได้ครึ่งผลต่อมื้อ
- ผลไม้เป็นชิ้น เช่น มะละกอ แตงโม แคนตาลูป สับปะรด ชมพู่ รับประทานได้ 6-8 ชิ้นคำ ต่อมื้อ ส้มโอ 6-8 คำต่อมื้อ
- ผลไม้ลูกเล็ก เช่น เงาะ มังคุด ลองกอง องุ่น รับประทานได้ 4-5 ผลต่อมื้อ
โปรตีน แบ่งเป็นประเภทต่างๆ ดังต่อไปนี้
- เนื้อสัตว์ ควรรับประทานเนื้อสัตว์ทุกชนิด ได้แก่ ปลา ไก่ หมู วัว เป็ด กุ้ง หอย ควรรับประทานปลาเป็นประจำเพราะย่อยง่าย อีกทั้งมีโคเลสเตอรอลและไขมันน้อย เช่น ปลาทูตัวกลาง 1 ตัว ปลาช่อน ปลาดุก 2-3 ชิ้น ปลานิลครึ่งตัวต่อ 1 มื้อ เนื้อสัตว์อื่น ควรเป็นเนื้อที่ไม่ติดมัน เช่น หมูเนื้อแดง เนื้อไก่ ควรเป็นอกไก่ที่ไม่มีมัน ไม่มีหนัง รับประทานประมาณ 2 ช้อนโต๊ะต่อมื้อ
-ไข่ รับประทานได้สัปดาห์ละไม่เกิน 2-3 ฟอง เด็กและวัยรุ่นรับประทานได้วันละ 1 ฟอง
- นม เป็นแหล่งสารอาหารโปรตีนที่เหมาะสมสำหรับทุกวัย เด็กและวัยรุ่นควรดื่มนมสดไม่ปรุงแต่งพร้อมดื่ม (whole milk) วันละ 2-3 แก้ว ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุควรดื่มนมสดพร่องมันเนย (low fat milk) หรือนมสดขาดมันเนย (skim milk) วันละ 1-2 แก้ว ถ้าดื่มนมแล้วท้องเสีย ควรดื่มนมถั่วเหลืองไม่ใส่น้ำตาลแทน
- โปรตีนจากถั่วเมล็ดแห้ง เช่น ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วเหลือง เป็นต้น
ไขมัน
- หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงด้วยไขมันอิ่มตัว ได้แก่ ไขมันสัตว์ ไส้กรอก หมูสามชั้น น้ำมันมะพร้าว แกงกะทิ ไขมันนม เนย ครีม
- อาหารทอด ผัด ควรใช้ไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว ได้แก่ น้ำมันถั่วลิสง งา มะกอก รำข้าว คาโนลา หรือไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง เช่น น้ำมันถั่วเหลือง ข้าวโพด เป็นต้น
โรงพยาบาลศิครินทร์



