
สธ.แถลงยันไม่มีคนไทยติดอีโบลา
สธ.แถลงยันไม่มีคนไทยติดอีโบลา แค่สอบสวนโรคผู้มาจากกินีไม่ถึงขั้นเฝ้าระวัง
เมื่อเวลาประมาณ 18.00น.ของวันที่ 21สิงหาคม2557 ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยอธิบดีกรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมการแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญ แถลงข่าวว่า ในวันนี้กระทรวงสาธารณสุขได้จัดระบบการรับมือกับไวรัสอีโบลา ทั้งระบบการตรวจเฝ้าระวัง การรักษา การตรวจยืนยันและวินิจฉัยโรคไวรัสอีโบลา โดยได้ตั้งคณะทำงานวินิจฉัยยืนยัน 1 ชุด ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาและด้านการแพทย์ โดยมีศาสตราจารย์ นายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญเป็นประธาน ซึ่งจะให้คำแนะนำในการวินิจฉัยรักษาผู้ป่วยที่เข้าข่ายสงสัยทุกราย โดยจะพิจารณาข้อมูลทั้งด้านผลการตรวจทางคลินิก ผลการสอบสวนด้านระบาดวิทยาและผลการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ ขณะเดียวกันจะเตรียมจัดอบรมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการทั้งโรงพยาบาลรัฐ เอกชน ในวันพรุ่งนี้ที่โรงแรมรามาการ์เดนส์
นายแพทย์ณรงค์กล่าวตอว่า ในวันนี้ทีมเฝ้าระวังสอบสวนโรคของกระทรวงสาธารณสุข กำลังสอบสวนผู้เดินทางชาวไทย ที่เดินทางกลับมาจากประเทศติดโรคอีโบลา โดยเดินทางมาถึงที่อากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่ออังคารที่ 20 สิงหาคม 2557 ซึ่งได้รายงานตัวและได้รับการตรวจคัดกรองตามระบบ ที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ ผลการตรวจวัดอุณหภูมิ ไม่มีไข้ ได้รับคำแนะนำการปฏิบัติตัวและพร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อในกรณีที่มีอาการผิดปกติ ต่อมามีผื่นขึ้นและปวดศีรษะ จึงไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชน แพทย์วินิจฉัยเป็นลมพิษ แต่รู้สึกกังวลกับอาการของตัวเอง จึงได้ติดต่อกระทรวงสาธารณสุข ทางสายด่วน 1422 ของกรมควบคุมโรค และกรมควบคุมโรคจึงรับตัวมาเข้ารับการดูแลที่สถาบันบำราศนราดูร ซึ่งทีมการแพทย์จะได้วินิจฉัยและให้การดูแลตามแนวทางมาตรฐาน เมื่อมีความคืบหน้าก็จะแจ้งให้ทราบต่อไป
นอกจากนี้ ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวจากกระทรวงสาธารณสุข ไม่ควรเชื่อข้อมูลที่เผยแพร่ทางสื่อโซเซียลมีเดียโดยยังไม่ได้ตรวจสอบ เนื่องจากอาจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง และอาจทำให้ตื่นตระหนกในวงกว้าง ไม่ส่งผลดีต่อประเทศ โดยกระทรวงสาธารณสุขจะมีการแถลงข่าวทุกวัน โดยทีมโฆษกของกระทรวงฯ
ทางด้านนายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในการวินิจฉัยผู้ป่วยสงสัยโรคอีโบลา จะใช้เกณฑ์ที่กำหนดไว้เป็นมาตรฐาน ซึ่งรวมถึงการมีไข้ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป และมีประวัติเดินทางมาจากพื้นที่ระบาดของโรค ซึ่งขณะนี้มี 4 ประเทศ คือกินี เซียร์ร่าลีโอน ไลบีเรียและ เมืองลากอส ประเทศไนจีเรีย ส่วนกรณีผู้สงสัยชาวเวียดนามและพม่ารวม 3 ราย กระทรวงสาธารณสุขกำลังประสานงานตรวจสอบข้อมูลกับกระทรวงสาธารณสุขทั้ง 2 ประเทศอย่างใกล้ชิด และจะแจ้งประชาชนทันทีเมื่อได้รับผลการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ
กทม.ชี้2วันรู้ผลตรวจหญิงวัย48ติดเชื้อหรือไม่
นายแพทย์วงวัฒน์ ลิ่วลักษณ์ ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงสาธารณสุข เตรียมสอบสวนหญิงวัย 48 ปีกลับจากประเทศไลบีเลีย เพื่อตรวจสอบว่าติดเชื้ออีโบล่าหรือไม่ ที่สถาบันบำราศนราดูรว่า ประมาณ 2 วันจะทราบผลตรวจจากการเจาะเลือด แต่เท่าที่ทราบคงไม่ค่อยมีอะไร มีแต่ผื่น ซึ่งจริงๆแล้วอาการของโรคต้องมีไข้ แต่เมื่อดูจากประวัติและอาการของผู้ต้องสงสัยก็ไม่มีการไปคลุกคลีกับผู้ป่วย เพราะทำงานแต่ในออฟฟิศ อย่างไรก็ตาม แพทย์ก็ต้องแยกผู้ต้องสงสัยไว้เพื่อรอผลตรวจ ส่วนจะใช่หรือไม่ใช่ขอให้รอผลตรวจดีกว่า



