
เปิดซองส่องไทย : ยอมถอย 1 ก้าว
22 ส.ค. 2557
เปิดซองส่องไทย : ยอมถอย 1 ก้าว : โดย...ลุงแจ่ม
ตามที่หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก คอลัมน์เปิดซองส่องไทย ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม 2557 ได้นำเสนอประเด็นข่าว “รฟม.สั่งขยายทาง เพื่อใช้เป็นทางเข้าออก” ซึ่งได้กล่าวถึงการที่รฟม.ได้อนุญาตให้กลุ่มบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ขยายทางเข้า-ออก เพื่อเตรียมพัฒนาโครงการบริเวณอโศก โดยระบุว่าถนนทางเข้าดังกล่าวมีความกว้างเพียง 7 เมตรไม่เป็นไปตามเกณฑ์การอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารสูงกว่า 23 เมตร ได้นั้น
จากกรณีดังกล่าวทางบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้
1. บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ได้ยื่นขออนุญาต ขยายทางเข้า-ออก จากเดิมกว้าง 6.40 เมตร (ซึ่งอนุญาตเป็นทางเข้าออกสำหรับที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืน) เป็นความกว้าง 13 เมตร และได้รับใบอนุญาตถูกต้อง ตามประกาศของรฟม. เรื่องกำหนดประเภทการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เป็นทางผ่าน ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 26 กันยายน 2556 และเพื่อเป็นการทดแทนการเสียโอกาสในการใช้พื้นที่ดังกล่าวของรฟม. ทางบริษัทจึงได้ตกลงจะก่อสร้างอาคารจอดรถสูง 9 ชั้น เพื่อประโยชน์สำหรับประชาชนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน และเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะและผู้อยู่อาศัยในบริเวณดังกล่าวในการสัญจรได้โดยสะดวกมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
2. ต่อประเด็นที่ได้กล่าวถึงกฎกระทรวงฉบับที่ 33 (พ.ศ.2535) ออกตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 หมวดที่ 1 ข้อที่ 2 ที่ระบุว่าที่ดินที่จะสร้างอาคารสูงกว่า 23 เมตร ต้องมีด้านใดด้านหนึ่งติดถนนกว้าง 10 เมตรขึ้นไป ซึ่งในประเด็นร้องเรียนดังกล่าวระบุว่า ถนนทางเข้า-ออกของรฟม.กว้างเพียง 7 เมตร ทำให้การก่อสร้างอาคารที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่เข้าเกณฑ์ โดยทางบริษัทขอเรียนชี้แจงว่า เมื่อ รฟม.อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของ รฟม.เป็นทางผ่านเข้า-ออกแล้ว ทำให้ถนนทางเข้า-ออกที่มีขนาดกว้างไม่น้อยกว่า 12 เมตร เป็นไปตามเกณฑ์ของ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 โดย บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จะได้มีการยื่นขออนุญาตก่อสร้างตามกฎหมายต่อไป
ฝ่ายกฎหมาย
บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
อายัดเงินเดือน
ผมมีเรื่องอยากปรึกษาครับ เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ผมได้เป็นหนี้กับธนาคารแห่งหนึ่ง กู้เงินมา 11,800 บาท หลังจากนั้นก็ได้ชำระหนี้ไปประมาณ 1,000 บาท ที่เหลือก็ไม่ได้ชำระให้ เพราะว่าหมุนเงินไม่ทัน เพราะหลังจากนั้น ได้อยู่ในช่วงตกงานนานถึง 3 ปี
ปัจจุบันได้งานทำแล้ว ปีที่แล้ว ธนาคารได้โทรมาทวงหนี้ ซึ่งที่ผ่านมา การเจรจา ผมบอกกับธนาคารว่า ขอใช้หนี้เท่าที่เหลือได้ไหม เพราะไม่มีเงินมากพอที่ใช้เป็นก้อนได้ ยังมีหนี้นอกระบบอยู่อีกหลายราย เจ้าหน้าที่ธนาคาร บอกว่า ไม่ได้ ต้องใช้เต็มจำนวน ถ้าจะใช้น้อย ต้องบวกหนี้เข้าไปอีก ก็เลยบอกว่า ไม่มีให้แล้ว ขอชำระเท่าที่เป็นหนี้แล้วกัน ทางธนาคารบอกวา ช่วยไม่ได้ จะอายัดเงินเดือน
ขอคำแนะนำด้วยครับ ว่าผมควรจะทำอย่างไรดี เพราะตอนนี้เครียดมาก
ธนาวุธ
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า จากข้อมูลที่ให้มานั้น ไม่ได้บอกรายละเอียดว่า การเข้าไปเจรจากับธนาคารในครั้งนี้ เป็นการเจรจาหลังจากที่ผ่านกระบวนการฟ้องร้องไปแล้วหรือยัง จึงแนะนำกว้างๆ ไปสองกรณีนี้ คือ กรณีแรก ถ้าเรื่องของคุณที่ผ่านมาได้ผ่านการฟ้องร้องไปแล้ว หลังจากมีคำพิพากษาแล้ว หากคุณยังไม่ชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ตามที่ตกลงกันไว้ เจ้าหนี้ก็มีสิทธิที่จะส่งเรื่องไปยังกรมบังคับคดีเพื่อขอบังคับอายัดเงินเดือนคุณได้ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่การอายัดเงินเดือนตามที่กรมบังคับคดีกำหนด
กรณีที่สอง หากเรื่องนี้ยังไม่ผ่านการฟ้องตามกระบวนการกฎหมาย เจ้าหนี้ก็ยังไม่มีสิทธิที่จะอายัดเงินเดือนของคุณ เพราะการที่จะสั่งอายัดเงินเดือนได้ หมายถึงเรื่องต้องผ่านการฟ้องร้องตามกระบวนการของศาล แล้วคุณผิดสัญญาการชำระหนี้ หลังจากนี้ เจ้าหนี้จึงจะมีสิทธิส่งเรื่องไปกรมบังคับดคีเพื่อบังคับหนี้เอากับคุณ หากตรวจสอบแล้วพบว่า คุณมีทรัพย์สิน เจ้าหนี้ก็มีสิทธิที่จะตามยึดทรัพย์สินได้ หรือ ถ้าเห็นว่า มีเงินเดือน ก็มีสิทธิที่จะขออายัดเงินเดือนได้ แต่ทั้งนี้ ก็ต้องดูเงื่อนไขด้วยว่า การจะอายัดเงินเดือนได้นั้น คุณต้องมีเงินเดือนเท่าไหร่ กรมบังคับดคีจึงจะสามารถอายัดเงินเดือนได้
ทางที่ดี เจรจากับเจ้าหนี้ แล้วพยายามขอผ่อนผัน แล้วชำระหนี้ให้ได้ทุกเดือน น่าจะช่วยให้หนี้ลดลงได้ เพราะเป็นหนี้ก็ต้องจ่าย แต่จ่ายเท่าที่จ่ายไหว
ลุงแจ่ม



