ไลฟ์สไตล์

เปิดโลกการศึกษามุสลิมตอน : อาชีพใหม่มุสลิม ม.อัลอัซฮัร

เปิดโลกการศึกษามุสลิมตอน : อาชีพใหม่มุสลิม ม.อัลอัซฮัร

02 ก.ค. 2552

มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร เป็นสถาบันการศึกษาที่สอนศาสนาที่เก่าแก่ติดอันดับของโลก สร้างนักวิชาการด้านศาสนามานานนับพันปี นักศึกษามุสลิมทั่วทุกมุมโลกต่างมุ่งหน้ามาเรียนยังมหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยเฉพาะนักศึกษาไทยเชื้อสายมุสลิม ปัจจุบันมีนักศึกษา 2,000 คน โดยปีการศึ

 นักศึกษาที่มาศึกษาด้วยทุนของตัวเองจะเช่าบ้านตกเดือนละประมาณ 1,200 บาท อยู่รวมกันสามสี่คน และนั่งรถเมล์ไปเรียน ซึ่งใช้เวลาสองสามชั่วโมงในการเดินทาง นักเรียนบางคนโชคดีได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยโดยเฉลี่ยเดือนละ 1,000 บาท ส่วนนักศึกษาที่ได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทยจะพักอาศัยในหอพัก ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และได้เงินเดือนประมาณ 700 บาท หากแต่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ไม่ต้องจ่ายค่าหน่วยกิจในการเล่าเรียน หรือค่าเทอมทุกอย่างฟรี

 การเรียนที่นี่ไม่มีการเข้าชั้นเรียน หรือจัดงานสังสรรค์ต่างๆ ความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนกับอาจารย์ผู้สอนจึงไม่เหมือนมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ไม่มีรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมสถาบันที่ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ไม่มีการรับน้อง เมื่อเรียนเสร็จ นักศึกษาแต่ละคนจะอยู่ชมรมของตัวเองเป็นหลัก ในส่วนของนักเรียนไทย ก็มีสมาคมนักเรียนไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ คอยดูแลนักศึกษาไทยที่มาศึกษาในประเทศแห่งนี้

 ในอดีตนักศึกษาไทยหลายคนมีเป้าหมายเป็นครูสอนศาสนาเป็นหลัก แต่หลังจากกระทรวงการต่างประเทศของไทย รวมทั้งภาคเอกชน มาให้คำแนะนำ โครงการสร้างทางเดินใหม่ให้นักศึกษาเหล่านี้เปิดโอกาสให้พวกเขามีลู่ทางในการประกอบอาชีพมากขึ้น วลีด อีซอ อายุ 28 ปี ซึ่งปีนี้เขาจะสำเร็จการศึกษาคณะนิติศาสตร์อิสลาม วิทยาเขตไคโร ทายาทเจ้าของโรงเรียนสอนศาสนาไชคอรีอิสลาม ฉะเชิงเทรา เช่าบ้านที่อียิปต์รวมกับเพื่อนๆ 5 คน ดังนั้นเขาจึงไม่ลำบากนักกับเงินที่ทางบ้านส่งมาเดือนละ 4,000 บาท อายุ 29 ปี ปัจจุบันยังเป็นผู้ช่วยฝ่ายวีซ่าสถานทูตไทยไคโรอีกด้วย

 วลีด เล่าว่า จริงๆ แล้วนักศึกษามุสลิมสามารถประกอบอาชีพได้มากมาย ไม่จำเป็นจะต้องเป็นครูสอนศาสนาอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นสายอาชีพ เป็นล่ามภาษาอาหรับในโรงพยาบาลต่างๆ เช่นโรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เป็นมัคคุเทศก์ในโซนอาหรับ ทำธุรกิจน้ำหอมจากประเทศอาหรับ เปิดสอนและเปิดร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ หรือการเข้าทำงานในสถานทูตหรือองค์การต่างๆ เป็นต้น
 
    เช่นเดียวกับ อนันต์  บุหลาด อายุ 28 ปี แม้ว่าจะเติบโตในครอบครัวชาวนา จ.นครศรีธรรมราช  แต่มีความใฝ่ฝันอยากเรียนหนังสือ จึงพยายามขวนขวายทำตามความฝัน ปัจจุบันเป็นนักศึกษาปี 4 คณะนิติศาสตร์อิสลาม วิทยาเขตตะฟะห์นา เขาได้ทุนจากมหาวิทยาลัยอัซฮัร เดือนละประมาณ 1,200 บาท ปัจจุบันแต่งงานมีลูกแล้ว เช่าบ้านเดือนละ 3,000 บาท อีกไม่นานเขาจะไปทำงานเป็นเสมียนสถานทูตที่ประเทศลิเบีย

 อนันต์ ยืนยันว่า 4-5 ปีที่ผ่านมา ภาพที่เห็นชัดเจนคือ นักศึกษาที่จบจากอียิปต์มีบทบาทมาก เมื่อกลับไปเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเป็นผู้นำในด้านศาสนา ด้านสังคมและการประกอบอาชีพอื่นๆ ทำให้สังคมมุสลิมในเมืองไทยแปลกใจที่นักศึกษาไคโรที่จบไปสามารถทำงานอื่นๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ จากเดิมที่รับรู้ในหมู่สังคมมุสลิมว่าเป็นได้เพียงอาจารย์สอนศาสนาเท่านั้น

 ชำนาญ มาตระกูล อายุ 24 ปี เป็นชาวเชียงใหม่ ปัจจุบันเป็นนักศึกษาปี 2 คณะนิติศาสตร์อิสลาม วิทยาเขตไคโร ได้ทุนจากมหาวิทยาลัยอัซฮัร ได้เดือนละ 800 บาท ไม่ต้องเสียค่าเช่าที่พัก ค่าน้ำค่าไฟ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและยังทำงานพิเศษที่ทำเนียบเอกอัคราชทูตไปด้วย เพราะนานๆ ครั้งที่บ้านถึงจะส่งเงินมาให้ 2,000 บาท หรือ 3,000 บาท

 หลังจากได้เข้าศึกษา มหาลัยซิกซ์อ๊อกโทเบอร์ มหาลัยเอกชนที่เปิดโอกาสให้นักเรียนศาสนามหาลัยอัซฮัรได้มีสิทธิ์เรียนสามัญควบ ตามที่เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงไคโรบุกเบิกไว้ ทำให้ ชำนาญ รู้ว่าการเรียนศาสนาอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องเรียนรู้ระบบการศึกษาของทางโลกด้วย เพื่อจะมีความรู้ที่แตกฉานทั้งสองด้าน เวลาไปสมัครงานจะได้มีโอกาสเข้าถึงตลาดงานได้มากขึ้น

 จริงๆ แล้ว การเรียนศาสนามุ่งเน้นสอนให้มุสลิมรู้จักหลักในการครองชีวิตให้อยู่ในขอบเขตตามคำสั่งสอนศาสนาเป็นหลัก เมื่อผสมผสานกับทางเดินใหม่ที่กระทรวงการต่างประเทศ สมาคมนักเรียนไทยในพระบรมราชูปถัมภ์เปิดทางให้แล้ว เชื่อว่าอนาคตที่สดใสของมุสลิมไทยคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม