ไลฟ์สไตล์

ผลวิจัยร้านเหล้ารอบ15มหาวิทยาลัยเหล้าปั่นมาแรง

ผลวิจัยร้านเหล้ารอบ15มหาวิทยาลัยเหล้าปั่นมาแรง

01 ก.ค. 2552

ตะลึงผลวิจัยร้านเหล้ารอบ 15 มหาวิทยาลัย พบร้านเหล้าปั่นมาแรง เพิ่มจำนวนเป็นดอกเห็ด กว่า 70% อยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยแค่ไม่เกิน 200 เมตร ฮิตอย่างแรงในหมู่วัยรุ่นเพราะราคาต่ำ หาซื้อง่าย มีหลายสูตร หน้าตาเหมือนน้ำหวาน จึงง่ายแก่การดื่ม วอนรัฐบาลออกมาตรการห้ามเ

 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 ก.ค. ที่ห้องประชุมช่อแก้ว อาคาร 31 มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา (มรภ.สส.) รศ.ดร.ช่วงโชติ พันธุเวช อธิการบดี มรภ.สส. พร้อมด้วย นพ.บัณฑิต ศรไพศาล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยสุรา ผศ.ดร.ภัทรภร พลพนาธรรม คณะกรรมการบริหารโครงการปริญญาโทบริหารธุรกิจ มรภ.สส. นางกนิษฐา ไทยกล้า นักวิชาการสถิติ ชำนาญการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และนางสาวมาลีวรรณ ศุขวัฒน์ นักศึกษาปริญญาโท จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันแถลงข่าวผลการศึกษาและวิจัยที่เกี่ยวข้อง โดย มรภ.สส. ร่วมกับศูนย์วิจัยสุรา (ศวส.) พร้อมทั้งจัดเสวนาเรื่องมาตรการควบคุมการจำหน่ายเหล้าปั่นและร้านเหล้ารอบสถานศึกษา

 รศ.ดร.ช่วงโชติ กล่าวว่า ผลวิจัยร้านเหล้ารอบ 15 มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯและปริมณฑล” พบ ในรัศมี 500 เมตร รอบมหาวิทยาลัย 15 แห่ง มีร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกฮอล์ จำนวน 1,712 ร้าน เฉลี่ยเท่ากับ 57 ร้าน ต่อ 1 ตารางกิโลเมตร สำหรับ มรภ.สส. ก็มีร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกฮอล์ ในรัศมี 500 เมตร เช่นกัน จำนวน 86 ร้าน ร้านเหล้าปั่น 6 ร้าน นับว่าเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงและนับวันจะเลวร้ายไปทุกที

 ผศ.ดร.ภัทรภร กล่าวว่า มหาวิทยาลัย 14 แห่ง จาก 15 แห่ง หรือ 93% มีร้านขายเหล้าปั่นอยู่ประชิด โดย 70% ของร้านเหล้าปั่นอยู่ห่างจากมาหวทิยาลัยแค่ 200 เมตร ทั้งยังพบ 2 ใน 3 ของสถานศึกษาระดับประถมและมัธยม 118 แห่ง หรือ 73% มีร้านขายเหล้าอยู่ใกล้ไม่เกิน 100 เมตร ขณะที่หอพัก/คอนโด/แมนชั่น 724 แห่ง ซึ่งมีนักเรียน นักศึกษาพักอยู่นั้น 90% มีร้านเหล้าอยู่ใกล้แค่ 100 เมตรเช่นกัน ที่สำคัญพบกว่า 1 ใน 5 ของหอพักเหล่านี้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งผิดกฎหมายตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 น.ส.มาลีวรรณ กล่าวว่า การศึกษา”รูปแบบการสื่อสารและปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการดื่มเหล้าของวัยรุ่น” ในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 13-19 ปี พบว่า ปัจจัยที่ทำให้ดื่มเหล้าปั่นคือ 1.อยากลอง อยากรู้รสชาด 2.ราคาต่ำ มีโปรโมชั่นดึงดูดใจ นักเรียนมัธยมก็รวมกลุ่มกันดื่มได้ 3.หาซื้อได้ง่าย 4.บรรยากาศของร้านดี เหล้าปั่นทำให้วัยรุ่นทดลองดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น โดยเฉพาะวัยรุ่นหญิง ที่บอกว่าเหล้าปั่นมีสีสันสวยงาม ดูไม่เหมือนเหล้า มองแล้วคล้ายน้ำหวาน คิดว่าไม่น่าจะทำให้เมา กลุ่มตัวอย่างบางส่วนยังระบุว่า เหมือนสั่งน้ำหวานมากินกับข้าว จึงทำให้ธุรกิจเหล้าปั่นเติบโตขึ้นอย่างมากมาย

 “หากมองผิวเผิน เหล้าปั่นอาจเป็นเพียงน้ำผลไม้ที่มีส่วนผสมของหัวเชื้อแอลกอฮอล์ แต่ในความเป็นจริง เหล้าปั่นคือภัยเงียบที่กำลังกัดกินเยาวชน และเป็นฉนวนในการสร้างนักดื่มหน้าใหม่ ด้วยการทำการค้าโดยอาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย ควบคู่ไปกับการใช้กลยุทธ์การตลาดโดย “สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ปรับลดต้นทุน ขายในราคาต่ำ เพื่อเปิดโอกาสให้เข้าถึงได้ง่าย”ทำให้ธุรกิจน้ำเมารูปแบบใหม่ได้ก่อตัวขึ้นในสังคมปัจจุบันอย่างกว้างขวาง”น.ส.มาลีรัตน์

 นางกนิษฐา กล่าวว่า การสำรวจร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในเขตเทศบาลเมือง ช่วงเดือน ก.พ. 51 – ม.ค. 52 พบช่วง 1 ปี มีร้านเหล้าเพิ่มขึ้น 59% จาก 682 เป็น 1,083 ร้าน ในจำนวนนี้มีร้านเหล้าปั่นเพิ่มขึ้นจาก 15 ร้าน เป็น 47 ร้าน โดย 2 ใน 3 ของร้านเหล้าทั้งหมดอยู่ใกล้สถานศึกษาในรัศมี 500 เมตร การสอบถามนักเรียน นักศึกษา จำนวน 387 คน พบว่าเด็กที่อยู่ในบริเวณที่มีร้านขายเหล้าหนาแน่น จะยิ่งเชื่อว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้กล้าแสดงออก และช่วยการกระตุ้นเรื่องเพศ แถมยังลดความตึงเครียด อีกทั้งยังก้าวเข้ามาเป็นผู้ดื่มหน้าใหม่สูงกว่านักเรียนนักศึกษาในพื้นที่ที่มีร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่หนาแน่น

 “สิ่งที่น่าห่วงคือ มีรูปแบบการดื่มเหล้าที่ง่ายขึ้น ทั้งการใส่ถุงเหมือนเป็นน้ำอัดลมหรือโอเลี้ยง ทั้งยังมีสูตรการดื่มมากมาย เช่นสูตรเหล้าป็อกเอาน้ำหวานผสมเหล้าใส่แก้วเป็กบีบมะนาวและโรยเกลือเคาะแก้วก่อนที่จะดื่ม สูตรบี 39 ที่จุดไฟแล้วสูดควันก่อนดื่ม หรือ “เหล้าถัง” ที่กำลังฮิตมากในเชียงใหม่ คือการดื่มเหล้าผสมเครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลม ซึ่งสามารถดื่มกันได้หลายคน วัยรุ่นหญิงสาวดื่มเหล้าแบบไม่ผสมอะไรเลยแล้วดื่มน้ำผลไม้100% ตาม รวมถึงการสร้างความเชื่อผิดๆ เอาเหล้าผสมโยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยว แล้วบอกว่าเป็นการดื่มเหล้าเพื่อสุขภาพ “

 ด้าน นพ.บัณฑิต กล่าว ว่า หากไม่มีการกำหนดมาตรการ ก็ยิ่งจะทำให้เหล้าปั่นขยายตัวได้รวดเร็วและรุกคืบประชิดรั้วมหาวิทยาลัยและโรงเรียน ซึ่งยิ่งมีร้านจำหน่ายมาก จะส่งผลกระทบต่อทัศนคติทางบวกในการดื่มและยังเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ก้าวเข้ามาทดลองดื่ม ดังนั้นจึงได้เสนอมาตรการควบคุมการจำหน่ายเหล้าปั่นและร้านเหล้ารอบสถานศึกษา เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้อง ออกมาเข้มงวด จริงจังกับร้านเหล่านี้ คือ 1. ห้ามจำหน่ายเหล้าปั่นและเหล้าผสมน้ำผลไม้ โดยสิ้นเชิง ยกเว้นการจำหน่ายในสถานบันเทิงเท่านั้น ตาม พ.ร.บ.สถานบันเทิง ซึ่งห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้ามาใช้บริการ 2. กำหนดห้ามมีร้านจำหน่ายในรัศมี 100-500 เมตร รอบสถานศึกษา หรือ กำหนดให้เก็บค่าธรรมเนียมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกฮอล์ ในอัตราที่สูง หากจำหน่ายในรัศมี 100-500 เมตร รอบสถานศึกษา รวมทั้งกำหนดกลไกค่าธรรมเนียมใบอนุญาตสนับสนุนการจัดบริเวณให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกฮอล์เป็นการเฉพาะ (โซนนิ่ง)

 และข้อที่ 3.ควบคุมให้มีการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัด อาทิ การห้ามจำหน่ายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี การทำให้หอพัก สถานศึกษาเป็นเขตปลอดเหล้า ผมหวังว่าภาครัฐและทุกภาคส่วน จะให้ความจริงใจต่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ก่อนที่นักเรียนนักศึกษาของเราจะถูกมอมเมาจนเสียคน