
หมอ-พยาบาลครึ่งพันบุกสธ.สัญญาค่าตอบแทน
หมอ รพศ./รพท. ชื่นมื่น สธ.รับข้อตกลงเพิ่มค่าตอบแทนพิเศษ หลังนำ หมอ-พยาบาลครึ่งพันบุกกระทรวงทวงสัญญา เริ่มมีผลวันนี้ ขณะที่ พยาบาล คอตก ต้องข้อสรุปค่าตอบแทนใหม่ เหตุขอสูงเกินที่ สธ.ให้ได้
ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 มิ.ย. ตัวแทนสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์ /โรงพยาบาลทั่วไป (รพศ./รพท.) 95 แห่ง ประกอบด้วยแพทย์และพยาบาลประมาณ 500 คน นำโดย พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา ที่ปรึกษาสมาพันธ์ฯ และประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาปรับเปลี่ยนเงินเดือนและค่าตอบแทนแพทย์ในภาคราชการ แพทยสภา เดินทางมาทวงคำตอบจากนายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข เพื่อขอให้พิจารณาเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายให้แพทย์ รพศ./ รพท.
พญ.เชิดชู กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ได้ยื่นหนังสือต่อนายวิทยา และนพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มาแล้ว 2 ครั้ง เพื่อขอให้เพิ่มเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายให้กับแพทย์ รพศ./รพท.อย่างต่ำสุด คือ ให้เท่ากับโรงพยาบาลชุมชนที่อยู่ในเขตเมือง คือ 5 หมื่นบาท แต่ก็ไม่มีคำตอบในเรื่องนี้ จึงต้องมาชุมนุม นอกจากนี้ยังได้ยื่นเรื่องไปยังคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขของสภาฯและวุฒิสภาด้วย
“ที่ผ่านมา สธ.ได้เพิ่มค่าตอบให้กับบุคลากรในโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) หรือแพทย์ชนบท แต่ปลัด สธ.ลืมบุคลากรใน รพศ./รพท. ทั้ง ๆ ที่พวกเขาก็ทำงานหนักเช่นกัน และปัจจุบันนี้เวลาต้องผ่าตัด ดมยาสลบ รพช.ก็ไม่ได้ผ่าตัดแล้วแต่ได้มีการส่งต่อมาให้ รพศ./รพท. ทำให้ต้องทำงานหนักเป็น 3 เท่า แต่เวลาเพิ่มค่าตอบแทนกลับฝนตกไม่ทั่วฟ้า หรือเป็นเพราะว่าผู้บริหารในปัจจุบันเติบโตมาจาก รพช. จึงไม่สนใจบุคลากร รพศ./รพท. ”พญ.เชิดชู กล่าว
พญ.เชิดชู กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อเรียกร้องมีทั้งหมด 4 ข้อ คือ 1.การจ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงของแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ทุกระดับของโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลทั่วไป 2. การเพิ่มค่าตอบแทนการปฏิบัติราชการในเวลาวิกาลและนอกเวลาราชการ ให้มีอัตราเท่ากับของราชการท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร 3.การขอแยกตำแหน่งและอัตราเงินเดือนจาก สำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) 4.การปฏิรูประบบบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยในการไปตรวจรักษาสุขภาพ และบุคลากรทางการแพทย์มีเวลาทำงานบริการประชาชนอย่างมีคุณภาพมาตรฐาน ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาความเสียหายต่อสุขภาพของประชาชน และปัญหาการฟ้องร้องแพทย์ ทั้งนี้ แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่มาชุมนุมนี้ มิได้หนีราชการมา ต่างก็ใช้วันลาพักร้อน หรือวันที่ได้หยุดตามปกติของตนมาชุมนุม.
ด้าน นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้พูดคุยกับแพทย์และพยาบาลที่มาจากโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลประจำจังหวัดเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเนื่องจากในสมัยรัฐบาลชุดที่แล้วได้มีการอนุมัติค่าตอบแทนให้กับโรงพยาบาลชุมชนไปแล้ว เหลือแต่โรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลประจำจังหวัดที่ยังไม่พิจารณา ซึ่งก็ยอมรับว่ายังมีบางส่วนที่ยังไม่เป็นธรรม แต่เชื่อว่าทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี
ส่วนข้อเรียกร้องที่ขอให้มีการแยกตำแหน่งและอัตราเงินเดือนออกจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) นั้น นายวิทยา กล่าวว่า ที่กังวลนั้นเนื่องจากยังมีเจ้าหน้าที่ที่เป็นอัตราขาดแคลนของกระทรวงสาธารณสุขอยู่ อาทิ แพทย์ พยาบาล เภสัชกร ที่ยังไม่สามารถบรรจุเข้าเป็นข้าราชการได้ประมาณ 10,000 คน ซึ่งทางกระทรวงต้องการบรรจุคนเหล่านี้เป็นข้าราชการให้หมดทั้ง 10,000 คน เพราะมีความแตกต่างจากอาชีพอื่นที่หาได้ทั่วไป และ ก.พ.ควรจะพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งเรื่องนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รับทราบและได้กำชับไปยัง ก.พ. แล้วว่าอัตรากำลังพลที่เหลือให้พยายามเกลี่ยไปให้กับอัตรากำลังพลของกระทรวงที่ยังขาดแทน ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับก.พ.ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะได้กี่อัตรา
นายวิทยา กล่าวว่า ส่วนการขอเพิ่มเงินค่าตอบแทนและเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายนั้น จะใช้งบประมาณจากรายได้ของโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์ และงบประมาณที่จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อนำมาจ่ายให้เป็นขวัญกำลังใจให้กับแพทย์พยาบาล ทั้งนี้การเพิ่มค่าตอบแทนในครั้งนี้ กระทรวงจะไม่สร้างภาระให้กับงบประมาณของรัฐบาล
ต่อข้อซักถามว่า จะทำความเข้าใจกับแพทย์พยาบาลอย่างไรเพราะมีการระบุว่าตนเป็นแค่ลูกกำพร้าและไม่ใช่ลูกเมียน้อยเหมือนแพทย์ในโรงพยาบาลชุมชน นายวิทยา กล่าวว่า ตอนนี้เริ่มเข้าใจกันหมดแล้วทั้งลูกเมียน้อย เมียหลวงเข้าใจกันหมดแล้ว เมื่ออยู่ในกระทรวง กระทรวงก็ต้องรับผิดชอบ
ด้าน นายพิเชษฐ์ พัฒนโชติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ภายหลังการหารือร่วมกับตัวแทนแพทย์โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ทางกระทรวงยอมรับตามที่เสนอมา โดยในส่วนของแพทย์นั้น จะมีการเพิ่มค่าตอบแทนพิเศษให้แพทย์ที่ทำงานตั้งแต่ 1-3 ปี อยู่ที่ 10,000 บาท และแพทย์ที่ทำงานตั้งแต่ 4 ปีขึ้นได้ จะได้รับ 15,000 บาท ส่วนเภสัชกรซึ่งทำงานตั้งแต่ 1-3 ปี ได้รับค่าตอบแทนพิเศษที่ 3,000 บาท และเภสัชกรที่ทำงานตั้งแต่ 4 ปี ขึ้นไป จะได้รับ 4,500 บาท ส่วนวิชาชีพอื่นๆ เช่น นักเทคนิคการแพทย์ รังสีเทคนิค กายภาพบำบัด เป็นต้น ที่จบระดับปริญญาตรี ทำงานตั้งแต่ 1-3 ปีจะได้รับเพิ่ม 1,200 บาท และผู้ที่ทำงานตั้งแต่ 4 ขึ้นไปจะได้เพิ่ม 1,800 บาท และผู้ที่จบต่ำกว่าปริญญาตรี ทำงานตั้งแต่ 1-3 ปี จะได้เพิ่ม 600 บาท และที่ทำงานตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไปจะได้เพิ่ม 900 บาท
นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับในส่วนของพยาบาลนั้น ปรากฏว่ายังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากกลุ่มพยาบาลวิชาชีพมีการนำเสนอมาหลายกลุ่ม ทั้งพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป พยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลชุมชน และจากสภาการพยาบาล จึงให้กลับหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปข้อเสนอค่าตอบแทนมาก่อน อีกทั้งค่าตอบแทนที่พยาบาลเสนอมาก่อนหน้านี้ เป็นอัตราที่สูงมาก โดยเสนอให้พยาบาลที่ทำงานตั้งแต่ 1-3 ปี ได้รับค่าตอบแทนเพิ่ม 4,000 บาท แต่ทางกระทรวงให้ได้เพียงแค่ 1,200-2,000 บาท และพยาบาลที่ทำงานตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป เสนอที่ 6,000 บาท แต่ทางกระทรวงให้เพียง 1,800-3,000 บาท ซึ่งคงต้องมีการหารืออีกครั้งหนึ่ง
ค่าตอบแทนพิเศษนี้ จะใช้เงินบำรุงโรงพยาบาล ซึ่งทางสมาคมเงินบำรุงโรงพยาบาลยืนยันว่าไม่เป็นปัญหา สามารถจ่ายได้ ซึ่งตามประกาศจะเริ่มผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้ เป็นต้นไป และให้มีผลย้อนหลัง ส่วนกรณีที่เกรงว่าหากใช้เงินบำรุงโรงพยาบาลแล้วจะกระทบต่องบพัฒนาโรงพยาบาลนั้น ขอเรียนว่า ใน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน โครงการปฏิบัติการไทยเข้มแข็งนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้เสนอของบประมาณเพื่อใช้การพัฒนาโรงพยาบาลในงบก้อนนี้ 90,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งจะนำมาทดแทนและพัฒนาโรงพยาบาลได้



