คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ที่17ส.ค.2557
คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ที่17ส.ค.2557 : แล่ม จันท์พิศาโล
*** วันนี้...มี งานประกวดพระ ที่ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือ หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ จ.สมุทรสาคร ปกแข็งหนากว่า ๓๐๐ หน้า รวมประวัติและวัตถุมงคลครบทุกรุ่น พร้อมชี้จุดตำหนิพิจารณาอย่างละเอียด จัดทำโดยทีมงานนิตยสาร พระท่าพระจันทร์
** วันนี้ คมเลนส์ส่องพระ ขอเริ่มด้วย พระสมเด็จ พิมพ์ฐานแซม กรุบางขุนพรหม ของ ป๋อง สุพรรณ แหล่งรวมพระยอดนิยมทุกประเภท พระสมเด็จ พิมพ์ฐานแซม เป็นพระสมเด็จที่มีทั้ง วัดระฆัง และกรุบางขุนพรหม เอกลักษณ์สำคัญ คือ มีเส้นแซมใต้องค์พระ และใต้ฐานชั้นที่ ๑ ซึ่งพิมพ์อื่นๆ ไม่มี ขณะเดียวกัน ฐานชั้นล่างสุดจะเป็นแท่งหนาทึบ นอกจากนี้ ปลายพระเกศจะยาวจรดขอบซุ้ม พระกรรณ (หู) ยาวประบ่า ที่เรียกว่า "หูบายศรี" พระส่วนใหญ่อกจะเป็นร่อง (บางองค์ก็ไม่เป็นร่อง) คนสมัยก่อนจึงเรียกพระพิมพ์เต็มๆ ว่า "พิมพ์อกร่องหูยานฐานแซม" พระองค์นี้การตัดขอบจะไม่ค่อยเรียบร้อย เพราะต้องกดพิมพ์แข่งกับเวลา เพื่อให้ทันกำหนดพิธีปลุกเสก ตามลักษณะทั่วๆ ไปของพระกรุวัดใหม่อมตรส (บางขุนพรหม) โดยภาพรวมพระองค์นี้ถือว่าสวยสมบูรณ์พอสมควร สนนราคาอยู่ที่หลักล้านต้น
** ๒ องค์ต่อไป เป็นสุดยอดพระเมืองนครปฐม คือ พระหล่อโบราณ หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก สุดยอดแห่งพระคงกระพันชาตรี ที่เลื่องลือกันมานานปี รุ่นแรก พิมพ์ทรงคล้ายกับ พระซุ้มกอ ออกเมื่อปี ๒๔๕๕ ในงานผูกพัทธสีมา วัดบางหลวง อ.บางเลน จ.นครปฐม ซึ่งท่านไปช่วยบูรณะวัดนี้ เนื่องจาก หลวงพ่อแช่ม เจ้าอาวาส เป็นลูกศิษย์ของท่าน เป็นพระหลักแสนที่หา พระแท้ ได้ยากยิ่ง ส่วนพระรุ่น ๒ (มีหู) หล่อโบราณเช่นกัน ออกที่วัดพะเนียงแตก ปี ๒๔๖๐ ...หลวงพ่อทา เป็นชาวโพธาราม จ.ราชบุรี เกิดเมื่อ พ.ศ.๒๓๗๙ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ มรณภาพเมื่อปี ๒๔๖๓ สิริรวมอายุ ๘๔ปี
** พระพุทธชินราช อินโดจีน ปี ๒๔๘๕ เป็นพระหล่อโบราณ ในช่วงสงครามอินโดจีน หล่อและทำพิธีปลุกเสกที่วัดสุทัศนฯ โดยมี สมเด็จพระสังฆราชแพ เป็นองค์ประธาน และ ท่านเจ้าคุณศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์) เป็นผู้ดำเนินการ นับเป็นพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดพิธีหนึ่งในประวัติศาสตร์ชนชาติไทย พระรุ่นนี้มีหลายสิบพิมพ์ ความนิยมอยู่ที่ความสวยสมบูรณ์คมชัดเป็นหลัก สำหรับองค์ในภาพนี้ คือ พิมพ์ต้อ หุ่นยนต์ ตอกโค้ด พระพิมพ์นี้เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักสะสมพระสายอินโดจีนว่า เป็นพิมพ์ที่มีความคมชัด ล่ำสันมากที่สุดพิมพ์หนึ่ง และหายากมากๆ โดยเฉพาะองค์ที่ตอกโค้ดครบแบบนี้ พระองค์นี้ ฐกร บึงสว่าง กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ แอพเพิล เวลท์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของพระ ให้ข้อมูลว่า ที่เรียกว่า "หุ่นยนต์" เป็นชื่อที่เรียกกันมานานแล้ว ตามลักษณะขององค์พระที่จะมีขนาดใหญ่กว่าพิมพ์ต้อทั่วๆ ไป โดยเฉพาะพิมพ์ทรงมองดูมีลักษณะแข็งๆ ทื่อๆ เส้นสายรายละเอียดไม่พลิ้วไหว อ่อนช้อย เหมือนพิมพ์ทั่วๆ ไป จึงมองดูคล้ายๆ กับ "หุ่นยนต์"
** ต่อไป พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ พิมพ์พระรอด รุ่น "พินัยกรรม" เนื้อว่าน ปี ๒๕๐๕ องค์นี้เป็นพระชนะเลิศมาแล้วหลายงาน สวยสมบูรณ์มาก ผิวพระเดิมๆ เจ้าของพระ อ.ปริกาญน์ สุรพันธ์พิชิต ผู้ชำนาญการ ๕ กรมวิชาการ มหาวิทยาเกษตรศาสตร์ บางเขน...พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ เนื้อว่าน รุ่นพินัยกรรม ปี ๒๕๐๕ จัดเป็น พระเนื้อว่าน รุ่นที่ ๒ ของ วัดช้างให้ มีพิมพ์ทรงใกล้เคียงกับ พระเนื้อว่าน รุ่นแรก ปี ๒๔๙๗ ตามประวัติ...ในหนังสือพินัยกรรมที่ พระอาจารย์ทิม ได้ทำไว้เมื่อปี ๒๕๑๒ ได้กล่าวถึง พระเนื้อว่าน รุ่นนี้ว่า ปลุกเสกพร้อมกับ พระเนื้อโลหะ เมื่อปี ๒๕๐๕ ที่เก็บไว้ประมาณ ๒,๐๐๐ องค์ (แต่ท่านไม่ได้ระบุว่า สร้างทั้งหมดกี่องค์ คาดว่าประมาณไม่เกิน ๕,๐๐๐ องค์) พระเนื้อว่าน รุ่นนี้จึงเรียกว่า รุ่นพินัยกรรม มี ๓ พิมพ์ คือ ๑.พิมพ์กรรมการ ๒.พิมพ์หน้าใหญ่ และ ๓.พิมพ์พระรอด (ทั้ง ๓ พิมพ์นี้ยังแบ่งเป็นพิมพ์ย่อยออกไปได้อีกหลายพิมพ์) **
** พระสิกขี เป็นชื่อที่ชาวเหนือเรียกขานมานานหลายสิบปี ตั้งแต่พระขึ้นจากกรุใน จ.ลำพูน ความจริงแล้ว สิกขี ไม่ใช่ "พระ" แต่เป็น "นางฟ้า" หรือ "เทวดา" เพราะทรงเทริด สวมสร้อยสังวาล คนโบราณสร้างขึ้นเพื่อใช้ประดับตามซุ้มจรนำเจดีย์ สมัยหริภุญชัย ที่พบส่วนมากมีขนาดเล็ก สูงประมาณ ๓-๕ นิ้ว ขนาดใหญ่สุดเท่าที่เห็นเป็นของ พ่อเลี้ยงแดง บ้านสวนไม้ไทย สูง ๘ นิ้ว สวยคลาสสิกมาก ช่างปั้นทีละองค์ แล้วช่างเขียนลวดลายลงไป ถ้าเหมือนกันเป๊ะ แสดงว่า เก๊ถอดพิมพ์ เนื้อดินของ สิกขี เป็นเนื้อละเอียด มีคราบกรุเหมือน พระสกุลลำพูน องค์นี้สวยสมบูรณ์มาก เป็นของ เชียงใหม่ไฟอมตะ จากเว็บ pralanna.com
** พระผงจตุคามรามเทพ รุ่นแรก ปี ๒๕๓๐ พิมพ์ใหญ่ เนื้อเกสร องค์นี้เป็นของ รังสิต บุญประครอง เจ้าหน้าที่บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด ผู้มีความศรัทธาเลื่อมใสใน องค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพ อย่างสุดๆ คนหนึ่ง เพราะได้รับประสบการณ์มาแล้วหลายครั้งหลายหน ทั้งเรื่องการงานและการดำเนินชีวิตโดยทั่วไป แม้ว่าปัจจุบันข่าวคราววัตถุมงคลสาย หลักเมืองนครศรีธรรมราช จะแผ่วเบาบางลงไปมาก แต่ก็ยังมีกลุ่มคนผู้มีความเชื่อมั่นศรัทธาในบารมี องค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพ ยังเหนียวแน่นอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย รังสิต บุญประครอง ก็เช่นเดียวกัน เมื่อมีโอกาสพบเห็นองค์สวยถูกใจจะบูชาเข้ามาเก็บสะสมอยู่เสมอๆ ทั้งๆ ที่ราคายังคงอยู่ในหลักแสนขึ้นไป
** เครื่องราง "เสือ" ของสายใต้ก็มีเหมือนกัน หลายพระเกจิอาจารย์ทั้งยุคเก่าก่อนและปัจจุบัน ที่โด่งดังสุดๆ สำนักหนึ่ง คือ "เสือ" หลวงพ่อพัว เกสโร วัดบางเดือน จ.สุราษฎร์ธานี พระเกจิอาจารย์ผู้ได้รับขนานนามว่า "เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำพุมดวง" ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ทุกแขนง สำหรับวิชาการสร้าง เขี้ยวเสือแกะ และการปลุกเสก เขี้ยวเสือ ของท่าน ได้รับการถ่ายทอดมาจากคุณตาของท่านเอง คือ อาจารย์แดง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคาถาอาคมเป็นอันมาก โดยวิธีการสร้างจะนำ เขี้ยวเสือ มาแกะเป็นรูป "เสือ" แล้วลงอักขระ สวดพระคาถากำกับปลุกเสก จน...เขี้ยวเสือเต้นกระโดดบนกระดาน...ได้ หลังจากนั้นจะปลุกเสกอีกครั้งด้วยการปลุกเสกเทียน...ระเบิดน้ำ...ลงไปปลุกเสกในน้ำอีกครั้ง จึงเป็นอันใช้ได้ เรื่องราวเหล่านี้โด่งดังมาก จนเป็นที่ประจักษ์แก่บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลาย ต่างอยากเป็นเจ้าของ "เสือ" ของท่านด้วยกันทั้งนั้น แต่ก็หายาก เพราะสร้างน้อย...สำหรับ เสือหลวงพ่อพัว จะเรียกขานในการดูกันว่า...หูลู่ ขนหนอน มีเล็ด... "หูลู่" หมายถึง การแกะหูปลิวตามลมม "ขนหนอน" หมายถึง การแกะขนเสือคล้ายๆ ตัวหนอน "มีเล็ด" หมายถึง ด้านหลังตรงก้นจะมีลูกอัณฑะของเสือ...นักสะสมเครื่องรางทางภาคใต้ ต่างยกย่องให้ เสือหลวงพ่อพัว วัดบางเดือน เป็น เสือพยัคฆ์หมายเลข ๑ เช่าหากันถึงหลักแสนขึ้นไป ในภาพที่นำมาโชว์เป็นวิทยาทานนี้เป็นสมบัติของคอท่อม ทัพพระราม นักสะสมพระเครื่องรางของขลัง ชาวใต้ ผู้มีสายตาเฉียบขาดในการพิจารณาพระเครื่องอย่างแม่นยำมาก ระดับแถวหน้าคนหนึ่งเชียวล่ะ
** ของดียังมีอยู่...พระรูปหล่อหลวงปู่สิงห์ ธมฺมสาโร วัดโบสถ์ รุ่นแรก...ท่านเป็นพระสุปฏิปันโน สายกรรมฐานผู้มีพลังจิตแรงมาก และมีญาณสมาธิระดับสูงรูปหนึ่งของ จ.สุรินทร์ รูปหล่อรุ่นแรกนี้สร้างขึ้นเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๕๗ มีขนาดสวยงาม และเหมือนองค์ท่านมาก ใต้ฐานอุดด้วยข้าวก้นบาตรของ หลวงปู่ดุลย์ ซึ่งท่านเก็บไว้ตั้งแต่สมัยไปเรียนกรรมฐานด้วย ผสมกับผงศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านปลุกเสกเก็บไว้ พร้อมกับบรรจุเส้นเกศาของท่าน... พระรุ่นนี้จึงเป็นวัตถุมงคลที่ ดีนอก และ ดีใน จำนวนสร้าง เนื้อทองคำ ๙ องค์, เนื้อเงิน ๙๗ องค์, เนื้อนวโลหะ ๓๖ องค์, เนื้อชนวนพิเศษ ๘๕ องค์ และเนื้อโลหะผสม ๒,๕๕๗ องค์ ท่านผู้สนใจสอบได้ที่ พระอาจารย์สุรฤทธิ์ ธมฺมทินโน โทร.๐๘-๕๗๖๖-๕๘๙๘, ๐๘-๙๕๑๑-๕๒๕๒ (อ่านประวัติ "หลวงปู่สิงห์" ได้ที่ www.rachandam.com



