
คิดบวก..ปั่นบวกคืนสุขให้สุขภาพ
คิดบวก..ปั่นบวกคืนสุขให้สุขภาพ : สิทธิชัย สิขวัตร รายงาน
ตะวันใกล้ลับขอบฟ้า ผู้คนที่สัญจรไปมาบนท้องถนนเส้นทางท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่ มักจะเห็นภาพอันเจนตากับชายรูปร่างอ้วนท้วม น้ำหนักปาเข้าไป 81 กิโลกรัม
หลังเลิกงานได้สลัดเครื่องแบบมาอยู่ในชุดกะทัดรัด ทะมัดทะแมง
"ปั่นๆๆๆ..."
"พ.ต.อ.บุญทวี โตรักษา" รอง ผบก.ภ.จว.กระบี่ วัย 55 ปี แม้รูปร่างจะไม่อำนวยแต่ด้วยใจรัก จึงมักเห็นชายผู้นี้ปั่นจักรยานนำหน้าคนอื่นอยู่เนืองๆ
"ผมรับราชการตำรวจมานาน การใช้เวลาว่างออกกำลังกายมีน้อยมาก พูดตรงไปตรงมา ไม่ได้ออกกำลังกายเลย ยิ่งตัวเองน้ำหนักเยอะถึง 81 กิโลกรัม สูง 163 เซนติเมตร ดื่ม กินเป็นหลัก ที่สำคัญเป็นโรคเบาหวานด้วย ทำให้ต้องหาวิธีการออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานมา 2 เดือนแล้ว ผลที่ได้เบาหวานจาก 170 ลดเหลือ 140 การปั่นจักรยานช่วยได้มาก" นายตำรวจนักปั่นบอกที่มาที่ไป
พ.ต.อ.บุญทวี บอกว่า กิจกรรมนี้ยังได้เพื่อนใหม่ ได้ความสนุกสนาน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ได้สัมผัสวิวทิวทัศน์ของจังหวัดกระบี่อย่างใกล้ชิด ที่ผ่านมาไม่เคยทำมาก่อน เช่นการรวมตัวกันถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกตามแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดกระบี่ ภูเขา ชายหาด ท้องทะเล สวนปาล์มน้ำมัน สวนยางพารา เป็นต้น การปั่นจักรยานทำให้สุขภาพดีขึ้นมาก จึงแนะนำผู้ที่ป่วยให้มาปั่นจักรยานด้วยกัน รับรองกระบี่ไฉไลไม่ทิ้งกัน สุขภาพทุกคนดีเหมือนกันหมด
น่าสนใจว่า บุคคลสำคัญในพื้นที่จำนวนไม่น้อยที่ผนึกกำลังร่วม "คืนความสุขให้สุขภาพ" ของชาวกระบี่ ในนามกลุ่ม "กระบี่ไฉไล" สีสันคนชอบปั่น ควบคู่กับการทำกิจกรรมเพื่อสังคม
ที่สำคัญกลุ่มนี้มีการรวมกลุ่มบุคคลที่ชื่นชอบการปั่นจักรยาน จากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งนักเรียน นักศึกษา พ่อค้า ข้าราชการ และนักธุรกิจในท้องถิ่น โดยมีเป้าประสงค์หลักคือ ใช้เวลาว่างดูแลสุขภาพ ทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม และลดภาวะโลกร้อน
ดังนั้น หลังเลิกงานเสร็จภารกิจต่างๆ ถนนทุกสายจึงมุ่งสู่จุดนัดพบ ช่วงเวลา 18.30 น. ณ ร้านตะโกลา ปากทางซอย 2 ถนนอุตรกิจ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่
ภายใต้สโลแกน "มีแต่มิตรภาพ ไร้ยศถาบรรดาศักดิ์ เท่าเทียมกัน"
เหล่านี้เป็นที่มาที่ไปของการ "ปั่น" ขนานแท้ เพราะเป็นการสร้างวินัย ความสามัคคี ความสนุกสนาน บนความปลอดภัย สมาชิกอยู่ด้วยกันอย่างมีกฎระเบียบ ไม่พูดเรื่องการเมือง เพราะปั่นเพื่อออกกำลังกาย รักษาโรคขี้เกียจ เอาชนะตัวเอง ไม่ใช่ปั่นเพื่อชนะผู้อื่นหรือเพื่อการแข่งขันใดๆ
อติพจน์ ศรีสุคนธ์ หรือโกจู๊ด เจ้าของร้านอาหารตะโกลา และโรงแรมเดอะคลิป ในฐานะประธานกระบี่ไฉไล ขยายความว่า กระบี่ไฉไลตามความหมายคือ ในแง่สวยงาม โดยเฉพาะงามด้านจิตใจ วิวทิวทัศน์ของจังหวัดกระบี่ ถือเป็นการรวมกลุ่มของบุคคลในจังหวัดกระบี่จากหลากหลายอาชีพ ที่ต้องการเวลาออกกำลังกาย 2-3 ชั่วโมง เพื่อทิ้งเรื่องงาน ทิ้งเรื่องปวดหัวจากชีวิตประจำวันมาดูแลสุขภาพ
ประธานกลุ่มบอกว่า รูปแบบการปั่นวันละประมาณ 50-60 กิโลเมตร เริ่มจากตัวเมืองกระบี่ไปยังอ่าวนาง หรือหนองทะเล ซึ่งเป็นเส้นทางที่สมาชิกรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี พร้อมเก็บภาพสวยๆ ตามเส้นทางที่ผ่าน นอกจากนั้น ในบางครั้งสมาชิกก็อาจใช้ทริปวันอาทิตย์ช่วงเช้า นัดรวมตัวกันตามเส้นทางใหม่ๆ เพื่อสัมผัสบรรยากาศทิวทัศน์ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ขอย้ำว่า กระบี่ไฉไลปั่นเป็นทีม ไปเป็นทีม ยึดความปลอดภัยเป็นหลัก จึงทำให้มีสมาชิกในเฟซบุ๊กมากถึง 2,464 คน
เช่นเดียวกับ สมพงค์ จิววุฒิพงค์ อายุ 37 ปี ผจก.ธุรกิจสัมพันธ์สินเชื่อสาขา ธนาคารไทยพาณิชย์ กระบี่ บอกทีมข่าวขณะแวะพักจุดชมวิวว่า เป็นคนที่ชอบออกกำลังกายอยู่แล้ว ล่าสุดหันมาปั่นจักรยานไปรอบตัวเมืองกระบี่ เริ่มแรกวันละ 10 กิโลเมตร จากนั้นก็ขยับไปเรื่อยจนสามารถออกรอบไปปั่นในระยะทางไกลๆ ได้ ปั่นแบบนี้ประมาณ 2 เดือนเต็มๆ สุขภาพดี แข็งแรง หายปวดเมื่อย ข้อเท้า หัวเข่า เพราะเป็นคนที่มีส่วนสูง 182 เซนติเมตร น้ำหนัก 109 กิโลกรัม ก็ลดเหลือ 99 กิโลกรัม ภายใน 6 เดือน
นอกจากนั้น การปั่นจักรยานยังได้เพื่อนใหม่จากอาชีพต่างๆ อีกมากมาย ฝึกความสามัคคี การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ที่สำคัญการรวมตัวปั่นจักรยานทำกิจกรรมเพื่อสังคม และช่วยเหลือผู้ยากไร้
มาลัย พ่วงนุ่น อายุ 36 ปี ผู้จัดการฝ่ายบัญชีโรงแรมซันดารีสอร์ท ก็บอกในทำนองเดียวกันว่า หลังปั่นไปได้ระยะหนึ่ง รู้สึกว่าร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง กล้ามเนื้อกระชับขึ้น น้ำหนักจากเดิม 77 กิโลกรัม ปัจจุบันลดเหลือ 66 กิโลกรัม สุขภาพแข็งแรงขึ้น มีความสนุกสนาน เจอเพื่อนๆพี่ๆ น้องๆ มากมายหลายอาชีพ
"มีการปั่นที่ไหนก็มีมาลัยคนนี้ ไม่เคยบ่น กระบี่ไฉไลไปไหนไปด้วย เพราะการปั่นจักรยานได้รสชาติหลากหลาย เร็ว แรง หอบ หัวเราะ รวมทั้งความเจ็บปวดบ้างเล็กน้อยจากการล้มบ้าง มีแผลกลับบ้านไปฝากแม่ มีครบทุกรูปแบบ" เธอบอก
ขณะที่ในมุมของ หทัยภัทร หนูพงษ์ อายุ 21 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว ย้ำว่า เป็นคนที่ไม่ชอบออกกำลังกายเลย แต่ได้รับคำแนะนำจากเพื่อนให้มาปั่นจักรยาน จึงได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย ใช้เวลาปั่นมาประมาณ 6 เดือน ทำให้ร่างกายของตัวเองดีขึ้นกระชับและดูดีมากขึ้น ที่สำคัญยังทำให้เรารักธรรมชาติของจังหวัดกระบี่มากขึ้น
สำหรับจังหวัดกระบี่ปัจจุบันมีผู้ที่รักการปั่นหลายกลุ่มด้วยกัน จาก 8 อำเภอ ราว 12 กลุ่ม อาทิ กระบี่ไฉไล, 2 ล้อพาเพลิน, ปั่นไปกินไป, ตลาดเก่า, น้ำจาน, ไขตายไบค์ รวมประมาณ 2,000-3,000 คัน
ที่สำคัญผู้รักการปั่นยังมีการทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่องปีละ 1 ครั้ง เพื่อหาเงินช่วยเหลือเด็กยากจนในพื้นที่จังหวัดกระบี่ หรือช่วยเหลือโรงเรียนที่ขาดอุปกรณ์การเรียนการสอนอีกด้วย
วันนี้..คุณปั่นเพื่อสุขภาพแล้วหรือยัง
-------------------------------
(หมายเหตุ : คิดบวก..ปั่นบวกคืนสุขให้สุขภาพ : สิทธิชัย สิขวัตร รายงาน)



