ไลฟ์สไตล์

'มิวนิค' เบิกบานกลางเดือนร้อน

'มิวนิค' เบิกบานกลางเดือนร้อน

17 ส.ค. 2557

เที่ยวนี้ขอเล่า : 'มิวนิค' เบิกบานกลางเดือนร้อน : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง [email protected] / IG : kan_hongthong

 
                           นึกถึง มิวนิค ทีไร ภาพสีขาวโพลนของหิมะยังตามหลอนไม่เลิก
 
                           ยามนั้นไม่มีอะไรดีไปกว่าการนึกปลอบใจตัวเองว่า มิวนิคในม่านหิมะก็ดูงดงามไปอีกแบบ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า หิมะไม่ได้ตกแค่เปาะแปะ หรือแค่วันเดียว แต่ตอนนั้นตก 2-3 วัน จนนึกขยาดมิวนิคไปอีกนาน
 
                           ได้แต่หวังว่า มิวนิคในซัมเมอร์คงไม่ส่งหิมะโปรยลงมาราวีแขกเหรื่ออีก
 
                           สำหรับคนจะไปเที่ยวมิวนิคในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป สายการบินยูเครน อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์ไลน์ (www.flyuia.com) มีเที่ยวบินเข้ามิวนิค และอีกหลายเมืองในยุโรปไม่ว่าจะเป็น ซูริค ปารีส เบอร์ลิน แฟรงก์เฟิร์ต ลอนดอน บรัสเซลส์ โรม และอัมสเตอร์ดัม  นอกจากราคาสบายกระเป๋า ที่นั่งก็สะดวกสบายด้วย   
 
                           ส่วนใครที่บินเข้าหัวเมืองอื่นในยุโรป ก็สามารถเดินทางมาหามิวนิคได้ด้วยรถไฟยุโรป (www.raileurope.co.th) เที่ยวนี้ฉันก็พกตั๋วประเภท ยูเรล โกลบอล พาส ที่ใช้ได้ 24 ประเทศในยุโรปมาด้วย เรียกว่าจะเข้าเยอรมนีหรือเมืองอื่นในยุโรปก็สะดวกทั้งสิ้น แถมมีตั๋วแบบนี้ใช้บริการรถไฟประเภท S-Bahn ได้ฟรีอีก และมีส่วนลดสำหรับโรงแรมบางแห่งด้วย
 
                           แต่เที่ยวนี้หลังจากคลิกเข้าไปค้นในเว็บไซต์จองที่พักเจ้าประจำอย่างอโกดา (www.agoda.com) เลือกเรือนพักทำเลทองที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ ประเดี๋ยวเดียวก็ออกมาให้คัดตัวกันให้พรึ่บไปหมด แต่ฉันเลือกที่โรงแรม King’s Hotel Center (www.kingshotels.de) ที่เดินจากสถานีรถไฟไม่ไกลมาก แค่ราวๆ 5 นาทีก็ถึงโรงแรมแล้ว นี่คือโรงแรมที่อยู่ใจกลางเมืองมิวนิค ที่ห้องหับแต่งได้คลาสสิกมาก แถมจะเดินไปตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองก็ไม่ไกลจนเกินไป แต่ที่ถูกใจฉันที่สุดคงเป็นอาหารเช้า ที่ใช้คำว่าอุดมสมบูรณ์ถึงจะเหมาะที่สุด
 
                           จากเรือนพักเจ้าหน้าที่บอกเดินแค่ 10-15 นาที ก็ถึงย่านไข่แดงของเมืองแล้ว นั่นน่ะเป็นระยะเวลาที่ชาวบ้านเขาเดินกัน พวกเอ้อระเหยเป็นนิสัย 50 นาทียังไม่รู้จะถึงหรือเปล่า
 
                           ก็เหมือนกับคนทั่วไป ถนนสายหลักที่ตัดตรงจากสถานีรถไฟไปหาจัตุรัสประจำเมือง ต่อให้ไม่มีแผนที่ก็ไม่มีทางหลง เว้นเสียแต่ว่าคุณจะเดินตามหนุ่มสาวชาวมิวนิคลัดเลาะไปซอยอื่น
 
                           กระทรวงยุติธรรมเป็นจุดแรกที่มาแวะแหงนคอมองที่นี่อีกครั้ง จำได้ว่า เมื่อคราวถูกหิมะห่ม ท้องฟ้าฉ่ำฝน ที่นี่เลยดูเหงาๆ แต่ยังมีผู้คนเดินกันตามท้องถนนให้สลอนไปหมด จนอุณหภูมิติดลบเหมือนเป็นเพียงตัวเลขที่สมมุติขึ้น 
 
                           จำได้แม่นยำว่า เมืองงามแห่งแคว้นบาวาเรียในเยอรมนีตอนนั้น เปียนปอนชุ่มฉ่ำไปเสียทุกซอกทุกมุม แผ่นฟ้าเป็นสีขาวโพลน หิมะยังร่วงกราวราวกับฟ้ารั่ว ท้องถนนและหลังคาโบสถ์ในมิวนิคเป็นสีขาว จนผู้คนเริ่มหลบหนาวเข้าไปพึ่งไออุ่นจากห้างสรรพสินค้า ร้านค้า คาเฟ่ และโบสถ์
 
                           แต่วันนี้ ผู้คนออกมานั่งชิลตามจัตุรัส รอบๆ ลานน้ำพุแทบไม่มีที่ว่าง สาวๆ สวมอาภรณ์เบาหวิวออกมาเดินเล่นบนถนนสายกลางเมืองอย่างเบิกบาน นี่มันหนังคนละม้วนกับมิวนิคเมื่อหลายปีก่อน 
 
                           ห้างดังที่ฉันเคยผลุบเข้าไปอาศัยอาบอุ่นจากฮีทเตอร์ วันนี้ก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คน เพราะป้ายเซลส์ยังทรงพลังเสมอในสายตานักช็อป
 
                           กว่าจะย่างสองขาไปถึง จัตุรัสมาเรียน (Marien Platz) ก็เกิน 50 นาทีซะอีก อ้อยอิ่งไปเรื่อย แวะดูนักดนตรีเร่ริมทางที่ดาหน้ากันมาเปิดหมวกเปิดการแสดงเป็นระยะ เป็นวันที่ดินฟ้าอากาศเป็นใจจริงๆ ใจกลางจัตุรัสมาเรียนจึงถูกประดับไว้ด้วยผู้คน จนบางทีใช้คำว่าคึกคักก็ดูจะน้อยไป
 
                           แต่สำหรับจัตุรัสประจำเมืองอย่างมาเรียน ต่อให้เป็นวันที่ทุกคนต้องยืนตากหิมะก็ยังมีนักท่องเที่ยวมายืนกันสลอนไปหมด เพราะเป็นอันรู้กันในหมู่นักท่องเที่ยวว่า ถ้าอยากสัมผัสสีสันและชีวิตชีวาของมิวนิค ไม่มีที่ไหนเหมาะเท่ากับจัตุรัสมาเรียนอีกแล้ว
 
                           ศาลาว่าการเมืองใหม่ (Neues Rathaus) ยังคงยืดอกต้อนรับขับสู้แขกเหรื่ออย่างสง่าผ่าเผย อาคารโดดเด่นตามสไลต์สถาปัตยกรรมแบบนีโอ-โกธิค สูงได้ใจจริงๆ สูงเหมือนเป็นเพื่อนกับท้องฟ้า
 
                           ใครมายืนมุมนี้ตอน 11 โมงเช้า ก็จะเจอตุ๊กตาออกมาเต้นระบำพอดิบพอดี ผู้คนแน่นจัตุรัสจับจ้องที่ตุ๊กตาราวกับถูกสะกด แต่ซัมเมอร์แบบนี้ ตุ๊กตาต้องออกมาทำโอทีโชว์เพิ่มอีกรอบ ช่วง 5 โมงเย็น และไม่ว่าฝนจะตก หิมะจะโปรยปราย แดดจะสาดเปรี้ยง ร้อนตับแลบ หรือหนาวสะท้านปอด แต่ถ้าเป็น 11 โมง คนที่แวะมาเยี่ยมมิวนิครู้ดีว่าพวกเขาควรยืนอยู่ตรงไหนของเมืองเบียร์  
 
                           อีกอย่างที่ตรึงสายตาทุกคู่รายรอบจัตุรัสให้หยุดมอง คงเป็น รูปปั้นพระแม่มารีทองคำ (Mariensaule) บนเสาสูงอันงดงาม 
 
                           แทบไม่น่าเชื่อว่า จัตุรัสแห่งนี้เคยเป็นตลาดมาก่อน แต่ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหนๆ จะเป็นอะไร จัตุรัสแห่งนี้ยังคงน่าเข้าใกล้เสมอ
 
                           เดินเลี้ยวไปนิดเดียวเป็น ตลาดวิคทัวเลียน (Viktualienmarkt) ตลาดสดโบราณที่อยู่ใกล้ๆ กับจัตุรัส แต่ก่อนจะไปถึงตลาด ต้องฝ่าด่านถนนสายไส้กรอก ใครที่เป็นชมรมคนรักไส้กรอกแล้วล่ะก็ มาถึงถนนนี้คงตาลายกับไส้กรอกหลากสายพันธุ์ ที่มีให้เลือกซื้ออย่างอุ่นหนาฝาคั่ง  
 
                           ตลาดวิคทัวเลียน เป็นตลาดผักและผลไม้สดกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของเมือง ใครที่อยากซื้อผักสด ผลไม้ เนื้อสัตว์ สมุนไพร เบียร์สารพัดยี่ห้อ ต้นไม้ ของแฮนด์เมด และของกินทุกประเภท แวะมาเตร็ดเตร่แถวนี้รับรองได้ของติดมือกลับไปแน่  
 
                           มิวนิคในซัมเมอร์เบิกบานน่ากอดชะมัด แต่ที่แน่ๆ แดดฤดูร้อนช่วยชะล้างภาพหนาวๆ ขาวๆ ในอดีตของมิวนิคได้อย่างหมดจด
 
 
 
 
 
 
----------------------------
 
(เที่ยวนี้ขอเล่า : 'มิวนิค' เบิกบานกลางเดือนร้อน : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง [email protected] / IG : kan_hongthong)