
เปิดโมเดลเกษตรสมัยใหม่ แหล่งเรียนรู้ที่กำแพงเพชร
17 ส.ค. 2557
ท่องโลกเกษตร : เปิดโมเดลเกษตรสมัยใหม่ แหล่งเรียนรู้ที่กำแพงเพชร : โดย...ดลมนัส กาเจ
พื้นที่ราบกว่า 4,000 ไร่ ในพื้นที่ ต.เทพนคร อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เนรมิตเป็นแหล่งเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรไทยให้แข็งแกร่ง โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ส่วนหนึ่งตั้งเป็นหมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชร ที่ทางกลุ่มพืชครบวงจร เครือโภคภัณฑ์ หรือซีพีเอส ทำเป็นแปลงปลูกข้าว เลี้ยงปลา ปาล์ม ที่น่าสนใจคือ โครงการงานทดลองเกี่ยวกับการเลี้ยงปลาในนาข้าว และปลูกปาล์มรอบๆ คันบ่อปลาในส่วนนี้เปิดให้ผู้สนใจเข้าดูงาน
นอกจากนี้ภายในโครงการมีศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าว เพื่อพัฒนาสายพันธุ์ให้ทนต่อสภาพแวดล้อมและโรคระบาด มีอาคารอเนกประสงค์สำหรับทำกิจกรรมร่วมกัน ลานเสวนาสภาหมู่บ้าน สหกรณ์หมู่บ้านและศูนย์คอมพิวเตอร์ สำหรับเด็กในหมู่บ้าน และเด็กรอบๆ บริเวณหมู่บ้าน หมู่บ้านใกล้เคียงที่ยังขาดแคลนอุปกรณ์ด้านคอมพิวเตอร์ ได้มีโอกาสมาเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีสืบค้นหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์และการเปิดสอนคอมพิวเตอร์เบื้องต้นให้แก่เกษตรกรในหมู่บ้านที่สนใจอีกด้วย
พื้นที่อีกส่วนหนึ่งถูกแบ่งมาจัดสรรที่ดินให้เกษตรกร 64 ครอบครัวละ 25 ไร่ รวมพื้นที่ในส่วนนี้จำนวน 1,600 ไร่ ทางบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (ซีพีเอฟ) จะเป็นผู้ดูแล และพร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้การทำเกษตรสมัยใหม่ให้แก่ผู้ที่ร่วมโครงการ
ว่ากันว่า หมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชรเป็นหมู่บ้านต้นแบบที่ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้น้อมนำแนวพระราชดำริด้านการปฏิรูปที่ดินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวคิดจัดตั้งหมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชรขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2522 โดยนำที่ดินมาจัดสรรอย่างเหมาะสมให้แก่เกษตรกรยากจน พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเลี้ยงสัตว์ นำเทคโนโลยีเข้ามาส่งเสริมการเพิ่มผลิต รวมถึงการหาแหล่งเงินทุนสนับสนุน ด้วยหวังจะให้เป็นแหล่งเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรไทยให้แข็งแกร่ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก
บัญญัติ นันทมิตร ผู้จัดการโครงการพิเศษ หมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชร เล่าระหว่างที่ไปเยี่ยมชมโครงการ ว่า หมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชรจะเปิดให้ผู้ที่สนใจทั่วไปได้เข้าเยี่ยมชมฟาร์ม เพื่อศึกษาดูงานที่เกี่ยวกับกลุ่มพืชครบวงจรและการเลี้ยงสัตว์ที่ประสบความสำเร็จ สร้างความอยู่ดีกินดีให้แก่เกษตรกร ที่ผ่านมาหากเกษตรกรที่เลี้ยงสุกรมีแม่พันธุ์ถึง 250 ตัว เกษตรกรผู้ผลิตสุกรพันธุ์ในหมู่บ้านจะมีรายได้เฉลี่ยสูงถึง 7 หมื่น-1.2 แสนบาทต่อเดือน
การเลี้ยงสุกรในหมู่บ้านแห่งนี้ ทางซีพีเอฟนำระบบแบบโรงเรือนปิดมาใช้ เพราะเราป้องกันความเสี่ยงจากโรค และทำให้สัตว์อยู่ในสภาวะที่เหมาะสมมีความเป็นอยู่สุขสบาย สุกรจะไม่เจ็บป่วย จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาสำหรับการรักษา นอกจากนี้ยังนำระบบการให้อาหารอัตโนมัติมาใช้ และการประยุกต์ใช้นวัตกรรมเครื่องช่วยผสมเทียมสุกรที่เรียกว่า ออล บัดดี้( AI-Buddy) รวมถึงการนำนวัตกรรมใหม่มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยส้วมน้ำในโรงเรือนสุกรขุน ซึ่งในอดีตการทำความสะอาดโรงเรือนจะใช้วิธีฉีดน้ำล้าง ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมาก และยังมีผลกระทบต่อสุขภาพสุกรด้วย ดังนั้นทางหมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชรจึงนำนวัตกรรม ส้วมน้ำ มาใช้ เพื่อลดการใช้น้ำ และลดแรงงานเรื่องการทำความสะอาดโรงเรือน ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพสุกร เพราะพื้นโรงเรือนแห้งสะอาด ทั้งยังสามารถลดกลิ่นได้อีกทางหนึ่งด้วย
ในส่งวนของแปลงข้าว ข้าว ปลา ปาล์ม ตลอดจนโครงการงานทดลองเกี่ยวกับการเลี้ยงปลาในนาข้าว และปลูกปาล์มรอบๆ คันบ่อปลา ที่กลุ่มพืชครบวงจรรับผิดชอบนั้น จะเน้นที่ให้ได้ผลผลิตตลอดทั้งปี โดยข้าวจะให้ผลผลิตระยะสั้น 4 เดือน ปลาจะให้ผลผลิตระยะกลาง 6 เดือน ส่วนปาล์มน้ำมัน มะพร้าวกะทิ จะให้ผลผลิตระยะยาว โดยเริ่มให้ผลผลิตตั้งแต่อายุ 3 ปี และให้ผลผลิตจนถึงอายุ 25 ปี
ด้าน สุดารัตน์ สมสุข เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรขุนในโครงการหมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชร บอกว่า ก่อนที่เกษตรกรทุกคนจะได้เข้ามาเลี้ยงสุกรในโครงการได้ จะต้องผ่านการอบรมและฝึกงานการเลี้ยงสุกรในฟาร์มของบริษัทเป็นเวลา 2 สัปดาห์ จากนั้นแต่ละครอบครัวจะได้รับสินทรัพย์เป็นที่ดิน 25 ไร่ บ้านพักอาศัย 1 หลัง โรงเรือน 1 หลัง และเกษตรกรที่เลี้ยงสุกรพันธุ์เพื่อผลิตลูกสุกรจะได้รับแม่พันธุ์ 30 ตัว พ่อพันธุ์ 2 ตัว ส่วนเกษตรกรที่เลี้ยงสุกรขุนจะได้รับลูกสุกร 250 ตัวต่อ 1 รอบการผลิต นอกจากนี้ยังได้รับอุปกรณ์การเลี้ยง อาหารสัตว์ ยา และวัคซีนป้องกันโรค รวมทั้งบ่อปลา 1 บ่อ
“เกษตรกรในโครงการทุกคนต่างมุมานะพยายามในการเลี้ยงสุกร จนมีรายได้นำไปคืนเงินกู้กับธนาคารได้จนหมดภายในระยะเวลา 10 ปี ทางโครงการจึงโอนทรัพย์สินทั้งหมดให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเกษตรกร และเป็นมรดกที่จะตกทอดไปถึงลูกหลาน ต้องขอบคุณซีพี-ซีพีเอฟ ที่ทำให้เกษตรกรอย่างพวกเรามีโอกาสที่ดี จนสามารถเปลี่ยนชีวิตเกษตรกรทั้ง 64 ครอบครัวให้ดีขึ้น อย่างที่ไม่เคยคิดว่าในชีวิตหนึ่งจะมีโอกาสจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างทุกวันนี้” สุดารัตน์ กล่าว
ส่วน อำนาจ หาญโสด เกษตรกรรุ่นที่ 2 ที่เข้ามาสานต่ออาชีพเลี้ยงหมูพันธุ์ต่อจากพ่อแม่ เขาเป็นหนุ่มไฟแรง ที่ก่อนหน้านี้ออกไปหาประสบการณ์ด้วยการทำงานเป็นพนักงานบริษัท เป็นมนุษย์เงินเดือน ที่มีรายได้เพียงเดือนชน จนวันที่มีครอบครัวจึงอยากใช้ชีวิตอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา และยังเห็นว่า พ่อแม่เลี้ยงหมูพันธุ์กับบริษัทมานาน ไม่เคยประสบปัญหาเรื่องรายได้ แถมยังมีรายได้เพิ่มขึ้นตลอด จึงผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว ทุกวันนี้เขาและครอบครัวมีความอบอุ่นอย่างที่หวัง และมีความเป็นอยู่ที่ดีด้วยอาชีพเลี้ยงหมู
ผู้ที่สนใจเยี่ยมชมหมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชร สามารถติดต่อขอเข้าชมได้ทุกวัน ที่ นายบัญญัติ นันทมิตร โทรศัพท์ 08-6446-8411, 08-1887-2063
------------------------
(ท่องโลกเกษตร : เปิดโมเดลเกษตรสมัยใหม่ แหล่งเรียนรู้ที่กำแพงเพชร : โดย...ดลมนัส กาเจ)



