ไลฟ์สไตล์

เพลงพลบ ของเทพย์ สิทธานี กวีวณิพก

เพลงพลบ ของเทพย์ สิทธานี กวีวณิพก

17 ส.ค. 2557

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : เพลงพลบ ของเทพย์ สิทธานี กวีวณิพก : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

 
                  เมื่อต้นเดือนสิงหาคม  ผมได้ไปร่วมเป็นวิทยากรในโครงการ"ศรียารักษ์ภาษาไทย"   " เพาะเมล็ดอักษราศรียานุสรณ์" ที่โรงเรียนศรียานุสรณ์ อ.เมือง จันทบุรี   โรงเรียนมัธยมศึกษาที่ ชมัยภร แสงกระจ่าง เคยเรียนในวัยเยาว์
 
                  หัวข้อมหัศจรรย์แห่งการอ่าน  ผู้อภิปรายมี 4 คน คือเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์  ประชาคม ลุนาชัย  ชมัยภร แสงกระจ่างและ ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
 
                  นักเรียนกว่าร้อย ทุกคนเข้ารับความรู้จากวิทยากร 4 คน 4 ฐาน  นวนิยาย  สารคดี  เรื่องสั้น  และบทกวี
 
                  สามวันที่ผมร่วมเป็นวิทยากร  นอกจากได้พบเด็กๆ คุณครู เจ้าภาพใจดียังพาเที่ยวพากิน  อาหารเฉพาะถิ่นจันทบุรี
 
                  แกงมัสมั่นไก่ทุเรียน  ตำทุเรียน  ยำมังคุด  แกงหมูชะมวง  วันสุดท้ายมื้อกลางวันได้กินก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง และยังมีโอกาสได้พบ เทพย์ สิทธานี กวีวณิพก    ฉายานี้ได้มาจากการที่เขาเป็นกวีที่มี่ความสามารถในการขับขานเพลงขอทาน ซึ่งเขานับเป็น"ศิษย์มีครู" ครูของเขาคือ พ่อหวังเต๊ะ  และครูประทีป หนองปลาหมอ
 
                  เขาทราบว่าเรามาเยือนจันทบุรีเขาจึงมาหามาเจอเหมือนเช่นทุกครั้ง  ครั่งนี้เขามีหนังสือมาฝาก"  กวีนิพนธ์ร่วมสมัย  เพลงพลบ" จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ศรีปัญญา จำกัด
 
                  เพลงพลบ เป็นบทกวีที่เขียนขึ้นต่างกรรมต่างวาระนำมารวมไว้ด้วยกัน  โดยใช้ภาพถ่ายในกาละที่เขาได้เดินทางท่องเที่ยวชม "มาชูปิกชู" ศาสนสถานของชาวอินคา ที่ประเทศเปรูเป็นภาพประกอบ  ซึ่งทำให้เขวไขวจากเนื้อหาไปบ้าง
 
                  " นับปีเดือน เลื่อนผันวันต่อวัน   ผ่านพบเรื่องเอนกอนันต์อันหลากหลาย.........เขียนกลอนตลาดขายชาตินี้ ราคาเยา   เท่าที่มีซื้อได้  พอประทังชีวิตลิขิตใจ   ความมุ่งมาดปรารถนาให้ได้สมปอง..........โลกเป็นไปเปลี่ยนแปลงทุกแห่งหน     ทุกขณะนับวน คนก็เปลี่ยน.....................ธรรมดาชีวิต .. ใดจีรัง..ม่านมายา..ฟ้าฝน..เมฆ ต้นไม้ นก..ศิลปินในใจ..กูกวี..กวีที่รัก  ..ดนตรีไทยที่รัก..ปากกาชีวิต..มายาชีวิต..เกิดมาเขียน..เขียนมนุษย์..เขียนหล่อเลี้ยงหัวใจตนเอง..คุกชีวิต..ดนตรีแห่งชีวิต..ลมหนาวแห่งความเกลียดชัง..แบบฝึกหัดชีวิต..ต้นฉบับชีวิต..หนาวใจ..แด่นักอ่านคนสุดท้าย..ตกหลุมรักนักอ่าน..ทะเลเห่ใจ..เขานอก นกไพร .....และเพลงพลบ..
 
                  "อาทิตย์อัสดงลงแล้ว ลับแนวโพ้นสมุทรสุดเหงา แดงเหลืองเรืองส้มอมเทา ชมพูฟ้าเฝ้าเงาแจรง
เข้าไต้เข้าไฟใจเปลี่ยว ดายเดียวรู้สึกลึกแปร่ง ทอดถอนหายใจไร้แรง อกสะอื้นฝืนแฝงแข่งกาล...
ไฉนวัยโอ้ โพล้เพล้ คลื่นทะเลเห่หวนครวญไห้ ชีวิตเดินทางคว้างไกล ตราจิตใจไว้ใดเหลือ...
วิญญาณเลือดเนื้อ บรรเลงเพลงเรือเพื่อพบ พบเพื่อพรากลา...
จำนวน 49 บท ดูจากปี พ.ศ.ที่บันทึกไว้ 2549-2557 ย่อมแสดงว่าเขายังคงเขียนบทกวีอยู่อย่างสม่ำเสมอ
 
                  เขียนถึงเขา และเพลงพลบ ของกวีวณิพก ก็เพราะรู้สึกยินดีที่ได้พบกัน หนังสือเล่มเล็กๆ ที่ปรากฏตัวขึ้นห่างไกลจากสายตาเพื่อนพ้องน้องพี่ ยังดีที่ผมคนหนึ่งละที่มีโอกาสได้สัมผัสได้จับต้อง เราต่างคนต่างคิดต่างเขียนกันไปตามศรัทธา จะอย่างไร ถ้อยคำของเราก็ยังสื่อความหมายถึงกันเสมอ
 
                  ผมมาทำหน้าที่ครู สอนเด็กๆ เขียนบทกวี หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งวรรณศิลป์ไว้บนแผ่นดินฤดีของพวกเขา  ขณะที่ เทพย์ สิทธานี ยังคงทำหน้าที่ของเขาเช่นกัน เขายังคิดยังเขียน ยังขับร้องบทเพลงบรรเลงดนตรีที่เขารัก
 
                  เขายังบรรเลง"ดนตรีชีวิต" และยังเขียน "เขียนเพื่อหล่อเลี้ยงหัวใจตนเอง"เขียนด้วย "ปากกาชีวิต"
 
                  "เพลงพลบ" กวีนิพนธ์ร่วมสมัย รวมบทกวีเล่มเล็กๆที่อยู่ห่างไกลจากความสนใจของผู้คน ก็เช่นเดียวกับบทกวีบทอื่นๆ เล่มอื่นๆ ที่ไม่ได้รับความสนใจ
 
                  บทกวีของเด็กๆ เมล็ดพันธํเล็กๆ ที่ชำแรกแทรกตัวบนผืนดิน รอฟ้ารอฝน รอความใส่ใจดูแลเกื้อกูล
 
                  "หนึ่งชีวิตเลือกเอา เท่ากัน เลือกฝันเลือกหวัง ตั้งใจเขียน เลือกวิถีกวีเป็นเช่นแสงเทียน ริบหรี่ เพียร เปล่งแสง ใช่แข่งใคร"