ไลฟ์สไตล์

ชวนชิม : อร่อยแสนเก๋ @ คิตตี้คาเฟ่

ชวนชิม : อร่อยแสนเก๋ @ คิตตี้คาเฟ่

17 ส.ค. 2557

ชวนชิม : อร่อยแสนเก๋ @ คิตตี้คาเฟ่

 
                              เชื่อขนมกินได้เลยว่า มีคนจำนวนไม่น้อยที่จะไม่รู้จักตัวการ์ตูนลิขสิทธิ์ของบริษัทซานริโอ "เฮลโล คิตตี้" ขณะเดียวกันก็ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า แท้จริงแล้ว "แมวเหมียวเจ้าของโบแดง" นี้ ถือกำเนิดขึ้นที่ชานเมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว ทั้งยังมีชื่อจริงเสียงจริงว่า "คิตตี้ ไวท์" ชอบทานผลไม้โดยเฉพาะแอปเปิ้ลเขียว และแน่นอนว่าจานโปรดของเธอก็คงไม่พ้น "พายแอปเปิ้ล"...
 
                              เรื่องราวของ "คิตตี้" ที่เล่ามานั้นเป็นเพียงประวัติคร่าวๆ แต่ถ้าจะเอาเรื่องราวปัจจุบันแบบทันเหตุการณ์ต้องไปที่ "สยาม วัน" เพราะที่นี่ " คิตตี้ คาเฟ่" เพิ่งจะถือกำเนิดเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี่เอง โดยมีแฟนพันธุ์แท้รุ่นเดอะ "หรีด" รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ เป็นโต้โผใหญ่ ซึ่งเจ้าตัวได้ให้คำจำกัดความว่า "คิตตี้ คาเฟ่" ไม่ใช่เพียงแค่ร้านอาหารแต่เป็น "บ้าน...ของคนรักคิตตี้" เพราะมีทั้งห้องอาหาร ห้องรับแขก (ห้องจัดเลี้ยง) ห้องพักผ่อน (มุมสปา) และห้องนั่งเล่น (ถ่ายรูป+จำหน่ายสินค้าที่ระลึก) ภายใต้บรรยากาศเรโทรตามแบบฉบับเมืองผู้ดีเก่าผสมผสานกับกลิ่นอายลูกกวาดหวานๆ ของแดนซามูไร สำหรับห้องอาหารยังจัดสรรพื้นที่พิเศษไว้เป็น "เมมเบอร์โซน" เพื่อความเป็นส่วนตั๊ว ส่วนตัวอีกต่างหาก
 
                              มาเข้าเรื่อง "อาหารและเครื่องดื่ม" กันบ้าง "แม่ครัวไฮโซ" ออกตัวว่าเพราะซื้อแฟรนไซส์มาจากซานโนริ ดังนั้นทั้งรูป รส กลิ่น สี จึงต้องตรงตามมาตรฐานของบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นเป๊ะ ด้วยเหตุนี้วัตถุดิบหลายตัวจำเป็นต้องนำเข้ามาอย่าง ชีส แป้ง เนย ช็อกโกแลต หรือแม้แต่ผลไม้ เพราะต้องยอมรับว่าประเทศไทยยังไม่ใช่แหล่งผลิตของพวกนี้...อย่าง "กาแฟร้อน-เย็น" มีให้เลือกสองแบบ แบบแรกเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยว่าเบลนด์มาจากเมล็ดกาแฟสี่สัญชาติด้วยกัน ได้แก่ เม็กซิโก กัวเตมาลา เอธิโอเปีย และไทย เพื่อให้ได้รสชาติคอกาแฟรุนแรง อีกแบบกาแฟเบาๆ จะมาจากสเปน โดยปกติสเปนไม่ส่งออกกาแฟ แต่ทางร้านขอให้เบลนด์มาโดยเฉพาะ เพื่อลูกค้าในประเทศไทยที่ดื่มกาแฟที่มีทั้งน้ำตาล นม และน้ำแข็ง จึงรับประกันได้ว่ามีที่นี่ที่เดียวในโลก
 
                              ถึงของคาว "อาหารไทย" เป็นที่นิยมชมชอบจากทั่วโลกในหลายๆ รายการ "หรีด" รพีพรรณ บอกว่าวันนี้ขอแนะนำ  "ผัดไทย" ห่อในแผ่นแป้งปอเปี๊ยะตัดให้เป็นคำๆ  รสชาติปรุงแต่งเรียบร้อยไม่ต้องเสียเวลาปรุงพริกป่น บีบมะนาวให้เปื้อนมือ ต่อมา "ข้าวคลุกกะปิ" เป็นความลงตัวทั้งกุ้งแห้ง กะปิ ถั่วฝักยาว ห่อในแป้งปอเปี๊ยะ ซึ่งเปรียบเสมือนกระดาษห่อหนึ่งที่ไม่ให้มือเปื้อนแต่นุ่มๆ เมื่อใส่ปากแล้วกลายเป็นความลงตัว 
 
                              นอกจากนี้ยังมี เมนู "สลัด"ให้เลือกทั้ง กุ้ง ไก่ สโมคแซลมอล แต่ไฮไลท์อยู่ที่น้ำสลัด "คัมภีร์อาหาร" เล่าว่าได้สูตรมาจากเมื่อครั้งวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเปิดวังรับพระราชอาคันตุกะจากทั่วโลก มีชื่อว่า "น้ำสลัดเจ้าพระยา" โดยรสชาติเปรี้ยวนิดๆ เวลากลืนลงคอจะสัมผัสได้ถึงความสไปซ์แต่ไม่ใช่รสเผ็ด ขณะเดียวกันก็มีความเนียนนัวแต่ไม่ใช่เลี่ยนมัน อันเป็นผลมาจากการผสมผสานระหว่างน้ำมันมะกอกกับมายองเนส มะนาว สไปซ์เล็กน้อย ลงตัวเป๊ะ ทานคู่กับอะไรก็อร่อย มาถึง "ซุปเห็ดโคน" มีดีตรงที่ถึงจะใช้เห็ดในบ้านเราแต่คุณภาพไม่แพ้เห็ดทรัฟเฟิลกิโลกรัมละเป็นแสนจากต่างประเทศ "ซุปฟักทอง" นี่ก็ไม่ต้องหาไกล เพราะฟักทองบ้านมีความหวาน-มันในตัวอยู่แล้วไม่ต้องพึ่งน้ำตาลให้เปลืองคอร์ส แค่อาศัยเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ จากผิวส้มบวกกับครีมแค่นี้ลงตัวแล้ว ที่สำคัญปรุงกันวันต่อวัน 
 
                              เพื่อไม่ให้เสียลุค "คาเฟ่" ในตู้ "เบเกอรี่" จึงมีให้เลือกชิมมากเป็นพิเศษ โดยแบ่งออกเป็นสองสไตล์หลักๆ  คือแบบนุ่มๆ ละลายในปากแบบญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น และเนื้อแน่นๆ จากฝั่งยุโรป "ทาร์ตมะนาวเสิร์ฟคู่ไอศกรีมนม" นับเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์เมื่อความเปรี้ยวถูกเบรกด้วยรสหวานเนียนนุ่มของไอศกรีม กลายเป็นความลงตัวให้ตักเข้าปากเพลินจนคำสุดท้าย หรือ "แอปเปิ้ล พอต พาย เสิร์ฟพร้อม ซอส ราสเบอร์รี่" แต่ถึงจะเป็นแบรนด์นอกเต็มตัวแต่ก็ขอเติมเต็มความเป็นไทยด้วย "เค้กมะพร้าว" ติดเข้าไปด้วย