ไลฟ์สไตล์

วิสาหกิจชุมชนฯเชียงใหม่ เร่งดัน 'มะม่วง' โกอินเตอร์

วิสาหกิจชุมชนฯเชียงใหม่ เร่งดัน 'มะม่วง' โกอินเตอร์

14 ส.ค. 2557

ทำมาหากิน : วิสาหกิจชุมชนฯเชียงใหม่ เร่งดัน 'มะม่วง' โกอินเตอร์ : โดย...ปฏิญญา ศรีสุภมาตุ

 
                            กลุ่มเกษตรกรปลูกมะม่วง 50 ราย  ภายใต้ชื่อ “วิสาหกิจชุมชนชมรมผู้ปลูกมะม่วงจังหวัดเชียงใหม่” ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2556 บนพื้นที่เพาะปลูกรวม 1,800 ไร่ ศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้าอยู่ที่สวนดุษณี อ.แม่แตง ผลผลิตกว่าร้อยละ 60 ส่งออกในหลายประเทศของอาเซียน และร้อยละ 40 ขายตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑล เตรียมแผนสร้างโรงงานคัดแยกแห่งใหม่รองรับการส่งออกผลผลิตให้ครบวงจรมากขึ้น 
 
                            นายอาทิตย์ เกษมศรี รองประธานวิสาหกิจชุมชนชมรมผู้ปลูกมะม่วงจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า วิสาหกิจชุมชนฯ เริ่มรวมตัวกันมาตั้งแต่ปี 2547 แต่เริ่มก่อตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนฯ เมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา ปัจจุบันมีเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงเป็นสมาชิก 50 ราย อยู่ทั่วทุกพื้นที่ของ จ.เชียงใหม่ โดยมีพื้นที่ปลูกรวมทั้งหมด 1,800 ไร่ 
 
                            “ปัจจุบันผลผลิตของวิสาหกิจฯ ส่งออกยังต่างประเทศในแถบอาเซียน เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ และมาเลเซีย โดยในปี 2556 มีผลผลิตจำนวน 400 ตันต่อปี คาดว่าในปี 2557 จะมีผลผลิตถึง 600-700 ตัน รายได้ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาทต่อปี” นายอาทิตย์ กล่าว
 
                            ช่วงการเก็บผลผลิตมะม่วงในภาคเหนืออยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม เป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งมะม่วงเก็บหมดทั้งต้น 1 รอบ จะได้ไม่ต่ำกว่า 100 กิโลกรัม ราคาขายประมาณ 3,000-5,000 บาท ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ผลผลิตของวิสาหกิจฯ เป็นมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง มหาชนก เขียวเสวย มันขุนศรี เพชรบ้านลาด น้ำดอกไม้เบอร์ 4 และพันธุ์เคน ซึ่งเป็นมะม่วงพันธุ์ที่ให้ผลขนาดใหญ่ยักษ์ ผลหนึ่งหนัก 1-3 กิโลกรัม 
 
                            “กลุ่มจะมีการประชุมกันทุกเดือน ไม่เคยเว้นตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง เพราะต้องพัฒนาปรับปรุงคุณภาพผลผลิตอยู่เสมอ รวมทั้งคำนึงถึงความปลอดภัย ดูแลสุขภาพของผู้บริโภค เมื่อมีปัญหาก็ช่วยกันแก้ไข มีการบันทึกสภาพดินฟ้าอากาศตัวแปรสำคัญ เพราะอากาศหนาวหรือร้อนไปทำให้มะม่วงมีปัญหาได้ มีการเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ทำให้กลุ่มมีความกลมเกลียวสามัคคี และสมาชิกลืมตาอ้าปากได้โดยไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินนอกระบบ” นายอาทิตย์ กล่าว
 
                            สำหรับมุมมองตลาดของประเทศในกลุ่มอาเซียน จับตามองสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นอันดับแรก เนื่องจากคนจีนชอบมะม่วงของไทยมาก มีการบริโภคนำเข้ามะม่วงจากไทยจำนวนมาก ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ทางวิสาหกิจจะมีการส่งออกไปยังจีนอยู่แล้ว แต่ก็มองว่า ตลาดจีนเป็นตลาดที่ใหญ่ ขณะที่ตลาดอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียนก็มีความน่าสนใจไม่น้อย ซึ่งข้อได้เปรียบในการไปทำตลาดน่าจะอยู่ที่คุณภาพผลผลิต และรสชาติที่แตกต่างจากคู่แข่งจากประเทศอื่นๆ
 
                            “อนาคตกลุ่มจะสร้างโรงคัดเกรดมะม่วงที่มีคุณภาพ และโรงงานแปรรูปมะม่วง โดยมีแนวคิดจะแปรรูปมะม่วงตกเกรด เอามาทำให้เกิดประโยชน์เพิ่มมูลค่า เช่น แปรรูปเป็นน้ำมะม่วง มะม่วงกรอบ มะม่วงแช่อิ่ม มะม่วงกวน โดยน้ำมะม่วงใช้พันธุ์มหาชนก ที่ให้รสหวานกลมกล่อม ขณะนี้ในกลุ่มมีผู้ที่เริ่มทำน้ำมะม่วงร้อยเปอร์เซ็นต์ บรรจุขวดขายอยู่ที่ 25 บาท ปริมาณ 250 มิลลิกรัม วางขายบ้างแล้ว” นายอาทิตย์ กล่าว
 
                            นอกจากนี้ทางกลุ่มได้รับการสนับสนุนจากนักวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มาช่วย พัฒนาระบบการปลูก คุณภาพมะม่วง จนผ่านการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร เพื่อสร้างโรงงานแปรรูปและโรงงานคัดแยกเกรด ทั้งนี้ ในการทำโรงคัดแยกเพื่อคุณภาพของมะม่วง จะติดมุ้งลวดกันแมลง โดยเฉพาะแมลงวันทองศัตรูร้ายผลไม้ และใช้เครื่องจักร ประหยัดแรงงาน รวดเร็วและปัญหาน้อยกว่าแรงคน ในงบประมาณ 3 ล้านบาท ในทำเลติดถนนสายเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน (ระหว่างทางแม่แตง-ปาย) เพื่อความสะดวกในการขนส่งและคัดแยกมากขึ้น
 
 
 
 
 
------------------------------
 
(ทำมาหากิน : วิสาหกิจชุมชนฯเชียงใหม่ เร่งดัน 'มะม่วง' โกอินเตอร์ : โดย...ปฏิญญา ศรีสุภมาตุ)