
คนแก่อยู่ลำพัง ดัชนีชี้วัดคุณภาพชีวิต
11 ส.ค. 2557
คนแก่อยู่ลำพัง ดัชนีชี้วัดคุณภาพชีวิต : โดย...กัมปนาท ขันตระกูล / คำดี พรมมากอง / นารีย์ ชายวงษ์
ในวันความสุขสากล 20 มีนาคม ที่ผ่านมา องค์การสหประชาชาติ ได้เปิดเผยผลสำรวจประจำปีนี้ โดยพบว่า เดนมาร์ก มีความสุขอันดับ 1 ขณะที่ประเทศไทย มีความสุขอยู่ในอันดับ 36 ของโลก และเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน ขณะที่คะแนนเฉลี่ยพบว่า คนไทยมีคะแนนความสุขในครอบครัวเฉลี่ย 7.17 จากคะแนนเต็ม 9 และเมื่อเปรียบเทียบเป็นรายจังหวัดพบว่า 10 อันดับแรกของจังหวัดที่มีความสุขในครอบครัวมากที่สุด ได้แก่ 1.ยโสธร ได้ 8.35 คะแนน 2.สุรินทร์ 8.03 คะแนน 3.ตรัง 7.97 คะแนน 4.นครพนม 7.96 คะแนน 5.ปทุมธานี 7.85 คะแนน 6.ยะลา 7.83 คะแนน 7.เพชรบูรณ์ 7.77 คะแนน 8.น่าน 7.77คะแนน 9.พิจิตร 7.75 คะแนน และ 10.ชัยภูมิ 7.75 คะแนน ส่วนจังหวัดที่มีคะแนนน้อยที่สุด 3 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสงคราม 5.39 คะแนน ปัตตานี 6.06 คะแนน สระแก้ว 6.10 คะแนน
องค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ได้ประกาศให้ 20 มีนาคม เป็นวันความสุขสากล (The International Day of Happiness) นับตั้งแต่ปี 2555 เพื่อรณรงค์ให้ชาติสมาชิกทั่วโลกให้ความสำคัญกับความสุข ในฐานะที่เป็นเป้าหมายพื้นฐานของชีวิต และได้เสนอให้กำหนดเรื่องของความสุข เป็นวัตถุประสงค์สำคัญของนโยบายสาธารณะด้านต่างๆ รวมไปถึงการพัฒนาทางเศรษฐกิจเป็นไปเพื่อความผาสุกของประชาชนโดยรวม ก่อให้เกิดความเป็นธรรมและพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยการใส่ใจในสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตทางสังคมอีกด้วย
ทั้งนี้ยูเอ็นได้สำรวจระดับความสุขใน 156 ประเทศทั่วโลกในปี 2553-2555 พบว่าประเทศที่มีความสุขอันดับ 1 ในโลกคือเดนมาร์ก ส่วนไทยอยู่ในอันดับ 36 ของโลก และอยู่ในอันดับ 2 ในอาเซียน รองจากสิงคโปร์ ที่อยู่ในอันดับ 30 ระบุว่า ปัจจัยความสุขที่สำคัญของทุกประเทศทั่วโลก คือการให้ค่าชี้วัดที่ฐานรายได้ การมีงานทำ ความสัมพันธ์ที่ดีและความไว้วางใจกันในชุมชน มีค่านิยมที่เอื้อต่อความสุข ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต มีความสัมพันธ์ในครอบครัว มีการศึกษา และความเท่าเทียมทางเพศและสังคม ส่วนปัจจัยความสุขที่สำคัญในระดับบุคคลได้แก่ การมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีความมั่นคงในอาชีพการงาน และครอบครัว
สำหรับในไทยเกณฑ์ที่หน่วยงานศึกษาคือกรมสุขภาพจิต และสำนักงานสถิติแห่งชาตินำมาใช้เป็นดัชนีชี้วัดก็คือ ครอบครัวมีเวลาให้กัน มีสุขภาพดี ออกกำลังกายประจำ ปฏิบัติตามหลักคำสอนศาสนา หมั่นทำสมาธิ การงานมั่นคงมีรายได้ดี ไม่มีหนี้สินนอกระบบ เกษตรกรมีที่ดินทำกิน และความสุขในชีวิตที่สำคัญต้องมาจากความสุขในครอบครัว คือดูแลกันเมื่อคนในครอบครัวป่วยหนัก รู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ในบ้าน และครอบครัวรักผูกพันกัน
นายจิตรกร ประทุมทิพย์ หัวหน้าฝ่ายวิชาการสถิติและวางแผนสำนักงานสถิติจังหวัดยโสธร กล่าวว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับกรมสุขภาพจิต ได้ทำการสำรวจสุขภาพจิตของคนไทย โดยสำนักงานสถิติแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ จะเป็นผู้สัมภาษณ์ข้อมูลจากผู้ตอบบทสัมภาษณ์ ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป เพื่อประเมินความคิดเห็นและความรู้สึกของตนในรอบ 1 เดือนว่าอยู่ในระดับใด จากข้อมูลดังกล่าว เมื่อเทียบค่าเฉลี่ยจ.ยโสธร มีฐานคะแนน ด้านการมีความสุขในครอบครัว สูงเป็นลำดับที่ 1 ของประเทศ จากการมีพื้นฐานครอบครัวที่อบอุ่น
ตัวอย่างของครอบครัวที่มีพื้นฐานที่อบอุ่น สำหรับ จ.ยโสธร อาจจะอ้างอิงได้จากได้ครอบครัวนายมั่น สามสี อายุ 65 ปี ภูมิลำเนา ต.นาโสก อ.กุดชุม จ.ยโสธร ที่ได้รับการเสนอชื่อจากสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ผ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกครอบครัวร่มเย็นระดับจังหวัดประจำปี 2557 ด้วยการเป็นครอบครัวที่ดี โอบอ้อมอารีแก่คนทั่วไป เป็นครอบครัวที่มี 3 ช่วงอายุในครอบครัว คือ ปู่ย่า ตายาย คนใดคนหนึ่ง, พ่อแม่ คนใดคนหนึ่ง, ลูกหรือหลาน คนใดคนหนึ่ง
โดยปัจจัยสนับสนุนของครอบครัวนี้อยู่ที่การเป็นครอบครัวที่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงและมีความซื่อสัตย์สุจริตในการประกอบอาชีพ มีการจัดสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสม มีพฤติกรรมทางสังคมดี มีศีลธรรม บุคคลในครอบครัวสามัคคีกลมเกลียว เอื้ออาทรช่วยเหลือซึ่งกันและกันในครอบครัว ไม่เคยมีปัญหาหย่าร้าง หรือฟ้องร้องกันในระหว่างสมาชิกครอบครัว และบุคคลในครอบครัวไม่เคยถูกตัดสินว่ามีความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญาอย่างร้ายแรง ไม่มีบุคคลในครอบครัวติดยาเสพติด หรือสุรา การพนัน และอบายมุขอื่นๆ
นายมั่น ปัจจุบัน ประกอบอาชีพทำนาเกษตรอินทรีย์ ในชุมชนแล้ว มีบทบาทเป็นประธานชมรมรักธรรมชาติ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนบ้านโสกขุมปูน คณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร จ.ยโสธร ประธานคณะกรรมการกองทุนเงินล้านบ้านโสกขุมปูน ในครอบครัว ประกอบด้วย นางบุญยัง สามสี อายุ 60 ปี (ภรรยา) นางชุธิมา ม่วงมั่น อายุ 40 ปี (บุตรสาว) สมรสกับนายประดิษฐ์ ม่วงมั่น อายุ 40 ปี ด.ช.ณัฐมงคล ม่วงมั่น และด.ญ.กมลวรรณ ม่วงมั่น (หลาน)
"ความรู้สึกกลมเกลียวกันภายในครอบครัว ผมมองว่านี่คือพื้นฐานสำคัญ เพราะหากในครอบครัวเกิดความผูกพันที่แน่นแฟ้น ปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นซึ่งมีที่มาทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก ก็ลดน้อยลง ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง มันเป็นเหมือนภูมิคุ้มกัน ที่ทำให้ทุกคนมีความสุข ไม่จำเป็นที่จะต้องร่ำรวย ก็มีความสุขที่เรียบง่ายได้" นายมั่น กล่าว
ส่วนที่จ.สมุทรสงคราม ที่เกณฑ์คะแนนความสุขของครอบครัวอยู่ในระดับที่ต่ำสุดของประเทศ ครอบครัวของนางสงบ แสงจันทน์ อายุ 73 ปี ภูมิลำเนาหมู่บ้านตะวันจาก ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง ครอบครัวขอนางสงบอยู่ด้วยกันเพียงคนชราและเด็ก รวม 3 คน ในขณะที่สมาชิกวัยทำงานต้องไปทำงานต่างจังหวัด
นางสงบ กล่าวว่า มีลูกทั้งหมด 4 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 2 คน ทั้งหมดไม่ได้อยู่บ้านที่จ.สมุทรสงคราม ไปทำงานและพักต่างจังหวัด จะกลับมาเยี่ยมบ้านในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทำให้ทุกวันนี้ต้องอยู่บ้านกับหลานผู้หญิงอายุ 9 ขวบ และชายอายุ 6 ขวบ ภารกิจทุกวันนี้คือการดูแลบ้าน เลี้ยงดูหลาน ยอมรับว่ามีความเครียดอยู่บ้างจากเรื่องสุขภาพด้วยอายุที่มากขึ้น แต่อีกด้านที่เป็นมุมของความสุขคือการที่ได้อยู่กับหลาน
"อายุที่มากขึ้นก็เป็นเงื่อนไขในเรื่องของสุขภาพ ต้องใส่ใจตัวเองมากขึ้น เพราะถึงแม้ว่าจะอยู่กับหลาน แต่ด้วยความที่เป็นเด็ก ก็คงไม่สามารถที่จะไปฝากความหวังว่าจะมาดูแลเราได้ในยามป่วยไข้ ทุกวันนี้ขอเพียงไม่สร้างปัญหาต่างๆ ให้ ตั้งใจเรียนหนังสือ เชื่อฟังอยู่ในโอวาท แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับยายที่ทำหน้าที่เลี้ยงดูหลานแทนพ่อแม่เด็ก" นางสงบ กล่าว
นายพิสิฐ เสือสมิง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรสงคราม กล่าวว่า การที่คนในวัยทำงานทิ้งถิ่นฐานไป และสภาพสังคมของท้องถิ่น กลายเป็นว่ามีเพียงคนชราและเด็ก ในประเด็นนี้ต้องมองในหลายแง่ จะเห็นว่าจ.สมุทรสงคราม ไม่ได้เป็นจังหวัดที่มีการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ที่เป็นตลาดรองรับภาคแรงงาน ดังนั้นการเคลื่อนย้ายของประชากร เพื่อไปแสวงหารายได้จึงเป็นเรื่องปกติ
นางกานดา พาเจริญ เครือข่ายประชาคมคนรักแม่กลอง กล่าวว่า ผลสำรวจความสุขที่ออกมาและพบว่า ประชากรในจ.สมุทรสงครามมีความสุขน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับคนจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ เรื่องนี้มองได้ในหลายมิติ แต่ถ้ามีคนชราจำนวนมาก และคนชราเหล่านี้ให้ความสำคัญกับการยึดมั่นประเพณีท้องถิ่น ใส่ใจต่อการใช้ชีวิตตามหลักศาสนา ประเด็นเหล่านี้ ก็จำเป็นที่จะต้องนำมาทบทวน กับการให้ค่าเฉลี่ยด้วย
เมื่อพิจารณาจากผลสำรวจที่ออกมาข้างต้น ย่อมเห็นถึงภาพการสะท้อนค่าความสุขที่มีพื้นฐานมาจากครอบครัว โดยมิติของความน่าสนใจแตกต่างกันออกไปตามแต่สภาพสังคมของพื้นที่นั้นๆ
----------------------
(คนแก่อยู่ลำพัง ดัชนีชี้วัดคุณภาพชีวิต : โดย...กัมปนาท ขันตระกูล / คำดี พรมมากอง / นารีย์ ชายวงษ์)



