
ผิดวิสัยสังคมไทยพุทธ
ความขัดแย้งของคนในสังคมไทยทุกวันนี้ ก็คล้ายกับการขัดแย้งของชนในต่างประเทศ นับตั้งแต่สังคมในครอบครัว เวลาขัดแย้งกันก็มักแสดงกิริยาวาจาที่รุนแรงต่อกัน ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็แสดงกิริยาวาจาก้าวร้าวหยาบคายต่อกัน โดยไม่ต้องเกรงใจกันแล้ว
ความขัดแย้งในสังคมประเทศชาติ ก็ยิ่งทวีความรุนแรงหนักขึ้น ด้วยมาตรการชิงดีชิงเด่นกันในทางทำลาย ด้วยอำนาจกิเลสตัณหา ริษยา เคียดแค้น มีการปลุกระดมมวลชนให้เห็นคล้อยตาม และเป็นพรรคพวกแนวร่วม ขยายวงเขตให้กว้างออกไปให้เป็นกำลังของฝ่ายตนให้มากๆ มีการปลุกเร้าให้เคียดแค้นฝ่ายตรงกันข้ามอย่างบ้าคลั่ง เพื่อทำลายล้างผลาญกันให้สะใจ และเป็นไปเพื่อที่จะให้อีกฝ่ายหนึ่งพินาศเสียหาย
มาตรการและวิธีการดังกล่าว ก็ถูกนำมาใช้ฟาดฟันประหัตประหารกันทุกรูปแบบ ทั้งลับและเปิดเผย อย่างไร้ศีลธรรม ราวกับบ้านเมืองไร้ขื่อไร้แป
ตามที่โบราณท่านว่า “ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ด้วยกล ไม่ได้ด้วยเวทมนตร์ ก็ด้วยคาถา”
หรือเข้าทำนองเพลงปฏิรูปว่า “ใครจะตายก็ช่างมัน! เราไม่ตายก็แล้วกัน!!”
มิไยที่ชาติบ้านเมืองจะเสียหายย่อยยับไปอย่างไร ก็ยังคงตั้งหน้าทำลายกันเองอย่างไม่ลืมหูลืมตา
ผิดวิสัยสังคมไทยชาวพุทธ ผู้รักความสงบ ที่นิยมการแก้ปัญหาโดยสันติวิธี ประนีประนอมกัน จึงก่อให้เกิดความแตกแยกสามัคคีในสังคมประเทศชาติอย่างหนัก อยู่ในทุกวันนี้
เป็นเหตุให้ประเทศชาติเสื่อมเสีย ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงทางการเมืองไปมากแล้ว
หากประชาชนในชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างผู้รู้สึกเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน และผู้หลงบ้าคลั่งตามกระแสที่เขาปลุกระดมนั้น
ไม่ใช้สติสัมปชัญญะ ระงับยับยั้งชั่งใจด้วยปัญญาอันเห็นชอบ พิจารณาเหตุสังเกตผลดีของความสามัคคีปรองดองของคนในชาติด้วยกันเอง
ไม่พิจารณาเห็นผลเสียของการขาดความสามัคคีปรองดอง ต่างคนต่างไม่ยอมลดมานะละทิฐิ ไม่ยอมลดราวาศอกแก่กันและกัน ด้วยมองเห็นแต่ความผิดความชั่วของคนอื่น หรือฝ่ายอื่น แต่ไม่เห็นความผิดความชั่วของตน หรือของพรรคพวกตน
เหมือนกับการชี้นิ้วว่า ผู้อื่นชั่ว แต่อีก ๓ นิ้ว คือ นิ้วกลาง นิ้วนาง และ นิ้วก้อย กลับชี้เข้าหาตัวเอง โดยไม่รู้ตัว
และถ้าหากยังไม่ยอมหยุดทะเลาะวิวาทกันเสีย เพราะผลลัพธ์ก็คือ ประเทศชาติเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ คือ เสียหายย่อยยับ แล้วยังจะมีฝ่ายไหนที่จะเป็นฝ่ายชนะ และเป็นสุขได้อีกหรือ ?
จึงขอให้สาธุชนคนไทยทั้งชาติ ได้พิจารณา และตระหนักถึงภัยของการทะเลาะวิวาทกัน และได้พิจารณาเห็นการไม่ทะเลาะวิวาทกัน เป็นความปลอดภัย ตามพระสัทธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านี้ แล้วช่วยเตือนสติผู้ที่รู้สึกขัดแย้งกันรุนแรง ถึงกับเป็นปฏิปักษ์ต่อกันทุกฝ่าย ให้หยุดคิด และพยายามลดมานะละทิฐิลง หยุดทะเลาะวิวาททำลายกัน ด้วยกิริยาวาจาก้าวร้าวรุนแรงต่อกันเสีย โดยเร็วได้เท่าไรก็จะยิ่งเป็นผลดีเท่านั้น
ก่อนที่จะสายเกินแก้
"พระราชญาณวิสิฐ (หลวงป๋า)"



