ไลฟ์สไตล์

เรื่อง(ไม่)คาดฝัน อุบัติที่ "ตรัง"

เรื่อง(ไม่)คาดฝัน อุบัติที่ "ตรัง"

02 ก.ค. 2552

จำได้ว่าเคยมาเมืองตรังเมื่อราว 10 ปีก่อน แต่เป็นอารมณ์ฉาบฉวยมากกว่าตั้งหน้าตั้งตาเที่ยว ตอนนั้นบอกตรงๆ ไม่มีความรู้เรื่องจังหวัดตรัง รู้แค่ว่าเป็นบ้านเกิดท่านอดีตนายกฯ 2 สมัย ชวน หลีกภัย มีเค้กเมืองตรัง แล้วก็มีหมูย่างแสนโอชะ พอมีโอกาสกลับมาเยือนอีกครั้งค

   แล้วก็ฟุ้งชนิดที่แทบจะรู้จักตรังทุกซอกทุกมุมทีเดียว ตรังวันนี้กับเมื่อ 10 ปีก่อนดูจะไม่ค่อยมีความเปลี่ยนแปลงมากนัก เช้าๆ ไปนั่งจิบชากินติ่มซำที่ "เรือนไทย" ร้านยอดฮิตของคนตรัง เห็นคนพื้นเพบอกติดตลกว่าถึงนายหัวชวนจะเป็นนายกฯ มาแล้ว 2 สมัย แต่ตรังก็ยังเหมือนเดิมไม่ได้ฟู่ฟ่ามีถนน 8 เลน มีหอคอยสูงเทียมฟ้าอย่างเมืองสุพรรณบุรีที่มีนายกฯ แค่สมัยเดียว เป็นคำพูดเชิงกระเซ้าเย้าแหย่ แต่คนต่างถิ่นได้ฟังก็สะอึกได้เหมือนกัน

 เอาเถอะ นโยบายบริหารบ้านเมืองสไตล์นายชวนอย่างน้อยก็ขึ้นชื่อเรื่องความโปร่งใส ซึ่งผู้ที่มีส่วนสำคัญในการปลูกฝังแนวคิดนี้คงต้องยกให้ "แม่ถ้วน หลีกภัย" ภายในบริเวณบ้านที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ คนมาที่นี่นอกจากอยากเจอแม่ถ้วนตัวเป็นๆ แล้ว ร้อยทั้งร้อยอยากมาเห็น "เก้าอี้ตัวเก่ง" ของท่านอดีตนายกฯ ที่ถูกจอมปลวกยกขึ้นเหนือพื้นร่วมเมตร โดยที่ปลวกไม่ได้กินเนื้อไม้สักนิด แต่ถึงจะมีคนเข้ามาขอดูเป็นขวัญตากันเยอะเขาก็ยังไม่คิดเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว แล้วที่สำคัญไม่มีความพร้อมขนาดนั้น โดยเฉพาะเรื่องห้องน้ำห้องท่าที่ไม่ได้เตรียมไว้อย่างเพียงพอ

 เรียกว่านั่นคือประตูสู่ตรังก็พอจะได้ เพียงแต่เป็นประตูยุคคนดังนามสกุล "หลีกภัย" ถ้าจะพูดถึงการมาจังหวัดฝั่งอันดามันจังหวัดเล็กๆ นี้คนสมัยก่อนมุ่งปลายทางที่ อ.กันตัง ก่อนวกเข้าเมืองตรัง เพราะจุดนี้ สิ้นสุดการเดินทางโดยรถไฟสายใต้ฝั่งอันดามัน แม้แต่ทุกวันนี้ก็ยังรำลึกวันวานได้ รถไฟยังเปิดให้บริการสม่ำเสมอ ขึ้นลงได้ที่สถานี อ.กันตัง ซึ่งยังคงอนุรักษ์สถาปัตยกรรมทรงฝรั่งผสมไทยสร้างตั้งแต่สมัย ร.5 มาถึงแล้วแวะไปเรียนรู้ประวัติศาสตร์ตรังที่พิพิธภัณธ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี หรือ "คอซิมบี้ ณ นคร" ก็ดี เป็นจวนเก่าเจ้าเมืองตรังคนแรก ภายในมีหุ่นขี้ผึ้งและเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของท่าน ซึ่งทายาทตระกูล ณ ระนอง ดูแลรักษาอย่างดี และเปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน

   แวะสถานที่สำคัญเป็นสิริมงคลกันแล้ว ได้เวลาสัมผัสลึกลับพร้อมความตื่นเต้น นั่งรถมุ่งหน้า อ.ห้วยยอด สู่จุดหมายที่ "ถ้ำเลเขากอบ" เป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่ทำให้เกิดธารน้ำไหลลอดถ้ำ บริเวณนี้เป็นภูเขาหินสูงชันสลับซับซ้อน มีลำคลองที่ไหลมาจากเทือกเขาบรรทัด เมื่อไหลมาถึงบริเวณเขากอบก็จะแยกออกเป็นสามสาย โดยสองสายจะไหลอ้อมภูเขา และอีกสายหนึ่งไหลลอดถ้ำใต้ภูเขา

 ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งความตื่นเต้นที่ไม่เหมือนที่ไหนแน่นอน คือจะมีชาวบ้านนำเรือยางมาไว้บริการนักท่องเที่ยว ลำหนึ่งก็นั่งได้ 4-5 คน รวมคนบังคับเรือหัวท้ายอย่างละ 1 เบ็ดเสร็จ 7 คนพอดี เริ่มเรียกน้ำย่อยด้วยการพาลอดถ้ำดูเห็นงอกหินย้อยทั่วไปถ้ำไหนก็มี แต่พอถึงช่วงที่ต้องลอดถ้ำที่เรียกว่า "ท้องมังกร" นี่สิ ไม่ว่าฝรั่งหรือคนไทยต่างเสียวจะแทบ (...) ราดเลยทีเดียว ก็เพดานถ้ำกับปลายจมูกห่างแค่ 1-2 ซม.จริงๆ นะ "ไม่ได้โม้" ทุกคนพร้อมใจกันนอนราบให้เป็นระนาบเดียวกับเรือให้มากที่สุด เกร็งกันไปตลอดระยะทางกว่า 300 เมตร ทั้งลุ้นทั้งเสียวแต่สนุกดี งานนี้อย่าเป็นคนหัวสูง ไม่งั้น "โดน" 

 เรื่องไม่คาดฝันที่ตรังยังมีให้ไปเก็บเกี่ยวไม่รู้จบ อย่างที่ "เกาะสุกร" ในอำเภอปะเหลียน เป็นเกาะขนาดใหญ่อยู่ห่างฝั่งราว 3 กม.บนเกาะมีพี่น้องมุสลิมอยู่ประมาณ 2 พันคน อาชีพหลักๆ ก็ทำสวนยาง ประมง แล้วก็ปลูกข้าว ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าบนเกาะจะมีนาข้าว แล้วก็มีควายให้เห็น หลายคนคงสงสัยว่าเกาะนี้มีมุสลิมแทบทั้งเกาะแต่ทำไมชื่อเกาะสุกร เรื่องของเรื่องก็คือก่อนหน้านี้ที่นี่มีเจ้าถิ่นอย่าง "หมูป่า" อยู่เยอะ พอคนเริ่มมาตั้งถิ่นฐานและเพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน เจ้าหมูก็เลยต้องหลีกทางไปหาที่อยู่ใหม่ จริงเท็จแค่ไหนไม่มีใครรู้นอกจากคนรุ่นบุกเบิกซึ่งตอนนี้ล้มหายตายจากไปเกือบหมดแล้ว

 นอกจากตำนานหมูอู๊ดๆ แล้วยังมีรีสอร์ทเล็กๆ หลายแห่งไว้บริการนักท่องเที่ยวที่ชอบการพักผ่อนแบบเงียบสงบ และที่เป็นอันซีนของคนมาเยือน แต่เป็นวิถีปกติของคนพื้นถิ่นคือ วันดีคืนดีจะมีฝูงโลมา สายพันธุ์อิรวดี และโลมาหัวขวด ออกมาเล่นน้ำให้ได้เห็นเป็นบุญตา วันที่แวะมาก็โชคดีเห็นอยู่ 6 ตัว ว่ายน้ำอยู่ห่างแค่ 100 ม.จากลำเรือ เลยต้องรีบยกกล้องขึ้นมาเก็บภาพ แต่กล้องเจ้ากรรมซูมได้นิดเดียวเลยได้โลมาขนาดเล็กมาฝากอย่างที่เห็น หุ หุ....

 ทะเลตรังวันนี้ยังสวยไม่สร่าง คนตรังก็น่ารักน่าคบ มากี่ครั้งก็ยังรู้สึกดี ด้วยวิถีไม่ฟู่ฟ่าแต่เป็นความสุขที่หาได้รอบๆ ตัว อ้อ...เห็นได้ข่าวว่าเขากำลังจะเป็นเจ้าภาพกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 38 ระหว่าง 9-19 กันยายนที่จะถึงนี้ด้วย เลยคิดๆ อยู่ว่าถ้าใครตั้งใจมาแข่งขันหรือติดตามดูกีฬา ก็น่าจะแวะเที่ยวด้วย รับรองเมืองตรังวันนั้นครึกครื้นแน่ๆ 

เรื่อง - ภาพ... "ชาญยุทธ ปะวะขัง"