
'องคมนตรี'แนะปั้นชาวนาเป็นนักวิจัย
'องคมนตรี'เปิดงาน 'มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ2557'แนะปั้นชาวนาเป็นนักวิจัย
7สิงหาคม2557 ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารสภาวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2557” (Thailand Research Expo 2014) และปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “บทบาทประเทศไทยกับการเชื่อมโยงผลงานวิจัยในเครือข่ายสังคมอาเซียน” ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ซึ่งจัดโดยเครือข่ายระบบวิจัย และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อเป็นเวทีแสดงผลงานวิจัยจากความร่วมมือของเครือข่ายระบบวิจัยทั่วประเทศ ในการนำเสนอผลงานและกิจกรรมการวิจัยที่มีคุณภาพในเวทีระดับชาติ อีกทั้งเป็นการสร้างแรงกระตุ้นให้แก่นักวิจัยในการสร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่มีคุณภาพสูง เพื่อนำไปสู่การยอมรับในระดับสากล ระหว่างวันที่ 7-11 สิงหาคม 2557
โดยมีกิจกรรม 2 ภาค คือ นิทรรศการ จากกว่า 100 หน่วยงาน และผลงานนำเสนอจำนวนหลายร้อยผลงาน รวมถึงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และภาคการประชุม มากกว่า 100 หัวข้อ ในประเด็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการงานวิจัยของประเทศ ปัญหาสำคัญของประเทศที่ควรเร่งแก้ไข ประเด็นเฉพาะที่น่าสนใจ และการถ่ายทอดเทคนิค/กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย
ศ.เกียรติคุณนพ.เกษมกล่าวว่า งานวิจัยนับเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถดำเนินการข้ามพรมแดนโดยนำหลาย ๆ ประเด็นของประชาชาติมาเป็นตัวตั้ง และเชื่อมโยงกับความสัมพันธ์ทั้งไทยและต่างประเทศ สำหรับแนวคิดหลักของการจัดงานในครั้งนี้คือ “สร้างชาติ สร้างอนาคต” แสดงให้เห็นว่าเรากำลังมองไปข้างหน้าแต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของเมื่อวานและวันนี้ด้วย ตลอดสิบปีที่ผ่านมาประเทศไทยประสบทั้งความสุขและความทุกข์ บางคนกล่าวไว้ว่าเป็นวิกฤตซ้ำซ้อน เราจึงต้องสำรวจตัวเองว่ามีประเด็นใดบ้างที่ต้องแก้ไข และสร้างความเข้มแข็งเพื่อเดินไปข้างหน้า โดยนำความจริงมาวิเคราะห์และจัดการ
แม้เราจะมีความสนใจในงานวิจัยของแต่ละคนแต่ละองค์กร แต่ก็มีหัวข้อที่สามารถทำร่วมกันได้ใน 3 หัวข้อ คือ 1) ทำอย่างไรจึงจะสร้างความเชื่อถือของภาครัฐให้กลับมา ทั้งการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเสมอภาค คุณธรรมในภาครัฐที่จะต้องไม่ละเลยปัญหาคอร์รัปชั่นฉ้อราษฎร์บังหลวง และความรู้ความสามารถของผู้รับผิดชอบทั้งด้านนโยบายและการปฏิบัติ โดยที่หัวใจสำคัญของความรู้ความสามารถนั้นอยู่ที่ความรับผิดชอบและรับผิดรับชอบ 2) การลงทุนวิจัยของภาคเอกชน เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน ปัจจุบันภาคเอกชนมีการลงทุนทำวิจัยน้อยมาก ภาคเอกชนควรจะต้องมีความเข้มแข็ง ลงทุนทำวิจัยในผลิตภัณฑ์และบริการของตนเองให้มากขึ้น และตั้งโรงงานได้ทั่วโลก 3) ความเหลื่อมล้ำของคนไทยโดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ ประเทศไทยมีคนยากจนจำนวนมาก ขาดความรู้และตามเทคโนโลยีไม่ทันทำให้ตกเป็นเหยื่อ ประสบภาวะหนี้สินและทนทุกข์ทรมานเพราะขาดโอกาส ดังนั้นเราจึงต้องช่วยกันลดต้นทุน เพิ่มรายได้โดยที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และแปลง research technology ให้ง่าย เพื่อให้ชาวนาและคนไทยนำไปใช้ได้
“ทำอย่างไรชาวนาจึงจะเป็นนักวิจัยได้ ใช้ชีวิตได้โดยปราศจากอบายมุขหรือกิเลสทั้งบุหรี่ เหล้า และหวย อยู่อย่างมีคุณภาพ ต้องทำให้ management cost ลดลงแล้วไปเพิ่มงบทำวิจัยให้มากขึ้น สร้างฐานการทำงานวิจัยให้มากขึ้น เราจะปฏิรูปประเทศไทยโดยล้มไซโล ลดอัตตาแล้วมาอยู่ในร่มใหญ่ร่วมกันอย่างไร การหาสมดุลและบูรณาการนับเป็นเรื่องใหญ่ การทำวิจัยที่ไม่ยาก ให้เด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา ปริญญาตรี ชาวบ้าน ชาวนา และคนทุกระดับทำได้ เพราะการทำวิจัยไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับนักวิจัยที่ทำได้เฉพาะระดับปริญญาโทขึ้นไปเท่านั้น ถ้าเราทำได้ก็จะทำให้ไทยเป็นประเทศที่มีเหตุมีผลและยึดความจริงเป็นหลัก จึงขอให้นักวิจัยและหน่วยงานวิจัยช่วยกันสร้างชาติสร้างอนาคต” ประธานกรรมการบริหารสภาวิจัยแห่งชาติกล่าวสรุป



