
รวมกลุ่มบริหารจัดการ 'ดินและปุ๋ยชุมชน'
08 ส.ค. 2557
ทำมาหากิน : รวมกลุ่มบริหารจัดการ 'ดินและปุ๋ยชุมชน' ทางออกเกษตรกร 'ลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิต' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจุบันเกษตรกรจำนวนมากยังคงมีความนิยมที่จะใช้ปุ๋ยเคมีอย่างต่อเนื่อง เหตุเพราะหลากหลายปัจจัยเข้ามาเป็นตัวกำหนด ขณะเดียวกันการใช้ปุ๋ยเคมีที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และขาดหลักทางวิชาการ กลับส่งผลให้ประสิทธิภาพด้านผลผลิตของเกษตรกรไม่เป็นไปอย่างที่ต้องการ อีกทั้งยังกลายเป็นภาระในด้านต้นทุนและส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ด้วยสารตกค้างในดินและน้ำ
ด้วยเหตุนี้กรมส่งเสริมการเกษตร จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยแก่เกษตรกร โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีที่เน้นให้เกิดแนวทางการรวมกลุ่มของเกษตรกร และถ่ายทอดเทคโนโลยีความรู้ทางด้านวิชาการ เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีของเกษตรกรเกิดประโยชน์ต่อผลผลิต และลดต้นทุนการผลิต ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ภายใต้แนวคิดการสร้าง “กลุ่มบริหารจัดการปุ๋ยชุมชน” ในรูปแบบของ “ศูนย์บริหารจัดการดินและปุ๋ยของชุมชน”
โอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงโครงการนี้ว่า ในปัจจุบันต้องยอมรับความจริงว่า เกษตรกรในประเทศไทยนั้นใช้ปุ๋ยเคมีเป็นจำนวนมาก แม้จะมีการส่งเสริมให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์มาอย่างต่อเนื่องก็ตาม ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นกว่า 20% กรมส่งเสริมการเกษตรจึงเล็งเห็นความสำคัญที่จะลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร และเป็นการเพิ่มคุณภาพของผลผลิต ตลอดจนดูแลรักษาสภาพแวดล้อม จึงมีการจัดตั้งเครือข่ายกลุ่มบริหารจัดการปุ๋ยชุมชน โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดประโยชน์ในด้านการลดต้นทุน สร้างคุณภาพให้ผลผลิต ดูแลสิ่งแวดล้อม และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน
"โครงการนี้จะเน้นไปที่การรวมกลุ่มและให้ความรู้เกษตรกร โดยเกษตรกรที่เข้ากลุ่มจะมีจำนวนกลุ่มละประมาณ 20 คน จะได้รับการถ่ายทอดความรู้จากกรม ในการกำกับดูแลของนักส่งเสริมการเกษตร เพื่อไปบริหารจัดการภายในชุมชน ทั้งในส่วนของการวิเคราะห์ดิน สภาพแวดล้อม การเตรียมแปลงและชนิดของพืชที่จะปลูก และการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างถูกวิธี เพื่อให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ด้วยตัวของเกษตรกรเอง"
อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ยังกล่าวถึงเทคนิคพื้นฐานที่จะนำมาใช้ในโครงการดังกล่าว โดยระบุว่า คือการวิเคราะห์ดินกับความต้องการธาตุอาหารหลักพื้นฐานที่พืชต้องการคือ เอ็นพีเค คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ซึ่งแต่เดิมจะต้องส่งตัวอย่างดินไปยังหน่วยวิเคราะห์ในสถาบันการศึกษา หรือหน่วยงานต่างๆ ทำให้เกิดความยุ่งยากและเสียเวลา แต่ในโครงการดังกล่าวจะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า ชุดตรวจวิเคราะห์ดิน (soil test kit) ซึ่งเป็นเครื่องมือภาคสนาม เมื่อทำแปลงเรียบร้อยแล้วเกษตรกรจะต้องมีความรู้ในเรื่องของการเก็บตัวอย่างดิน ที่ทางกรมจะถ่ายทอดให้ เมื่อเก็บตัวอย่างดินแล้วจะนำมาวิเคราะห์เบื้องต้นหาค่า เอ็นพีเค ที่เหมาะสม ในพื้นที่นั้นๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์อีกครั้งกับแผนที่จากกรมพัฒนาที่ดิน ที่จะมีข้อมูลชุดดิน ที่เป็นข้อมูลในเรื่องของดินในแต่ละพื้นที่ ซึ่งทั้งหมดจะนำไปสู่การคำนวณค่าว่าดินแต่ละพื้นที่เหมาะสมกับการเพาะปลูกพืชชนิดใด
สำหรับโครงการสร้างเครือข่ายเกษตรกร “กลุ่มบริหารจัดการปุ๋ยชุมชน” และ “ศูนย์บริหารจัดการดินและปุ๋ยของชุมชน” เป็นหนึ่งในนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตรที่จะแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือเกษตรกรอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เน้นในเรื่องการลดต้นทุนการผลิตและการช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องการลดต้นทุน โดยคาดว่าในปีนี้จะดำเนินการให้ได้อย่างน้อย 94 กลุ่มใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ และจะพัฒนาให้แต่ละกลุ่มกลายมาเป็น “วิสาหกิจชุมชน” ต่อไปในอนาคต
นับเป็นอีกก้าวของกรมส่งเสริมการเกษตรในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มเพื่อการบริหารจัดการดินและปุ๋ยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำมาสู่การลดต้นทุนการผลิตตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องการลดต้นทุนภาคการเกษตร
-----------------------------
(ทำมาหากิน : รวมกลุ่มบริหารจัดการ 'ดินและปุ๋ยชุมชน' ทางออกเกษตรกร 'ลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิต' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



