
เล่าขานตำนาน'ดอกไม้ใต้ร่มพระบารมี'
07 ส.ค. 2557
ศิลปวัฒนธรรม : เล่าขานตำนาน 'ดอกไม้ใต้ร่มพระบารมี'
หากดอกไม้เปรียบดั่งหญิงงาม ในเดือนแห่งความรักความอบอุ่นจากหญิงผู้เป็น "แม่" อย่างเดือนสิงหาคม ดอกไม้ทุกช่อคงแข่งกันเบ่งบานสดใสไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า "ดอกรัก" ที่ลูกๆ คุ้นเคย เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคมปีนี้ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ธนาคารไทยพาณิชย์ได้จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ "ดอกไม้ใต้ร่มพระบารมี" รวบรวมดอกไม้นานาพรรณอันเกี่ยวเนื่องกับแม่ของแผ่นดิน อีกทั้งเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของวัฒนธรรมดอกไม้ จัดแสดงให้ผู้สนใจได้ชื่นชมอย่างมีอรรถรส ภายในโถงนิทรรศการ พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่
ในวันเปิดงาน ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ ซีอีโอใหญ่แบงก์ใบโพธิ์ ร่วมเป็นประธานตัดริบบิ้น โดย ธาตรี ลิขนะพิชิตกุล เจ้าบ้านด้านการข่าวของธนาคาร เล่าความตั้งใจในการปลุกปั้นนิทรรศการสวยๆ ครั้งนี้ ว่า ดอกไม้ใต้ร่มพระบารมี จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะพันธุ์ไม้ต่างๆ ที่ได้พระราชทานโครงการในพระราชดำริให้มีการอนุรักษณ์และพัฒนา เช่น กล้วยไม้พันธุ์ต่างๆ และบอนสี พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ชื่นชมความงานของดอกไม้พระนาม ดอกไม้พระราชทานนาม และดอกไม้ที่พระองค์โปรดชนิดต่างๆ
เนื้อหาน่าสนใจภายในนิทรรศการที่น้อยคนนักจะทราบ เริ่มจากพรรณไม้หอมที่พระองค์โปรดมากคือ "บัว" ดังที่ ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค บรรยายไว้ว่า "บัวเป็นดอกไม้ที่ทรงโปรดมาก และโปรดทั้งสีชมพูที่เรียกว่า สัตตบงกช และสีขาวซึ่งเรียกว่า สัตตบุศย์ ทรงจัดถวายพระเป็นพุทธบูชาเป็นประจำ พร้อมกับรับสั่งว่า...เป็นดอกไม้ที่สวยที่สุด ดอกไม้ฝรั่งเทียบไม่ได้" หรืออย่างกลุ่มดอกไม้พระนามชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นกุหลาบควีนสิริกิติ์ คัทลียาควีนสิริกิติ์ ดอนญ่าควีนสิริกิติ์ และบัวควีนสิริกิติ์ ก็ล้วนมีที่มาที่ไป โดยเฉพาะ "ดอนญ่าควีนสิริกิติ์" นั้น ทางมหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ได้ผสมขึ้น และได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตเชิญพระนามาภิไธยเป็นชื่อดอนญ่าพันธุ์ใหม่นี้ เมื่อคราวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เยือนประเทศฟิลิปปินส์ ในปี 2506
สำหรับพันธุ์ไม้ประดับตระกูล "บอนสี" ช่วงที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ แปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ เพื่อทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และติดตามความก้าวหน้าในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในเขตพื้นที่ภาคใต้ มีพระราชดำริว่า ในพื้นที่ จ.นราธิวาส มีบอนสีเกิดขึ้นตามธรรมชาติมากมาย ทั้งในบ้านและในสวนยาง เนื่องจากสภาพภูมิอากาศเอื้ออำนวย จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้กองทัพภาคที่ 4 จัดประกวดบอนสีขึ้น โดยดำเนินการจัดประกวดบอนสีเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2541 ณ ศาลาประชาคม จังหวัดนราธิวาส และนำบอนสีที่ชนะการประกวดไปจัดถวายทอดพระเนตร ในนิทรรศการบอนสี ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติสิริกาญจนทักษิณ ภายในพระตำหนัก
ไม่เพียงมวลไม้สวยงามตามความนิยมที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงให้ความสนพระราชหฤทัย ทว่าดอกหญ้าหลากสีตามผืนดินที่บางคนอาจมองไร้ค่ายังโปรด พร้อมกับพระราชทานนามอย่างไพเราะ โดยหลายปีมาแล้วได้มีพระราชปรารภกับผู้ใกล้ชิดว่า ในภาคอีสานนั้นมีพรรณไม้เล็กๆ สวยงามตามท้องทุ่ง ซึ่งไม่เคยทอดพระเนตรในภาคอื่นๆ เลย โดยเฉพาะใน จ.สกลนคร ในบริเวณพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ใกล้ๆ กับเชิงเขาจะมีดอกหญ้าป่าชนิดหนึ่งมีลักษณะสีม่วงและสีน้ำเงินสด ส่งกลิ่นหอม และบานสะพรั่งไปทั่วทั้งทุ่งเป็นลานกว้างในช่วงปลายฤดูฝนต้นหนาว และพระราชทานนามดอกไม้ป่า ดอกเล็กๆ นี้ว่า "ดอกดุสิตา" ปัจจุบันลานดุสิตาละลานตาไปด้วยดอกไม้ป่าหลากสี ซึ่งได้พระราชทานชื่อดอกไม้หลากสีเหล่านี้เพิ่มเติมนอกเหนือจากดุสิตา ได้แก่ มณีเทวา สรัสจันทร และสร้อยสุวรรณา แข่งกันชูช่อปะปนอยู่กับดอกกระดุมเงิน และดอกหยาดน้ำค้างที่บานแนบติดอยู่กับพื้นดิน
นอกจากนี้ ภายในนิทรรศการยังมีกิจกรรมพิเศษเสริมความสนใจใคร่รู้ของผู้ชม อาทิ การสาธิตงานฝีมือเกี่ยวกับดอกไม้, เวิร์กช็อปชวนคุณแม่ลูกผูกพันพับและปั้นดอกไม้ต่างๆ โดยวิทยากรจากวิทยาลัยในวังหญิง, กิจกรรมพิศพรรณไม้ในพิพิธภัณฑ์, การจำหน่ายพรรณไม้สวยงาม พร้อมสินค้าที่ระลึกจากพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นต้น โดยนิทรรศการจัดยาวไปจนถึงวันที่ 12 กันยายนนี้ ตั้งแต่เวลา 09.30-17.00 น. สอบถามเพิ่มเติมโทรศัพท์ 0-2544-3858



