ไลฟ์สไตล์

แก๊งเช็ดกระจก กลับมาระบาดอีกแล้ว

แก๊งเช็ดกระจก กลับมาระบาดอีกแล้ว

05 ส.ค. 2557

เปิดซองส่องไทย : แก๊งเช็ดกระจก กลับมาระบาดอีกแล้ว : โดย...ลุงแจ่ม

 
                           บริเวณสี่แยกถนนนราธิวาสขาออก วิ่งเลยจากตึกลุมพินี มาถึงตรงบริเวณแยกใหญ่ ทางจะเลี้ยวไปทางเส้นถนนนราธิวาส ซึ่งขึ้นอยู่กับ สน.ทุ่งมหาเมฆ ได้มีแก๊งเช็ดกระจกออกมาระบาดอีกแล้ว หลังจากที่ปีที่แล้วทางหนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก ได้ช่วยจัดการแก้ไขไปให้แล้วครั้งหนึ่ง กลับมาเกิดขึ้นมาอีก และสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนในบริเวณนั้น 
 
                           เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2557 ช่วงเวลา 16.30 น. ดิฉันหยุดรถเพราะติดสัญญาณไฟแดง ซึ่งดิฉันจอดต่อเป็นคันที่สาม เลนที่เลียบคลอง จากนั้นพวกแก๊งเช็ดกระจกก็เดินมาสาดน้ำสกปรกใส่หน้ารถของดิฉัน พอบีบแตรไล่พวกเขาเพื่อไม่ให้มาเช็ดกระจกพวกเขาก็เดินมาข้างกระจกเลย แล้วตะโกนด่าดิฉันว่าพ่อตายหรือไง 
 
                           พอได้สัญญาณไฟเขียวพวกเขาก็ยังเดินกลับมาที่หน้ารถของดิฉันอีก ทั้งๆ ที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นห่างจากป้อมตำรวจไม่ไกลเท่าไหร่ ซึ่งมีตำรวจยืนอยู่ในบริเวณนั้นด้วย ซึ่งหากจากเลนที่ดิฉันอยู่ไม่ไกลนัก และสถานการณ์ในตอนนั้นดิฉันไม่สามารถขับไปที่ป้อมตำรวจเพื่อแจ้งความได้ 
 
                           และดิฉันก็ไม่สามารถเชื่อได้เลยว่าตำรวจไม่เห็น เพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทุกวันกับผู้ใช้รถที่จำเป็นต้องผ่านถนนเส้นนี้อยู่เป็นประจำ เนื่องจากบทลงโทษไม่สามารถช่วยอะไรให้ดีขึ้นมาได้หรืออย่างไร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่ทำอะไรเลยเพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนซึ่งปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นต่อไปเรื่อยๆ หรือว่าต้องให้ประชาชนโดนทำร้ายขั้นร้ายแรงมากกว่านี้ แล้วค่อยล้อมคอกภายหลังจากวัวหาย 
 
                           รบกวนขอให้ทางลุงแจ่ม แห่งหนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก เป็นผู้ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนด้วยนะคะ มันเป็นเรื่องที่ซ้ำซากแต่ถ้าไม่มีผู้ที่จะจัดการอย่างจริงจังสักที เพราะถ้าปล่อยไว้อาจจะมีเรื่องที่เลวร้ายกว่านี้เกิดขึ้นได้ ตำรวจมีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน แต่กลับยืนดูเหตุการณ์แบบนี้ได้อย่างไร ดิฉันจึงอยากให้ตำรวจเข้าไปช่วยเหลือในทันทีหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ 
 
 
ผู้เดือดร้อนจากแก๊งเช็ดกระจก
 
 
ตอบ
 
 
                           พ.ต.ท.อรุษ คำตุ้ย รองผกก.จร.สน.ทุ่งมหาเมฆ ชี้แจงว่า บริเวณสี่แยกนราธิวาสขาออก ตรงแยกนี้จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยควบคุมสัญญาณไฟจราจรอยู่ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจของสน.ยานนาวา เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับและดำเนินคดี เรื่องจึงหายไปนานเกือบปีแล้ว
 
                           แต่ในตอนนี้มีเหตุการณ์แก๊งเช็ดกระจกกลับมาระบาดอีกครั้ง ก็จะให้สายสืบเข้าไปดำเนินการตรวจสอบ โดยให้แต่งตัวนอกเครื่องแบบเพราะเคยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจใส่เครื่องแบบแล้วพวกแก๊งเช็ดกระจกเห็นแล้วก็จะวิ่งหนี เมื่อปีที่แล้วได้มีการแถลงข่าวเรื่องแก๊งเช็ดกระจกพวกนี้ ซึ่งก็หายไปพักใหญ่ แต่กลับมาระบาดและทำความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ใช้ถนนในบริเวณนี้อีก
 
                           ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับทราบเรื่องนี้แล้ว จะประสานไปยังสายสืบของ สน.ทุ่งมหาเมฆ ให้ช่วยกวดขันจับกุมอีกทีหนึ่ง โดยต้องจับตัวมาลงโทษให้ได้ ต้องให้สายสืบตรวจดูเป็นประจำทุกวัน โดยจะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเพิ่มความถี่ในการกวดขันเพิ่มมากขึ้น เพื่อไม่ให้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน 
 
                           ขั้นต้นก็จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปเดินวนเฝ้าระวัง เพราะบริเวณถนนสายนี้เป็นเขตต่อเนื่องกันหลาย สน. และในช่วงเวลา 16.00 น. นั้น ตำรวจจะทำการเร่งระบายรถ แต่ สน.มีชุดสายตรวจจราจรไม่กี่คนเท่านั้น อาจไม่เพียงพอต่อการดูแล จึงทำให้พวกแก๊งเช็ดกระจกก่อความเดือดร้อนขึ้นมาอีก และถ้าจับได้ก็มีข้อหาสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ซึ่งเป็นเพียงลหุโทษเท่านั้น 
 
 
ลุงแจ่ม
 
 
 
สามี(ตัวดี)ลูกเมียน้อย
 
 
                           ดิฉันมีเรื่องอยากทราบค่ะ คือว่าน้องสาวของดิฉันมีแฟน แล้วก็อยู่กินด้วยกัน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน อยู่กันจนกระทั่งมีลูกด้วยกัน 1 คน ซึ่งทางผู้ใหญ่ของดิฉันก็รับรู้แล้วว่า เขาทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน โดยก่อนที่จะมีลูกก็มีการทำพิธีผูกข้อมือเพื่อให้เป็นที่รับทราบว่าเขาจะอยู่กินด้วยกัน 
 
                           แต่ปัญหาคือว่า หลังจากมีลูกได้ 4 เดือน น้องสาวเพิ่งมาทราบว่าสามีเคยมีเมียอยู่ก่อนแล้ว และยังไม่ได้เลิกกัน และเป็นเมียที่จดทะเบียนสมรสกันด้วย แต่ไม่มีลูกด้วยกัน 
 
                           ไม่ทราบว่า กรณีอย่างนี้ ถ้าน้องสาวต้องเลิกกับสามี ทั้งน้องสาวและลูกจะมีสิทธิได้อะไรจากทรัพย์สินของสามีหรือเปล่า เพราะสามีของน้องสาวก็ดูท่าจะเกรงใจภรรยาคนเก่ามาก เมื่อน้องสาวบอกว่าจะเลิกกับเขา สามีก็ไม่ยอมอีก ทำให้น้องสาวดิฉันกลุ้มในมากๆ  
 
 
วิมล
 
 
ตอบ
 
 
                           ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์นฤติย์ หม็องพร้า คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า ในส่วนของน้องสาวคุณนั้น เป็นเรื่องน่าเห็นใจ เพราะกลายเป็นภรรยาน้อยโดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อน ซึ่งในฐานะของการเป็นภรรยาน้อยนั้น ในทางกฎหมายถือว่าเป็นภรรยาที่ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย จึงไม่มีสิทธิในเรื่องของทรัพย์สินต่างๆ ของสามีเลย 
 
                           ถ้าหลังจากอยู่ด้วยกัน มีการซื้อทรัพย์สินร่วมกัน กรณีอย่างนี้เรียกว่า เป็นทรัพย์สินร่วม หากเลิกกันก็ต้องแบ่งกันคนละครึ่ง เพราะถือว่าเป็นทรัพย์สินที่หามาได้ระหว่างอยู่กินด้วยกัน แต่ถ้าเป็นเรื่องสิทธิต่างๆ มรดก หรือ ทรัพย์สินของสามี น้องสาวคุณไม่มีสิทธิใดๆ ทั้งสิ้น
 
                           ซึ่งต่างกับลูก ที่เกิดจากน้องเขยของคุณ จะมีสิทธิทุกประการในทรัพย์สินของพ่อ ในฐานะที่เป็นลูก แต่ตรงนี้ต้องดูด้วยว่า ขณะที่เด็กเกิดนั้น พ่อของเด็กมีการเซ็นรับรองเป็นบุตรหรือเปล่า ถ้ามีการเซ็นรับรองการเป็นบุตรแล้ว แสดงว่าเด็กคนนี้เป็นลูกที่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น จึงมีสิทธิเทียบเท่ากับลูกคนหนึ่ง มีสิทธิในมรดก และทรัพย์สินของผู้เป็นพ่อ
 
                           ดังนั้น ควรให้ผู้เป็นพ่อไปจดทะเบียนรับรองบุตรให้เรียบร้อย เพื่อที่หลานของคุณจะได้รับสิทธิต่างๆ จากพ่อ 
 
                           ถ้าน้องสาวคุณเลิกกับสามี แล้วอยากจะฟ้องเพื่อเรียกร้องนั้น ควรระวัง เพราะหากภรรยาหลวงฟ้องร้องกลับเรียกค่าเสียหาย ฐานเป็นชู้กับสามีของเธอ จะทำให้ยุ่งยาก เพราะเธอมีสิทธิที่จะทำได้ 
 
 
ลุงแจ่ม