
ชวนเที่ยว : เสน่ห์...ลำพูน
03 ส.ค. 2557
ชวนเที่ยว : เสน่ห์...ลำพูน : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์
แม้ไม่ใช่จังหวัดใหญ่ แม้ใครต่อใครจะมองว่าเป็นเพียงทางผ่าน เพื่อไปสู่เมืองใหญ่กว่าที่อยู่เหนือขึ้นไป แต่เมืองเล็กๆ อย่าง "ลำพูน" ก็สอดแทรกตัวเอง อยู่ในรายทางอย่างเงียบๆ แต่มีเสน่ห์ ที่อะไรก็มิอาจบดบังได้
มองย้อนไปในอดีต ลำพูน มีชื่อเดิมว่า นครหริภุญชัย สร้างเมื่อ พ.ศ.1200 หรือ 1,300 กว่าปีมาแล้ว ตามพงศาวดารโยนก เล่าว่า ฤาษีวาสุเทพ ได้เกณฑ์พวกเม็งคบุตร หรือชนเชื้อสายมอญมาสร้างขึ้น ระหว่างแม่น้ำ 2 สาย คือแม่น้ำปิง และแม่น้ำกวง จากนั้นเชิญพระธิดากษัตริย์แห่งกรุงละโว้ มีพระนามว่า "จามเทวี" ขึ้นครองเมือง เป็นปฐมกษัตรีย์พระองค์แรกแห่งเมืองลำพูน และสืบราชวงศ์กษัตริย์ต่อมาหลายพระองค์ จนกระทั่งถึงสมัยพระยายีบา จึงเสียการปกครองให้แก่พ่อขุนเม็งรายมหาราช ผู้รวบรวมแว่นแคว้นทางเหนือเข้าเป็นอาณาจักรล้านนา
ในช่วงที่พม่าครอบครอง ดินแดนล้านนา เกิดสงครามขึ้นบ่อยครั้ง ชาวเมืองพากันหลบหนีเข้าป่า ปล่อยบ้านเมืองร้าง พระยากาวิละ เจ้าเมืองเชียงใหม่ ได้แต่งตั้งน้องชาย คือ พระยาบุรีรัตน์ (คำฝั้น) มาครองเมืองลำพูนและได้อพยพผู้คนชาวยอง มาสร้างบ้าน แปงเมืองใหม่โดยตั้งถิ่นฐานที่อยู่แถบ ริมน้ำกวง น้ำปิง และน้ำทา เรียกได้ว่าเป็นยุคเก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง ซึ่งชาวเมืองยองก็ได้นำศิลปวัฒนธรรม และงานช่างมาสู่เมืองด้วย
จารึก ที่อยู่เบื้องหลังของอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี กลางเมืองลำพูน ระบุว่า ในปี 2442 มีการสถาปนาระบบมณฑล เทศาภิบาล และสลายระบบเมืองประเทศราช ลำพูนเองก็ได้รับผลการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เจ้าหลวงจักรคำ ขจรศักดิ์ เป็นผู้ครองเมืองลำพูนคนสุดท้าย จากนั้นมีการแต่งตั้งข้าราชการจากส่วนกลางเข้ามาปกครอง ผลของการเปลี่ยนแปลงนี้ ลำพูนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงในวิถีชีวิตและวัฒนธรรม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในด้านสิ่งแวดล้อม และธรรมชาติ เมื่อมีถนนและทางรถไฟตัดผ่าน ทำให้อารยธรรมต่างๆ หลั่งไหลเข้าสู่ลำพูน
แต่ถึงวันนี้ ลำพูนก็ยังก้าวไปอย่างสงบ ร่มเย็น ตามการเปลี่ยนผ่านของเวลา การเดินทางสู่ลำพูนก็สะดวกตามไปด้วย โดยเฉพาะมีเส้นทางเชื่อมต่อกับเชียงใหม่ ใกล้นิดเดียว ผ่านถนนต้นยาง ฉะนั้นใครที่ไม่ชอบขับรถทางไกล ก็อาจจะนั่งเครื่องบินไปลงที่เชียงใหม่ และเดินทางโดยรถยนต์อีกราวครึ่งชั่วโมงก็ถึงลำพูนแล้ว หรือใครจะอยากนั่งรถไฟไป ก็สะดวกไม่แพ้กัน
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดโครงการ Lady Journey 2557 ภายใต้สโลแกน "ท่องเที่ยว เปิดประสบการณ์" ลำพูนเลยมาเป็นหนึ่งในทริปแห่งความทรงจำครั้งนี้ ที่บรรดาสาวๆ พากันไปเดินทอดน่องท่องเมืองลำพูน
"ไปลำพูนต้องกินลำไย" ใครๆ ก็ว่าอย่างนั้น จังหวะดีๆ ต้องช่วงนี้เลย ที่ลำไยเริ่มให้ผลผลิตออกสู่ท้องตลาด และที่ลำพูนนี่เอง เป็นแหล่งปลูกลำไยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยเฉพาะที่บ้านหนองช้างคืน จ.อุโมงค์ อยู่ก่อนถึงตัวเมืองลำพูน 8 กม.ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ 10 กม.ที่นี่ต้องบอกว่า ทุกบ้านปลูกลำไยเป็นไม้ประดับกินได้ ตอนนี้ออกลูกห้อยระย้า ชาวบ้านออกปากว่า อยากกินก็เก็บได้เลย โดยเฉพาะที่หมู่บ้านแห่งนี้ เขากำลังจัดท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ ทั้งพาเที่ยว พักค้างคืน รู้ศิลปะพื้นบ้าน ได้ครบครัน แล้วยังได้รู้จักลำไยพันธุ์ต่างๆ กันอิ่มท้องเลยทีเดียว
ฉันแวะที่ สิริโฮมสเตย์ ชิมสารพัดลำไย ทั้งน้ำลำไย เก็บลำไยสดๆ จากต้นชิม โดยไม่ต้องกลัวยาฆ่าแมลงเพราะเขาปลูกแบบไร้สาร แล้วยังได้ ข้าวเหนียวเปียกลำไย ติดมือไปชิมระหว่างทางเข้าเมืองลำพูนด้วย
ถึงตัวเมืองแวะสักการะ อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ที่อยู่กลางเมืองเอาฤกษ์เอาชัย ผู้ซึ่งเป็นวีรสตรีแห่งหริภุญชัย ทรงนำพุทธศาสนาและศิลปะ วัฒนธรรมเข้ามาเผยแพร่ในดินแดนแถบนี้ จนรุ่งเรือง จากนั้นไป วัดจามเทวี ชมพระเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมแบบพุทธคยา มีชื่อว่าสุวรรณเจดีย์จังโกฏ เป็นพระเจดีย์ที่งดงามเดิม ยอดเจดีย์ห่อหุ้มด้วยทองคำ แต่หักหายไป ชาวบ้านจึงเรียกว่า กู่กุด ประดิษฐานพระพุทธรูปประทับยืนประจำซุ้ม มีฐานกว้าง 13.35 เมตร สูง 21 เมตร ภายในบรรจุพระอัฐิของพระนางจามเทวี
วัดพระธาตุหริภุญชัย เป็นอีกสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ใครไปใครมา ต้องแวะมาสักการะ หรือเยี่ยมชม ฉันเองก็ไม่พลาดเหมือนกัน แต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยว และพุทธศาสนิกชนแวะเวียนมาเยอะมาก วัดนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมือง สร้างเมื่อพ.ศ.1651 สมัยพระเจ้าอาทิตยราช สวยงามตั้งแต่ซุ้มประตูทางเข้า ที่สร้างในสมัยศรีวิชัย ซุ้มยอดเป็นชั้นๆ มีสิงห์ขนาดใหญ่ยืนสง่าอยู่บนแท่นสูง 1 เมตร สิงห์คู่นี้ก็ปั้นขึ้นในสมัยพระเจ้าอาทิตยราชเมื่อทรงถวายวังให้เป็นสังฆาราม
วิหารหลวงในวัด เป็นวิหารหลังใหญ่ มีระเบียงรอบด้าน เป็นวิหารหลังใหม่ที่สร้างขึ้นแทนหลังเก่าที่ถูกพายุพัดพังทลายไปเมื่อปี 2458 ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธปฏอมใหญ่ 3 องค์ ด้านหลังวิหารเป็น พระบรมธาตุหริภุญชัย สีทองสุกอร่ามมีลักษณะคล้ายพระธาตุดอยสุเทพ ภายในประดิษฐานพระเกศธาตุบรรจุในโกศทองคำ พระบรมธาตุนี้นับเป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งแห่งล้านนามาแต่โบราณกาล ในวันเพ็ญเดือน 6 จะมีงานนมัสการและสรงน้ำพระบรมธาตุทุกปี
ในบริเวณวัดพระธาตุหริภุญชัย มีมีหอพระธรรม หอกังสดาล รวมถึงวิหารหลังเล็ก อีกหลายหลัง รวมถึง สุวรรณเจดีย์ (เจดีย์ปทุมวดี) ที่สร้างโดยพระนางปทุมวดี อัครมเหสีของพระเจ้าอาทิตยราช อันแสดงถึงอำนาจและบทบาทของสตรีในยุคนั้นซึ่งเป็นช่วงที่นครหริภุญชัยมีความเจริญสูงสุด
ช่วงเย็น บริเวณหน้าวัดพระธาตุหริภุญชัย จะจัดเป็นถนนคนเดิน มีร้านค้าเรียงรายแต็มสองฝั่งถนนระยะทางเป็นกิโลเมตรก็ว่าได้ เสื้อผ้าเยอะไม่ต่างจากตลาดนัดอื่นๆ แต่ก็มีเครื่องใช้ไม้สอยอื่นๆ กระทั่งครกสาก ถ้วย กะละมัง ไปถึงของกิน ถือเป็นแหล่งจับจ่าย และพักผ่อนของคนเมืองลำพูนไปโดยปริยาย
ฉันปิดท้ายเมืองลำพูน ที่ วัดพระยืน เป็นวัดประจำทิศตะวันออก ในบรรดาวัดสี่มุมเมืองของจังหวัดลำพูน สร้างตั้งแต่สมัยพระนางจามเทวี เดิมชื่อวัดอรัญญิการาม ต่อมาพระเจ้าอาทิตยราช ได้เปลี่ยนชื่อวัดเป็นพุทธอาราม และสร้างพระพุทธรูปยืนองค์หนึ่งประดิษฐานในเจดีย์สถูป จึงห้ามสตรีขึ้นไปบนสถูปนี้ ต่อมามีการสร้างมณฑปองค์ใหม่ครอบไว้ รวมทั้งมีการปฏิสังขรณ์อีกครั้ง โดยจำลองรูปแบบสมัยพุกามมาใช้ และขณะนี้กำลังสร้างองค์พระเจ้าทันใจ ที่ว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์นัก ใครขออะไรมักจะได้ตามที่ขอ
จังหวะที่ไปตรงกับวันพระ เลยได้มีโอกาสเข้าร่วมในพิธีสืบชะตาหลวง ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญของชาวล้านนา เชื่อกันว่าเป็นการต่ออายุบ้านเมือง หรือต่อชีวิตคนให้ยืนยาว มีความสุข ความเจริญ ตลอดจนเป็นการขจัดภัยอันตราย
ด้านข้างวิหารเป็นศาลาบาตร ที่นี่เปิดให้คนทั่วไปร่วมกันปั้นพระ โดยมีพระพิมพ์สกุลลำพูนชื่อดัง คือ พระรอด พระเปิม พระคง พระบาง พระลือ พระลบ พระเลี่ยง โดยการปั้นดินใส่พิมพ์พระพุทธรูปขนาดเล็ก เพื่อนำไปบรรจุในเจดีย์ตามความเชื่อและคตินิยมที่ยึดถือกันมา ซึ่งพระสกุลลำพูนนั้น มีพระเครื่องเก่าแก่อยู่หลายกรุ ที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือ พระรอด กรุวัดมหาวัน ที่จัดอยู่ในพระชุดเบญจภาคี บรรดาสาวๆ ใจบุญเลยได้ขะมักเขม้นปั้นพระกันยกใหญ่ โดยมีแม่ชีคอยชี้แนะวิธีการ
เสน่ห์ของลำพูน ไม่ได้มีเพียงวัดวาโบราณ หากแต่ถ่ายทอดศิลปะลงบนผ้าทอโดยเฉพาะผ้าทอยกดอกลำพูนที่ได้กลายเป็นอัตตลักษณ์ของจังหวัดลำพูน ที่หาดู หาชมได้ ที่สถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย และศูนย์ศิลปะหัตถกรรมผ้าไหมยกดอกลำพูน เพ็ญศิริไหมไทย
แม้ลำพูนจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่เปี่ยมไปด้วยศิลปวัฒนธรรม ผ่านชีวิตประจำวันที่เรียบง่าย จนอดที่จะหลงใหลไม่ได้จริงๆ
------------------------------
(ชวนเที่ยว : เสน่ห์...ลำพูน : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์)



