
สัมผัสวิถีชีวิตชาวนาปลูกข้าวทุนต่ำ
03 ส.ค. 2557
ท่องโลกเกษตร : สัมผัสวิถีชีวิตชาวนาปลูกข้าวทุนต่ำ แนวทางอยู่รอดชาวชุมชนเวียงเหนือ : โดย...ดลมนัส กาเจ
ท่ามกลางความสับสนและหดหู่ของชาวนานับล้านคนต่อความไม่แน่นอนของราคาข้าวในตลาดโลก หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศชัดว่า ยกเลิกโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลชุดเก่า และไม่ปัดฝุ่นโครงการประกันราคาข้าว แต่จะเน้นแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนด้วยการลดต้นทุนการผลิต ทำให้หลายๆ หน่วยงานได้เริ่มหาแนวทางในการที่จะให้การทำนาต้นทุนต่ำ เพื่อสนองนโยบายกันบ้างแล้ว
ขณะที่อีกหลายพื้นที่ได้ขับเคลื่อนรูปแบบการทำนาต้นทุนต่ำกันบ้างแล้ว อย่างเช่นที่ชุมชน ต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยมีศูนย์ข้าวชุมชนตำบลเวียงเหนือเป็นหัวเรือใหญ่ในการขับเคลื่อน ปรากฏว่า ผลการดำเนินงานเพียงปีเศษๆ ผลที่ออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ จากเดิมที่เกษตรกรทำนาโดยวิธีแบบเดิมๆ ใช้ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง เมล็ดพันธุ์จากต่างถิ่น ทำให้ต้นทุนการผลิตตกไร่ละ 6,200 บาท มาวันนี้ต้นทุนการผลิตเหลือเพียงไร่ 2,000-3,000 บาทเท่านั้น กรรมวิธีทำอย่างไร มีความจริงมากน้อยเพียงใด ทีม "ท่องโลกเกษตร" ได้เดินทางไปสัมผัสวิถีชีวิตการทำนาของชาวชุมชน ต.เวียงเหนือ เพื่อพิสูจน์ถึงพื้นที่
ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลเวียงเหนือ ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 4 ต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ก่อตั้งเมื่อปี 2556 โดยกรมการข้าว และกรมส่งเสริมการเกษตร ได้บูรณาการร่วมกันตามโครงการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพศูนย์ข้าวชุมชนในพื้นที่กว่า 530 ไร่
การเนรมิตศูนย์ข้าวชุมชนตำบลเวียงเหนือ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีสู่ชาวนาอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง นอกจากนี้เพื่อเป็นศูนย์กลางการพัฒนาข้าวของชุมชน และพัฒนาชาวนา รวมถึงองค์กรชาวนาให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมดราว 30 คน โดยมี ทวี ชาวสวน เป็นประธาน
ในวันที่เราไปถึง ทรรศนะ ลาภรวย ที่ปรึกษากรมการข้าว เล่าว่า ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลเวียงเหนือ ถือเป็นศูนย์ข้าวชุมชนน้องใหม่ ที่เพิ่งเริ่มตั้งศูนย์เมื่อปีที่แล้ว และเป็นหนึ่งในหลายๆ ศูนย์ข้าวชุมชนที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยกรมการข้าวส่งเสริมเพื่อให้ชุมชนผลิตเมล็ดข้าวคุณภาพให้เพียงพอกับความต้องการของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า หน่วยงานราชการอย่างกรมการข้าวเองผลิตเมล็ดข้าวคุณภาพไม่เพียงพอกับความต้องการ ทำให้เกษตรกรต้องไปซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวจากบริษัทเอกชน และบางพื้นที่เกษตรกรได้เมล็ดพันธุ์ที่ด้อยคุณภาพอีกด้วย
ด้าน ทวี มีสวน บอกว่า ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลเวียงเหนือ จะเน้นการผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อจำหน่ายให้แก่สมาชิก และเกษตรกรในบริเวณใกล้เคียง โดยช่วงแรกได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ขยายจากกรมการข้าว จำนวน 3 ตัน แล้วมาขยายส่วนใหญ่จะเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าว กข.47 ปลูกในพื้นที่ 200 ไร่ ได้เมล็ดพันธุ์ 85 ตัน แต่ปีนี้เพิ่มพื้นที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว กข.47 จำนวน 260 ไร่ ข้าวเหนียว กข.6 195 ไร่ กข.49-จำนวน 60 ไร่ พันธุ์ กข.14 จำนวน 20 ไร่ ข้าวหอมดอกมะลิ 501 จำนวน 25 ไร่ ส่วนพื้นที่เหลืออีกส่วนหนึ่งมีพันธุ์ กข.15 และข้าวไรซ์เบอร์รี่ เป็นต้น ตั้งเป้าปีนี้จะผลิตเมล็ดพันธุ์ 115 ตัน
"ปกติในพื้นที่ ต.เวียงเหนือ เกษตรกรจะปลูกข้าวปีละ 2 ครั้ง คือข้าวนาปี และข้าวนาปรัง เดิมทีส่วนใหญ่จะปลูกข้าวเหนียวเป็นหลัก หลังจากที่รัฐบาลมีโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ชาวบ้านบางรายหันมาปลูกข้าวเจ้า แต่การทำนาก่อนหน้าที่ต้นทุนสูง หลังจากที่ตั้งศูนย์ข้าวชุมชนขึ้นมา จะเน้นการทำนายึดตามสูตรของโรงเรียนชาวนา คือปุ๋ยทำเอง น้ำหมักชีวภาพ ฮอร์โมนที่ทำกันเอง การดำนาจะใช้วิธีโยนกล้าทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำ เฉลี่ยแล้วต้นทุนไม่เกิน 3,000 บาท อย่างข้าวเหนียวพันธุ์ กข.6 จะได้ผลผลิต ไร่ละ 650-700 กิโลกรัม ข้าวพันธุ์ กข.49 จะได้ผลผลิตไร่ละ 800 กิโลกรัม หากข้าวราคาที่ตันละ 7,000 บาท ถ้าข้าวราคาอยู่ที่ ตันละ 7,000 บาท เกษตรกรจะมีกำไรไร่ละ 2,500-3,000 บาท โดยเมล็ดข้าวข้าวที่ศูนย์ผลิตนั้น จะขายให้ในราคาที่กรมการข้าวกำหนด กิโลกรัมละ 22 บาท บางครั้งอาจถูกกว่า ยกเว้นข้าวหอมมะลิที่ขายกิโลกรัมละ 25 บาท" ทวี กล่าว
ส่วน นันทนา ธิมา เกษตรกรวัย 51 ปี จาก ต.เวียงเหนือ เล่าว่า ทำนามาตั้งแต่อายุ 15 ปี ส่วนใหญ่จะเป็นข้าวเหนียว อย่างล่าสุดปลูกข้าวเหนียวพันธุ์ กข.6 และได้สมัครเป็นสมาชิกของศูนย์ข้าวชุมชนตำบลเวียงเหนือมาตั้งแต่แรก และได้เข้าอบทุกครั้งที่ทางศูนย์ได้จัดกิจกรรมขึ้นมา โดยเฉพาะเกี่ยวกับวิธีลดต้นทุนการผลิต ปรากฏว่าได้ประโยชน์เป็นอย่างมาก อย่างเดิมทีการทำนาต้องซื้อปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ทำให้ต้นทุนการผลิตตกไร่ละ 6,200 บาท หลังจากเข้าอบรมปีแรกต้นทุนการผลิตเหลือเพียงไร่ละ 4,000 บาท แต่ปัจจุบันทำปุ๋ยเอง น้ำหมักชีวภาพ ยาฆ่าแมลงทำเองหมด เมล็ดพันธุ์ซื้อจากศูนย์ราคาเพียงกิโลกรัมละ 22 บาท จากเดิมที่เคยไปซื้อที่ อ.พาน จ.เชียงราย กิโลกรัมละ 550-630 บาท ทำให้ต้นทุนการผลิตเหลือเพียงไร่ละ 2,000 บาทเท่านั้น ได้ผลผลิตต่อไร่ 800 กิโลกรัม จำนวนกว่า 10 ไร่ ได้กำไรปีละกว่า 1 แสนบาท
ขณะที่ นู สมวรรณ ประธานฝายเชียงรายที่ 1 ฝั่งขวา ที่ทำหน้าที่จัดสรรน้ำให้เกษตรกร บอกว่า ในพื้นที่ ต.เวียงเหนือ รวมถึงตำบลอื่น ของ อ.เวียงชัย จะมีน้ำตลอดปีอยู่แล้ว แต่เกษตรกรใช้อย่างไม่ถูกวิธี จึงเกิดการชิงน้ำขึ้นมา ทำให้ในปี 2544 กลุ่มผู้ใช้น้ำมาใช้น้ำจากโครงการฝายเชียงรายที่ 1 ฝั่งขวา ที่ผันน้ำจากแม่น้ำกก เข้าสู่พื้นที่การเกษตรให้แก่สมาชิกกว่า 800 ราย สามารถจ่ายน้ำให้พื้นที่การเกษตร 9,100 ไร่ ตอนหลังมีสมาชิกเพิ่มเป็น 1,007 ราย ขยายจ่ายน้ำในพื้นที่ 12,724 ไร่ ทำให้เกษตรกรสามารถทำนาได้ปีละ 2 ครั้งอย่างไม่มีปัญหา
ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลเวียงเหนือ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ก็เป็นอีกหนึ่งองค์กรตัวอย่างในการทำนา ที่ไม่เพียงแต่จะผลิตเมล็ดข้าวคุณภาพราคาต่ำตามวัตถุประสงค์ของกรมการข้าว หากแต่ศูนย์แห่งนี้ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้เกษตรกรช่วยเหลือตัวเองในการทำนาที่ทำให้ต้นทุนต่ำอย่างไม่น่าเชื่ออีกด้วย
------------------------------
(ท่องโลกเกษตร : สัมผัสวิถีชีวิตชาวนาปลูกข้าวทุนต่ำ แนวทางอยู่รอดชาวชุมชนเวียงเหนือ : โดย...ดลมนัส กาเจ)



