
'กางร่ม' ขนาดยักษ์ให้ 'ตึกแถว'
02 ส.ค. 2557
'กางร่ม' ขนาดยักษ์ให้ 'ตึกแถว' : คอลัมน์ คลินิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล
แนวคิดของการ “กางร่ม” ขนาดยักษ์ให้กับ “ตึกแถว” ในสไตล์ “ชิโน-โปรตุกีส” ที่ “สิงคโปร์” นั้น น่าสนใจยิ่งครับ ก่อนอื่นคงต้องยอมรับนะครับว่า “สิงคโปร์” เป็นเกาะเล็กๆ ตั้งอยู่ปลาย “แหลมมลายู” มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะตั้งอยู่บนจุด “ยุทธศาสตร์” สำคัญ ควบคุมการเดินเรือของช่องแคบ “มะละกา” ทั้งหมด จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม “อังกฤษ” ซึ่งอยู่ไกลอีกซีกโลกหนึ่งจึงหมายมั่นปั้นมือที่จะต้องเป็นเจ้าอาณานิคมของดินแดนแถบนี้ ให้ได้
“สิงคโปร์” มีประวัติที่น่าสนใจครับ เมื่อเห็น “มาเลเซีย”ได้รับเอกราชจาก “อังกฤษ” ทำให้สิงคโปร์ขอรวมชาติเข้ากับ “มลายู” กลายเป็น สหพันธรัฐ “มลายา” ทันที เพื่อจะได้ไม่ต้องเป็น “เมืองขึ้น” อีกต่อไป แต่ “สิงคโปร์” ก็ไม่พอใจ “มาเลเซีย” มากนัก เพราะมีการเหยียดชนชาติกัน ทำให้ “พรรคกิจประชาชน” ของสิงคโปร์ ประกาศแยกตัวเป็นเอกราชในวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1965 ตั้งแต่บัดนั้นมาก็ใช้ชื่อ “สาธารณรัฐสิงคโปร์” จนถึงทุกวันนี้
สำหรับ “คลินิกคนรักบ้าน” ในสัปดาห์นี้ เรามาทำความรู้จัก “ตึกแถว” ในสมัยล่า “อาณานิคม” กันครับ โดยเริ่มจากชาว “โปรตุเกส” ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานและทำการค้าบริเวณเมือง “ท่ามะละกา” ได้นำเอาศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนวิทยาการตะวันตกเข้ามาเผยแพร่ และได้สร้างบ้านแปงเมืองตามรูปแบบของตน ซึ่งที่น่าสนใจ คือ ช่างชาว “จีน” เป็นผู้ทำการการก่อสร้าง ทำให้ลักษณะของสถาปัตยกรรมได้เพี้ยนไปจากเดิม โดยช่างชาว “จีน” ได้ตกแต่งลวดลายสัญลักษณ์ รวมถึงลักษณะรูปแบบบางส่วนของตัวอาคารตามคติความเชื่อของ “จีน” เกิดการผสมผสานกันระหว่าง “สถาปัตยกรรมโปรตุเกส+จีน” เกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวขึ้น ท่ามกลางสังคมของกลุ่มชน 3 เชื้อชาติ อันได้แก่ โปรตุเกส, จีน และ มาเลเซีย ในดินแดน “แหลมมลายู” หรือ “มาเลย์เพนนิซูล่า” แห่งนี้
ต่อมาเมื่อชาว “ดัตช์” และ “อังกฤษ” เข้ามามีอิทธิพลในดินแดนแถบนี้ ก็ได้ปรับปรุงรูปแบบของอาคารโดยดัดแปลงและเพิ่มเติมลวดลายต่างๆ และเรียกรูปแบบทางสถาปัตยกรรมนี้ว่า สไตล์ “ชิโน-โปรตุกีส” คำว่า “ชิโน” หมายถึงคน “จีน” และคำว่า “โปรตุกีส” หมายถึง “โปรตุเกส” แม้ว่า “อังกฤษ” และ “ดัตช์” จะเข้ามามีอิทธิพลในการผสมผสานศิลปะของตนเข้าไปในยุคหลังด้วยก็ตามก็ยังคงเรียกว่า “ชิโน-โปรตุกีส” กันมาโดยตลอดครับ
ในประเทศไทยพบ “ตึกแถว” ในสไตล์ “ชิโน-โปรตุกีส” ได้ใน “ภูเก็ต”, “ระนอง”, “กระบี่”, หรือ “ตรัง" ซึ่ง “ตึกแถว” ส่วนใหญ่สร้างในสมัยของ พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) เป็นสมุหเทศาภิบาลสำเร็จราชการ “มณฑลภูเก็ต” (ในช่วงปี พ.ศ. 2444 - 2456) ใน “รัชสมัยรัชกาลที่ 5” ซึ่ง “ภูเก็ต” ในสมัยนั้น มีความสัมพันธ์ทางด้านการค้าอย่างใกล้ชิดกับ “ปีนัง” จึงมีการสร้าง “ตึกแถว” ในสไตล์ “ชิโน-โปรตุกีส” โดยนักธุรกิจชาว “จีน” ที่มีความร่ำรวยจากการทำธุรกิจเหมืองแร่ดีบุกครับ
จะว่าไปแล้วลักษณะของ “ตึกแถว” ในสไตล์ “ชิโน-โปรตุกีส” คือ การผสมผสานระหว่าง “สถาปัตยกรรมยุโรป” และ “ศิลปะจีน” จนเกิดเป็น “สถาปัตยกรรมแบบอาณานิคม หรือ “อาคารแบบโคโลเนียล” (Colonial Style) มักจะเป็นอาคารสองชั้นกึ่งร้านค้ากึ่งที่อยู่อาศัย (Shop-house or Semi-Residential) จะมีด้านหน้าอาคารที่ชั้นล่างมี “ช่องโค้ง” (Arch) ต่อเนื่องกันเป็นระยะๆ เพื่อให้เกิดการเดินเท้า ที่ภาษาไทย เรียกทับศัพท์ว่า “อาเขต (Arcade) หรือที่ภาษาจีน “ฮกเกี้ยน เรียกว่า “หง่อคาขี่” ซึ่งมีความหมายว่า “ทางเดินกว้างห้าฟุต”
นอกจาก "อาเขต" แล้ว อาคารแบบ “โคโลเนียล” ได้มีการนำลวดลายศิลปะตะวันตกโรมัน หรือเรียกว่า “สมัยคลาสสิก” เช่น หน้าต่างวงโค้งเกือกม้า หรือหัวเสาแบบ “ดอร์ริก” หรือ “ไอโอนิก" (แบบม้วนก้นหอย) และ “คอรินเทียน” (แบบมีใบไม้ประดับ) เป็นต้น ซึ่งนักวิชาการบางท่านเรียกสถาปัตยกรรมแบบนี้ว่า “นีโอคลาสสิก" สิ่งที่ผสมผสาน “ศิลปะจีน" หรือนูนสูงทำด้วยปูนปั้นระบายสีของช่างฝีมือจีนประดับอยู่บนโครงสร้างอาคารแบบ “โปรตุเกส” บานประตูหน้าต่าง ตลอดจนการตกแต่งภายในที่มีลักษณะเป็น “ศิลปะแบบจีน”
แต่ผมประทับใจที่สุดคือ “สิงคโปร์” ได้ทำการแก้ไขปัญหา “ตึกแถว” สไตล์ “ชิโน-โปรตุกีส” ที่ได้มีการออกแบบชายคาแบบทันสมัยในลักษณะ “กางร่ม” ขนาดยักษ์ให้กับ “ตึกแถว” โดยใช้โครงสร้างเหล็ก และหลังคาโปร่งแสงทำให้สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวันทั้งคืน โดยกลางวันก็ไม่ร้อน ฝนตกไม่เปียก ถือได้ว่าเป็นงานออกแบบที่ผมยอมรับว่าใช้งานได้ดีเยี่ยม ทำให้อาคาร “ตึกแถว” อายุนับร้อยปีกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ เพราะในปัจจุบัน “ตึกแถว” นอกจากประกอบกิจการค้าขายแล้ว ก็ยังถูกดัดแปลงให้เป็น “เกสต์เฮ้าส์” หรือ “โรงแรมขนาดเล็ก” ประเภท “บูทิคโฮเทล” นับได้ว่ามีเสน่ห์ไม่น้อยเลยทีเดียว เป็นที่ชื่นชมชื่นชอบถูกอกถูกใจบรรดานักเดินทาง โดยเฉพาะ “แบ็กแพ็กเกอร์” หมายถึงนักเดินทางรุ่นหนุ่มสาวที่นิยมแบกเป้เดินทางท่องไปในโลกกว้าง
ลองเอาแนวคิดของการ“กางร่ม” ขนาดยักษ์ ให้กับ “ตึกแถว” มาปรับประยุกต์ใช้ก็น่าจะเป็นประโยชน์ ทั้งยังเป็นการเพิ่มสีสันและเติมเต็มกิจกรรมการค้าและการบริการของ “ตึกแถว” ที่ถูกสร้างขึ้นในยุค “ล่าอาณานิคม” ในสไตล์ “ชิโน-โปรตุกีส” ได้อย่างน่าสนใจยิ่งครับ
.......................................
(หมายเหตุ 'กางร่ม' ขนาดยักษ์ให้ 'ตึกแถว' : คอลัมน์ คลินิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล)



