ไลฟ์สไตล์

'บ้านตากอากาศไม่บาน'ที่'เกาะลิบง'

'บ้านตากอากาศไม่บาน'ที่'เกาะลิบง'

02 ส.ค. 2557

'บ้านตากอากาศไม่บาน' ที่ 'เกาะลิบง' : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว

 
 
          สวัสดีครับแฟนๆ ชาว “บ้านไม่บาน” ในสัปดาห์นี้เพื่อเป็นการเอาใจแฟนๆ ชาวคนรักบ้านทั่วประเทศที่กำลังคิดจะมี "บ้าน" หลังเล็กๆ ยกพื้นสูง (1.20-1.50 เมตร) สักหลัง ซึ่ง “บ้านไม่บาน” รูปแบบนี้สามารถปรับประยุกต์ใช้งานเป็นบ้านพักตากอากาศชายทะเล หรือริมแม่น้ำ หรือ เชิงเขา ก็ไม่ผิดกติกาแต่ประการใด  
 
          “บ้านไม่บาน” ตากอากาศหลังนี้มีที่มาที่ไปมาจากสุภาพสตรีท่านหนึ่งมีที่ดินผืนงาม อยู่ชายทะเล “เกาะลิบง” อำเภอ “กันตัง” จังหวัด “ตรัง” ซึ่งว่ากันว่าเป็นชายทะเลที่สวยที่สุดและยังคงความเป็นธรรมชาติที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ ทำให้ผมต้องใช้เวลาจินตนาการอยู่นานว่า “บ้านตากอากาศไม่บาน” ในฝันควรจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร จึงจะผสมผสานกันอย่างกลมกลืนระหว่างหาดทราย สายลม เกลียวคลื่นกับสองเรา ทั้งยังต้องมีบรรยากาศ “โรแมนติก”  ให้เกียรติกับสภาพแวดล้อม 
 
          โดยที่ผมมักจะเรียกว่าสภาพทาง “ภูมิบ้าน ภูมิเมือง ภูมิสังคม” อันหมายถึงนอกจากสภาพทางภูมิอากาศแบบร้อนชื้นชายทะเลแล้ว ยังต้องคำนึงถึงวิถีการดำรงชีวิตและรูปแบบสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ที่สะท้อน “กลิ่นอาย” ของ “เกาะลิบง” ที่มีชื่อเสียงความงามไปทั่วโลก จะว่าไปแล้วความยากง่ายในการออกแบบ “บ้านตากอากาศไม่บาน” ก็อยู่ตรงนี้แหละครับ จะทำอย่างไร จะเดินก้าวไปข้างหน้าอย่างไรโดยไม่ลืมที่จะหอบหิ้วเอา “ของดีมีอยู่”  ของพื้นถิ่นนั้นไปพร้อมกันด้วย
 
          หากพิจารณาให้ดีจะเห็นรูปแบบโครงหลังคาของ “บ้านตากอากาศไม่บาน” หลังนี้ ผมตั้งใจออกแบบให้เป็นทรง “ปั้นหยา” ตกแต่งด้วยลายฉลุแบบโบราณ อันเป็นเอกลักษณ์ของ “เรือนพื้นถิ่นภาคใต้” และมีการยกพื้นสูงเพื่อให้ระบายอากาศได้ดีและลดปัญหาที่เกิดจากความชื้น และบริเวณที่ยกสูงนี่แหละครับได้รับประโยชน์หลายประการ เช่น เป็นที่วาง  “คอมเพรสเซอร์” เครื่องปรับอากาศ บริเวณใต้ถุนเรือน ซึ่งสามารถลดปัญหาการระบายน้ำ แล้วยังลดปัญหาเรื่องแมลงที่ไม่พึงประสงค์  เช่น มด ปลวก ฯลฯ ตลอดจนลดปัญหาเรื่องสัตว์ที่มีพิษไม่พึงประสงค์ ประเภท งู ตะขาบ ฯลฯ นอกจากนั้น ยังช่วยให้การเซอร์วิสหรือการซ่อมบำรุงระบบท่อต่างๆ ทำได้ง่าย เพราะมีพื้นที่เพียงพอที่ช่างซ่อมบำรุงสามารถเข้าไปทำงานใต้ถุน “บ้านตากอากาศไม่บาน” หลังนี้ได้   
 
          หลังคาทรง “ปั้นหยา” หรือภาษาทางช่าง เรียกว่า “HIP ROOF”  ในการออกแบบทางสถาปัตยกรรมแล้ว ถือว่าเป็นโครงหลังคาที่สมบูรณ์แบบที่สุด เมื่อเผชิญกับสภาวะ “ฝนแปด แดดสี่” ซึ่งหมายถึง สภาพภูมิอากาศ ตลอดทั้งปีต้องเผชิญกับแดดแรงและฝนตกชุก เพราะมีชายคาที่ยื่นยาว ที่พร้อมจะกันแดดคุ้มฝน หรือในกรณีที่จะต้องเผชิญกับแดดที่ร้อนแรงทางทิศตะวันตก อาจจะทำเป็นระแนงไม้ ปลูกไม้เลื้อยประเภท “เทวดาเลี้ยง” (ปลูกง่าย โตไว ตายยาก ) พวก การเวก , กระดังงา  หรือ ม่านบาหลี ก็ไม่ผิดกติกาแต่ประการใด ด้านบนของระแนงอาจจะกรุด้วยวัสดุมุงแบบโปร่งใส ที่เรียกว่า “โพลีคาบอร์เน็ท” ที่แสงผ่านได้แต่น้ำผ่านไม่ได้ ก็ยิ่งดีกับพืชพรรณไม้ เพราะ “คลอโรฟิลล์”  ในสีเขียวของใบไม้ต้องการแดดในการสังเคราะห์แสงและให้ออกซิเจน นำมาซึ่งความสดชื่นกับผู้ที่พักอาศัยใน “บ้านตากอากาศไม่บาน” หลังนี้เป็นอย่างยิ่ง
 
          “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น” มาชื่นชมความงามของ “บ้านตากอากาศไม่บาน” ที่ เกาะลิบง กันครับ สารภาพตามตรงว่า เมื่อผมออกแบบเสร็จก็ถึงกับอึ้ง ทึ่ง ในความงาม แบบ “รักแรกพบ” เลยทีเดียว นอกจากในบางอารมณ์จะรู้สึก “อิจฉาตาร้อน” กับเจ้าของบ้าน ก็ยังนั่งนับวันนับคืนที่จะรอให้สร้างเสร็จจะได้เข้าไปพักใน “บ้านไม่บานตากอากาศ”  หลังนี้ จะได้กินลมชมคลื่นที่ชายหาดแสนสวยระดับตำนาน ณ  “เกาะลิบง”  สักครั้งในชีวิต
 
          เมื่อถึงพร้อมไปด้วยบ้านเรือนงดงาม  ธรรมชาติงดงาม  ผู้คนงดงาม ชีวิตก็คงไม่มีอะไรดีกว่านี้แล้วครับ  และคงไม่ขออะไรหรือต้องการมากไปกว่านี้อีกแล้วครับ   ก็อยากให้แฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน”  ทั่วประเทศ ลองนำเอารูปแบบของ “บ้านตากอากาศไม่บาน” หลังนี้นำไปปรับประยุกต์ใช้ต่อยอดทางความความคิดกันครับ     
 
.......................................
(หมายเหตุ 'บ้านตากอากาศไม่บาน' ที่ 'เกาะลิบง' : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว)