
'เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์กึ่งเกสต์เฮ้าส์ไม่บาน'ณ หัวหิน (1)
02 ส.ค. 2557
'เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์กึ่งเกสต์เฮ้าส์ไม่บาน' ณ หัวหิน (1) : คอลัมน์ ตึกแถวอพาร์ตเมนต์ไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว
สัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอรูปแบบ “เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์กึ่งเกสต์เฮ้าส์ไม่บาน” ที่ “หัวหิน” ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาคงต้องยอมรับนะครับว่า “หัวหิน” ได้พัฒนาเจริญขึ้นอย่างผิดหูผิดตาไปมากกว่าเดิม อาจจะเป็นเพราะ “พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม” ที่ “พ่อหลวง” ได้ทรงแปรพระราชฐาน ณ “พระตำหนักไกลกังวล” ก็เป็นไปได้ครับ
จะว่าไปแล้วบริเวณพื้นที่ที่เรียกว่า “หัวหิน” ในปัจจุบันนั้นจัดได้ว่าเป็นชุมชนเก่าแก่มีประวัติยาวนาน มีเรื่องเล่าขานกันว่าราวปี พ.ศ. 2377 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ “พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว” พื้นที่เกษตรกรรมหลายแห่งของเมือง “เพชรบุรี” แห้งแล้งกันดารมาก จึงได้มีการอพยพย้ายถิ่นฐานมาอยู่บริเวณที่มีหมู่หินกระจัดกระจายอยู่อย่างสวยงาม ทั้งที่ดินก็มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสำหรับการเพาะปลูก ทั้งยังติดชายทะเลเหมาะสำหรับการทำประมง บรรพชนเหล่านี้จึงเป็นเสมือนผู้ที่ลงหลักปักฐานสร้างบ้านแปลงเมืองขึ้นที่ “หัวหิน” ในปัจจุบัน จนกลายเป็นชุมชนที่เรียกกันเริ่มแรกว่า “บ้านแหลมหิน”
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวรฤทธิ์ (ต้นราชสกุล “กฤดากร”) เป็นเจ้านายพระองค์แรกที่สร้างตำหนักหลังใหญ่ชายทะเลด้านใต้ของหมู่หิน (ปัจจุบันอยู่ติดกับโรงแรม “โซฟิเทลฯ”) และประทานชื่อตำหนักว่า “แสนสำราญสุขเวศน์” เพื่อไว้ใช้รับเสด็จเจ้านาย พร้อมกับทรงสร้างเรือนขนาดเล็กใต้ถุนสูงอีกหลายหลัง ซึ่งต่อๆ มาคือ “บังกะโลสุขเวศน์” ทรงขนานนามหาดทรายบริเวณตำหนักและหาดถัดๆ ไปทางใต้เสียใหม่ว่า “หัวหิน” เป็นคนละส่วนกับบ้าน “แหลมหิน” เดิม โดยมีกองหินชายทะเลเป็นที่หมายแบ่งเขต โดยตำแหน่งที่ตั้งของบ้าน “แหลมหิน” ปัจจุบันอยู่บริเวณโรงแรม “โซฟิเทลฯ”
เมื่อวันเวลาผ่านไป ชื่อ “หัวหิน” ก็แผ่คลุมทั้งหาดทั้งตำบลจนขยายเป็นทั้งอำเภอ “หัวหิน” ส่วนที่ดินแปลงที่อยู่ตรงหมู่หินชายทะเลเดิม เป็นของ “สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ” ซึ่งทรงสร้างตำหนักใหญ่ขึ้นสองหลัง คือ “ตำหนักขาว” และ “ตำหนักเทา” ตลอดจนเรือนเล็กตากอากาศอีกหลายหลังในเวลาต่อมา ปัจจุบันคือ “โรงแรมฮิลตัน”
ในช่วงเวลาเดียวกันกับการสร้าง “พระราชวังไกลกังวล” นั้น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน (ต้นราชสกุล “บุรฉัตร”) ก็ได้จัดสร้างตลาด “ฉัตร์ไชย” ขึ้นในที่ดิน “พระคลังข้างที่” โดยออกแบบให้มีหลังคารูปโค้งครึ่งวงกลมต่อเนื่องกัน 7 โค้ง เพื่อสื่อความหมายว่าเป็นการสร้างขึ้นใน “รัชกาลที่ 7” ทั้งตัวอาคารและแผงขายสินค้าเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก สภาพโดยรวมของตลาดโล่งโปร่งอากาศถ่ายเทได้สะดวกและจัดว่าเป็นตลาดที่ถูกสุขลักษณะที่สุดของประเทศในขณะนั้น ซึ่งชื่อตลาด “ฉัตร์ไชย” มาจากพระนามเดิมของพระองค์คือ “พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร” นั่นเอง
ต่อมาตลาด “ฉัตร์ไชย” และ “โรงแรมรถไฟ” หรือ “โฮเต็ลหัวหิน” ก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของชายทะเล “หัวหิน” นับตั้งแต่มีการสร้างทางรถไฟสายใต้แล้วเสร็จ เชื่อมต่อกับ “มาเลเซีย” และ “สิงคโปร์” ก็ยิ่งทำให้ “หัวหิน” กลายเป็นสถานที่พักตากอากาศอันลือชื่อ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศก็นิยมมาพักผ่อนตากอากาศ ว่ายน้ำ ตกปลา และตีกอล์ฟ เนื่องจากมีสนามกอล์ฟ “หัวหินรอยัลกอล์ฟ” ซึ่งจัดเป็นสนามกอล์ฟระดับมาตรฐานสากลแห่งแรกของประเทศอีกด้วย
จากประวัติศาสตร์อันยาวนานของแหล่งที่พักตากอากาศที่น่าประทับใจของ “หัวหิน” ที่ได้ดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางมาเยี่ยมเยียน “หัวหิน” ในปัจจุบันนั้น สามารถทำได้อย่างสะดวกสบายตลอดปี ไม่ว่าจะเดินทางโดยทางรถยนต์ ทางรถไฟ หรือแม้แต่ทางเครื่องบิน ก็มีท่าอากาศยานนานาชาติ “หัวหิน” คงไม่ผิดนะครับว่าถนนทุกสายมุ่งสู่ “หัวหิน” ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ดังนั้น ผมจึงไม่แปลกใจเลยครับว่าทุกครั้งที่มาเยี่ยมเยียน “หัวหิน” ก็ต้องแปลกใจที่ได้พบกับบรรดา ร้านค้า, โรงแรม, รีสอร์ท, คอนโดมิเนียม, อพาร์ตเมนต์ฯลฯ ซึ่งเป็นโครงการใหม่ๆ ผุดขึ้นอยู่ตลอดเวลาเป็นผลให้ที่ดินใน “หัวหิน” มีราคาแพงลิบลิ่ว
เมื่อสถานการณ์โดยรวมคึกคักคึกครื้นเช่นนี้ พอผมได้รับการร้องขอให้ทำการออกแบบ “เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์กึ่งเกสต์เฮ้าส์ไม่บาน” ที่ “หัวหิน” จึงตกลงรับปากจะดำเนินการให้ เพราะผมมั่นใจว่าการลงทุนครั้งนี้อย่างไรเสียก็น่าจะอยู่รอดปลอดภัยและสามารถคืนทุนที่ลงไปได้ในระยะเวลาอันสั้นแน่ ซึ่งในการดำเนินการครั้งนี้ผมได้น้อมนำเอาแนวคิดเศรษฐกิจ “พอเพียง” ของ “พ่อหลวง” นำมาใช้คือ “พอประมาณ” , “มีเหตุผล” ตลอดจน “มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี” และทำงานภายใต้เงื่อนไข “ความรู้” และ “คุณธรรม” โดยตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ “ทำอะไรเกินตัว” และไม่ “เล็งผลเลิศ” เป็นอันขาด
พอได้ทำ “การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ” (FEASIBILITY STUDY) แล้ว กลุ่มเป้าหมายที่ผมสนใจ คือบรรดาผู้คนที่ทำงานใน “หัวหิน” โดยประเมินราคาค่าเช่าของ “อพาร์ตเมนต์” และ “เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์” เดือนละ 4,500 - 7,500 บาท และในกรณีที่พักเป็นรายวันคิดราคาวันละ 750 - 1,500 บาท ซึ่งผมบอกกับเจ้าของโครงการนี้ว่าผมอยากให้เริ่มจากอะไรที่ง่ายๆ สามารถทำได้ก่อน จากนั้นจึงค่อยขยับขยายปรับราคาและการให้บริการที่หลากหลายมากขึ้นในอนาคต เพราะอย่างไรเสียราคาค่าเช่าก็ต้องปรับราคาขึ้นแน่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังจากที่เปิด “AEC” เสรีอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้า และผมเชื่อมั่นในความเป็น “แม่เหล็ก” ของ “หัวหิน” จะสามารถดึงดูดผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้ามาได้อีกมากมายครับ
สัปดาห์นี้มาชื่นชมความงามของ “เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์กึ่งเกสต์เฮ้าส์ไม่บาน” ที่ “หัวหิน” สำหรับผมแล้วเพียงแค่ได้เห็นแบบร่างและได้รับรู้ราคาที่ตั้งไว้ก็ทำให้ยิ่งอยากจะมาพัก อยากมาสัมผัสบรรยากาศของ “หัวหิน” (แต่ไม่อยากจ่ายมากจนเกินไป) ซึ่งอาคารหลังนี้จัดได้ว่าเป็นประเภท “อพาร์ตเมนต์ +บูทิคโฮเทลไม่บาน” ในสไตล์ “อกาลิโก+ไฮโซ+โลว์คอส” อย่างแท้จริง ก็เป็นที่ชื่นมื่นของทั้งผู้ออกแบบและของเจ้าของ
สาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้เพียงแค่นี้ ท่านที่สนใจ “เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์กึ่งเกสต์เฮ้าส์ไม่บาน” ที่ “หัวหิน” เข้าไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.homeloverthai.com หรือมีข้อสงสัยประการใดก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ 081-4218323 ครับ
.......................................
(หมายเหตุ 'เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์กึ่งเกสต์เฮ้าส์ไม่บาน' ณ หัวหิน (1) : คอลัมน์ ตึกแถวอพาร์ตเมนต์ไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว)



