ไลฟ์สไตล์

เบื้องหลังเทศกาล 'ของดีศรีสะเกษ'

เบื้องหลังเทศกาล 'ของดีศรีสะเกษ'

31 ก.ค. 2557

หนักเอาเบาสู้ : เบื้องหลังเทศกาล 'ของดีศรีสะเกษ' กว่าจะถึงวันนี้ 'รพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 
                           ย้อนไปเมื่อ 30 ปีที่แล้วมีข้าราชการตัวเล็กๆ เพิ่งบรรจุใหม่ในสำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ผู้มีความมุ่งมั่นตั้งใจรับใช้แผ่นดินเกิด หวังขจัดปัดเป่าความยากจนให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายขอบให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยการเปลี่ยนวิถีเกษตรให้ชาวบ้านหันมาปลูกไม้ผลแทนทำไร่มันสำปะหลัง ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จนประสบผลสำเร็จและได้สร้างชื่อเสียงให้จังหวัดในทุกวันนี้  
 
                           สำหรับ "รพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์" ข้าราชการในสังกัดสำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ดีกรีปริญญาโทสาขาส่งเสริมและนิเทศศาสตร์เกษตร ม.เกษตรฯ ที่ปัจจุบันรั้งตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ ในฐานะข้าราชการกลุ่มแรกๆ ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพไม้ผลให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ ตามนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ในการปรับโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตรในขณะนั้น โดยเริ่มจากอ.กันทรลักษ์ ขยายผลมายัง อ.ขุนหาญ ก่อนมีการปลูกกันเกือบทุกอำเภอของจ.ศรีสะเกษในปัจจุบัน
 
                           "เมื่อก่อนชาวบ้านส่วนใหญ่จะมีอาชีพทำนา ปลูกข้าวโพด ทำไร่มัน แต่ปัจจุบันก็ได้หันมาทำสวนผลไม้กันมากขึ้น เพราะทำรายได้ดีกว่า ส่วนใหญ่จะเป็นเงาะและทุเรียน แล้วก็มีลองกอง ลำไยประปราย รสชาติก็ไม่เหมือนที่อื่นนะ อย่างหมอนทองก็จะหวานออกมันนะ ไม่หวานมากเหมือนทางภาคตะวันออกหรือภาคใต้ "
 
                           ทว่ากว่าจะถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดของชาวบ้านให้หันมาปลูกไม้ผล เนื่องจากชาวบ้านยังไม่มีประสบการณ์และความชำนาญในการบริหารจัดการสวน หากแต่รพีทัศน์ก็ไม่ย่อท้อ พยายามส่งเสริมให้ชาวบ้านได้เรียนรู้จากของจริง โดยเริ่มจากการพาชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ ที่สนใจมาดูงานการทำสวนทุเรียนที่จ.นนทบุรี ครั้งแรกในปี 2537 ทำให้ชาวบ้านเริ่มเข้าใจและได้นำความรู้มาทดลองปฏิบัติจริง
 
                           จากนั้นก็ได้เชิญเกษตรกรชาวสวนทุเรียนที่ประสบความสำเร็จจ.นนทบุรีอย่าง ป้าไสว ทัศนียเวช ไปถ่ายทอดองค์ความรู้การจัดการสวนทุเรียนให้แก่เกษตรกรที่สนใจอยู่หลายครั้ง จนเริ่มเห็นผล ทำให้ชาวบ้านให้ความสนใจหันมาปลูกไม้ผลกันมากขึ้น ปัจจุบันจ.ศรีสะเกษมีพื้นที่ปลูกทุเรียนประมาณ 2,000 ไร่ เงาะ  2,000 ไร่ นอกจากนี้ยังมังคุด ลองกอง และลำไย อีกประมาณพันกว่าไร่ โดยมีแหล่งปลูกหลักอยู่ในพื้นที่อ.กันทรลักษ์และอ.ขุนหาญ
 
                           ไม่เพียงการส่งเสริมการปลูกเท่านั้น หากแต่เขาก็ได้วางแผนการตลาดเพื่อรองรับผลผลิตที่จะออกมาด้วย โดยร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวสวนผลไม้ไปตามสวนต่างๆ ของเกษตรกร โดยใช้สโลแกน "อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน" เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2538 ก่อนททท.จะมีการใช้สโลแกนนี้มาจนปัจจุบัน
 
                           "ปี 37 เราจัดงานเทศกาลผลไม้ของดีศรีสะเกษเป็นครั้งแรกที่อ.กันทรลักษ์ พอปีต่อมาจัดที่อ.ขุนหาญ ปีนี้มีททท.เข้ามาร่วมด้วย เพราะสองอำเภอนี้เป็นแหล่งปลูกผลไม้มากที่สุด จากนั้นปี 43 ก็มาจัดที่จังหวัด เป็นงานใหญ่และกลายเป็นงานเทศกาลประจำปีของจังหวัดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน" รพีทัศน์กล่าวอย่างภูมิใจ พร้อมกับเชิญชวนผู้สนใจมาลองลิ้มรสชาติผลไม้เมืองดอกลำดวนในงานเทศกาล "เงาะ-ทุเรียน และของดีศรีสะเกษ 57" จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-14 สิงหาคมนี้ ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ  สนใจสอบถามรายละเอียดโทร.08-7444-4908
 
 
 
 
 
 
-------------------------------
 
(หนักเอาเบาสู้ : เบื้องหลังเทศกาล 'ของดีศรีสะเกษ' กว่าจะถึงวันนี้ 'รพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)