ไลฟ์สไตล์

ความบังเอิญ-ชะตากรรมสู่งานศิลป์

ความบังเอิญ-ชะตากรรมสู่งานศิลป์

31 ก.ค. 2557

ศิลปวัฒนธรรม : ความบังเอิญ-ชะตากรรมสู่งานศิลป์

 
                    ความบังเอิญและชะตากรรม มักจะนำพามนุษย์ไปพบเจอสิ่งที่ไม่คาดคิด แน่นอนว่าย่อมมีทั้งดีและร้าย ในเส้นทางสายศิลป์ของ "ติ้ว" วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ ผู้มั่งคั่งในเรื่องงานปั้น ก็มีบ่อยครั้งที่เขาได้พบกับสองสิ่งที่ว่ามานั้น ทว่ายิ่งนานวันเข้า ยิ่งกลับทำให้เขาได้เห็นถึงความงดงามซึ่งส่งผ่านมาจากความบังเอิญและชะตากรรม และนิทรรศการแสดงภาพถ่าย-เซรามิก "บุรีอุ้ม (Burium)" ในครั้งนี้ของหนุ่มช่างปั้นแห่งเมืองโอ่ง เขานำมาถ่ายทอดให้ได้สัมผัส...
 
                    ภายใน RMA แกลเลอรี่ "ติ้ว" วศินบุรี ไขข้อกังขาว่าทำไมต้องเป็น "บุรีอุ้ม" ซึ่งเป็นการผูกคำระหว่างชื่อเดิมของตัวเองที่อากงเป็นคนตั้งให้ บุรี (Buri) + อุ้ม (Arium) อ่านตามสำเนียงเยอรมัน แปลว่า ภาชนะ หรือ ห้องสำหรับบางสิ่ง
 
                    "บุรีอุ้ม คือ อาณาจักรในหัวของผมที่พยายามสร้างออกมาให้เป็นจริง อาจจะเป็นวังวน หมกหมุ่น หรือ ไร้สาระ แต่เป็นสิ่งที่ผมเห็นและสัมผัสได้ ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขที่ว่าต้องทำอะไร ไม่มีกรอบ กติกา ข้อบังคับ ซึ่งทำให้ผมรู้สึกว่างานที่ผ่านๆ มันใช่ความสุขของตัวเองหรือตัวตนของตัวเองหรือเปล่า เราสนุกกับมันหรือเปล่า ดังนั้นจึงเป็นที่มาของชื่อนิทรรศการครั้งนี้ว่า บุรีอุ้ม  คือพื้นที่ที่ผมสามารถเล่นกับมันได้ทุกอย่าง เป็นความรู้สึกล้วนๆ โดยผลงานที่นำมาจัดแสดงครั้งนี้แบ่งเป็น งานเซรามิก ได้แก่ แจกันดอกเหมย บ้านบุรี โกลเด้น ด็อก และ เลโก้แลนด์ ส่วนงานภาพถ่ายมีชื่อว่า มัด (MUD)" วศินบุรีเกริ่นถึงภาพรวม
 
                    ความบังเอิญ และ ผลที่อาจเป็น "ตัวแปร" ให้ชีวิตเรา เป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองด้วยตาเปล่าได้ แต่ถ้าเราสามารถเชิญความบังเอิญมาทำงานกับเราได้ ผลที่ได้จะออกมาเป็นเช่นไร "ติ้ว" วศินบุรี ถ่ายทอดถึงแรงบันดาลใจของการทำงานเซรามิกในครั้งนี้
 
                    "หลายคนมองในเรื่องเหตุผลแค่ ดิน น้ำลม ไฟ คือวัตถุดิบที่ทำให้ให้เกิดเซรามิกขึ้นมา แต่โดยส่วนตัวผมซึ่งมองวัสดุนี้มาตั้งนานแล้วว่า มีเหตุผลที่ห้าเข้าไปเกี่ยวข้องทำให้วัสดุนี้มีส่วนแตกต่างจากวัสดุประเภท อื่นๆ นั่นคือ ชะตากรรมและความบังเอิญ เพราะฉะนั้นไอ้ชะตากรรมหรือความบังเอิญนั้น เราไม่สามารถควบคุมได้ เห็น จับต้องได้ แต่ถ้าเราจะสร้างรูปธรรมให้จับต้องได้ขึ้นมา ก็เลยเอาดินที่ปกติเผาใน อุณหภูมิ 1,100 องศาเซลเซียส แต่มาเผาที่ด้วยองศาที่เกินขอบเขตความพอดีของมัน แล้วระหว่างนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเตา หลังจากที่มนุษย์เราตระเตรียมไว้หมดแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้นเราเรียกว่า ความบังเอิญ หรือ ชะตากรรม ไม่ว่าจะเป็นการบิดเบี้ยวของรูปทรง การหลอมละลายของรูปทรง มันเกิดอะไร  และพอถึงช่วงหมดเขตของเวลา มันจะเกิดการฟรีชตัวของรูปทรง เราก็จะได้ผลของการทำงานร่วมกัน ระหว่างคนกับชะตากรรมที่เราพยายามควบคุม ที่เป็นความตั้งใจให้เกิดความบังเอิญ" เจนสามของโรงงานเถ้าฮงไถ่ เล่า
 
                    อีกหนึ่งงานเซรามิกในรูปแบบ "เลโก้" ศิลปินศิลปาธร เล่าว่าเปรียบเสมือนการบันทึก การทดลองของการเปลี่ยนแปลงทางความคิด สมมุติว่า เรามีเลโก้อยู่ 10 ก้อนวันนี้เราอาจจะต่อเป็นรถ ถัดมาอีกเดือนมุมมองเปลี่ยนไป ความชอบเปลี่ยนไป  ประสบการณ์อาจจะมากขึ้น เราอาจจะไม่ชอบรถแล้วแต่เปลี่ยนมาชอบบ้าน ชอบคอนโดมีเนียม นี่คือเงื่อนไข เดียวกัน กรอบเดียวกัน เพียงแต่ว่านี้คือ บททดสอบการเปลี่ยนไปทางความคิดของตัวเอง
 
                    สำหรับผลงานภาพถ่ายชุดสาดโคลน "มัด" ศิลปินหนุ่ม ย้ำว่าเป็นคอนเซ็ปต์เดียวกัน คือความพยายามควบคุมบางอย่าง เช่น การกำหนดเรื่องทิศทางการสาดดิน  แต่ผลที่จะเกิดขึ้นเราไม่สามารถควบคุมได้ แต่การสาดดินจะมีนัยบางสิ่งบางอย่างที่แฝงอยู่ ดังจะเห็นได้ว่า เป็นรูปลืมตาและหลับตา รูปหลับตามันคล้ายๆ กับว่าบางครั้งเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้างหน้า เหมือนไม่รู้อนาคตแต่อาจจะมีบางสิ่งบางอย่างเข้ามากระทบ บั่นทอนหรือกระตุ้นอารมณ์ ซึ่งตรงนี้ไม่ได้หมายความว่า มันจะดีหรือไม่ดี แต่หมายความว่าเราต้องพร้อมที่จะเรียนรู้ พร้อมที่จะรู้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างจะเกิดขึ้นกับเรา อยู่แล้ว แม้กระทั่งภาพลืมตาก็เป็นตัวแทนของบางสิ่งบางอย่างที่จะเข้ามาหาเรา เข้ามาในชีวิตเรา แค่เรามี สติที่จะเผชิญกับมัน
 
                    นิทรรศการแสดงภาพถ่ายและผลงานเซรามิก "บุรีอุ้ม" จัดแสดงแล้วตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 7 กันยายน  ตั้งแต่เวลา 09.30-19.00 น. ณ RMA ณ institute สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0-2663-203