ไลฟ์สไตล์

อีก3ปี'ธัญบุรี'รั้งที่3ม.วิทย์-เทคโน

อีก3ปี'ธัญบุรี'รั้งที่3ม.วิทย์-เทคโน

28 ก.ค. 2557

อีก3ปี'ธัญบุรี'รั้งที่3ม.วิทย์-เทคโน : เปิดวิสัยทัศน์ รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการ มทร.ธัญบุรี โดยหทัยรัตน์ ดีประเสริฐ

                "การขับเคลื่อนของ มทร.ธัญบุรี ต่อจากนี้ไปอีก 3 ปี ตั้งใจว่าจะนำพา มทร.ธัญบุรี ให้แทรกเข้าไปอยู่ในอันดับ 3 ของมหาวิทยาลัยเฉพาะทางที่เปิดสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับการยอมรับในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน โดยเน้นการจัดทำสมรรถนะตามมาตรฐานของอาเซียน ขณะนี้ได้ปรับปรุงหลักสูตรใหม่ 58 หลักสูตร มุ่งเน้นการเรียนการสอนที่เน้นสมรรถนะและมีการทดสอบสมรรถนะก่อนจบเพื่อออกประกาศนียบัตรสมรรถนะให้ด้วย ซึ่งจะนำไปใช้ในการเรียนต่อหรือทำงานได้" รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ" อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

                รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าวว่า  เป้าหมายการพัฒนามหาวิทยาลัยให้เป็นแหล่งผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะต้องมีงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ลงสู่ชุมชนและภาคอุตสาหกรรม ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือพัฒนาหลักสูตรร่วมกับภาคอุตสาหกรรมให้บัณฑิตมีสมรรถนะตามกรอบมาตรฐานวิชาชีพที่ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมและตลาดอาเซียน พร้อมกับทุกหลักสูตรต้องมีความร่วมมือของภาคอุตสาหกรรมและมหาวิทยาลัยในต่างประเทศที่เน้นปฏิบัติเพื่อให้นักศึกษาไปฝึกงานเพื่อเพิ่มทักษะทางภาษาและเรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลาย

                การเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่จะฟังครูสอนอย่างเดียว แต่นักศึกษาจะต้องเรียนรู้การเรียน (Learn how to Learn) เพื่อศึกษาได้ด้วยตนเองโดยต้องมีสื่อหรือเอกสาร เป็นอีบุ๊ก หรืออีเลิร์นนิ่ง และห้องสมุด ให้นักศึกษาได้เรียนรู้นอกห้องเรียนมากขึ้น ตลอดจนให้นักศึกษาทำสิ่งประดิษฐ์มาส่งครูแต่ใช้เวลานอกห้องเรียน เช่น การใช้ห้องปฏิบัติการ และครูจะใช้การสอนในห้องเรียนไม่มาก แต่จะให้นักศึกษาไปเรียนรู้นอกห้องเรียนมากยิ่งขึ้น มหาวิทยาลัยจะต้องจัดระบบสื่อออนไลน์ที่ทันสมัย จัดห้องสมุดที่น่านั่ง เพื่อให้นักศึกษามาใช้ศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเอง ซึ่งเปิดถึงเที่ยงคืน มีไว-ไฟให้ใช้ฟรี โดยเฉพาะการเปิดห้องปฏิบัติการพื้นฐานตลอดเวลาของทุกภาควิชา

                นอกจากนี้ ยังปรับการเรียนการสอนให้มีเนื้อหาของการ "ปฏิบัติ" สายวิทยาศาสตร์เน้นเวลาเรียนปฏิบัติ 70% ทฤษฎี 30% ส่วนสายสังคมเน้นการเรียนปฏิบัติ 60% ทฤษฎี 40% ปรับการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน จากเดิมที่เน้นเรียนไวยากรณ์ ให้มาเน้นการสอนด้านทักษะการฟังและการพูดมากขึ้น สร้างเครือข่ายกับสถาบันการศึกษาต่างประเทศ เพื่อทำโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษากันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บัณฑิตมีสมรรถนะตรงตามที่ตลาดต้องการมากที่สุด

                ด้วยการสร้าง "บัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพ" ซึ่งมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่นำไปปฏิบัติได้จริง แต่มีอีกประการหนึ่งที่มีความจำเป็นสำหรับบัณฑิตนักปฏิบัติมากที่สุดคือ ทักษะทางสังคม (Soft Skill) ที่สามารถคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น มีความรับผิดชอบ มีภาวะการเป็นผู้นำ มีจิตสาธารณะ ปรับตัวเข้ากับสังคมที่แตกต่างได้ง่าย ซึ่งทุกวันนี้ ตลาดแรงงานไม่ได้ต้องการแค่ "เด็กเก่ง" แต่ต้องการ "เด็กดี" ที่มีความรับผิดชอบและมีจิตสำนึกที่ดีด้วย โดยมหาวิทยาลัยจัดทำสมุดบันทึกความดีที่บันทึกประมาณ 12 กิจกรรมที่เข้าร่วมจนกว่าจะสำเร็จการศึกษา

                ขณะเดียวกัน ต้องพัฒนาอาจารย์ผู้สอนซึ่งมีอยู่ประมาณ 1,000 คน ให้ทุกคนมีโอกาสก้าวหน้าในสายงาน โดยเน้นนโยบายให้อาจารย์ 1 คน ทำวิจัย 1 เรื่อง ใน 1 ปี และให้มีตำราของตนเอง 1 เล่ม กรณีอาจารย์ที่มาใหม่เรากำหนดให้ทำผลงานวิจัย และผลงานวิชาการ (ผศ.) ภายใน 3-5 ปี และให้ทำงานในสถานประกอบการเพื่อสร้างประสบการณ์หรือทักษะทางอุตสาหกรรมทุกคน

                การทำผลงานวิจัยจะทำให้อาจารย์มีความรู้ มาถ่ายทอดให้นักศึกษาเพราะการเรียนการสอนในปัจจุบันโดยเฉพาะสายวิศวกรรมหรือวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี นักศึกษาต้องแสวงหาความรู้นอกห้องเรียนมากกว่าในห้องเรียนไม่ว่าจะจากการฝึกงานหรือจากประสบการณ์ของอาจารย์ แนวคิดอาจารย์ 1 คน 1 ผลงานวิจัยจะทำให้ได้องค์ความรู้เพิ่มขึ้น ซึ่งเชื่อว่าภายใน 3 ปีที่เหลือ จะทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นอันดับ 3 ของมหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าว

                เมื่อปรับหลักสูตรเน้นปฏิบัติ อาจารย์ผู้สอนมีผลงานวิจัย องค์ความรู้ใหม่ๆ เชื่อว่าบัณฑิตที่จบออกไปจะมีทั้งสมรรถนะทางวิชาการ ภาษาอังกฤษ เทคโนโลยี และทักษะทางสังคม (Soft Skill) คือ คิดเป็น แก้ปัญหาเป็น มีความรับผิดชอบ มีภาวะการเป็นผู้นำ มีจิตสาธารณะ ปรับตัวเข้ากับสังคมที่แตกต่างได้ง่ายด้วย และเป็นบัณฑิตนักปฏิบัติทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ตามความต้องการของตลาดแรงงานได้ในที่สุด