ไลฟ์สไตล์

สธ.ชี้'โรคเนื้อเน่า'ตาย-พิการสูง

สธ.ชี้'โรคเนื้อเน่า'ตาย-พิการสูง

25 ก.ค. 2557

สธ.เตือนภัยโรคเนื้อเน่า เหตุจากติดเชื้ออย่างรุนแรงที่ผิวหนัง มีอัตราตาย-พิการสูง ส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา ย้ำเตือนผู้มีความเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน ไตวาย มะเร็ง

 
                            25 ก.ค. 57  นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรคที่ปรากฏเป็นข่าวดังกล่าวทางการแพทย์เรียกว่า เนคโครไทซิ่ง แฟสซิไอติส หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า โรคเนื้อเน่า จัดเป็นโรคติดเชื้อที่ผิวหนังและชั้นไขมันใต้ผิวหนังอย่างรุนแรง มีอัตราตายและพิการสูง พบมากที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มักพบในเกษตรกร ที่ทำไร่ทำนา ทำให้มีโอกาสเกิดบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ และสัมผัสกับเชื้อโรคที่อยู่ในดิน หรือในน้ำได้ง่าย 
 
                            "แต่ละปีจะพบผู้ป่วยประมาณ 100-200 ราย อัตราตายร้อยละ 9-64 ขึ้นอยู่กับระยะเวลา กลุ่มประชาชนที่มีความเสี่ยงเกิดโรคเนื้อเน่า ได้แก่ ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำหรือเป็นโรคเกี่ยวกับเส้นเลือด เช่น เบาหวาน ไตวาย มะเร็งที่อยู่ระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัด ผู้สูงอายุ คนอ้วน ผู้ที่กินยาสเตียรอยด์หรือยาชุด ผู้ที่ดื่มเหล้าเป็นประจำ เป็นต้น ต้องระวังดูแลรักษาแผลให้สะอาดเพื่อไม่ให้แผลติดเชื้อลุกลามเป็นโรคเนื้อเน่า"
 
                            ด้าน นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคเนื้อเน่า ส่วนใหญ่จะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง เกือบครึ่งหนึ่งเกิดที่บริเวณขา รองลงมาเป็นเท้า เนื่องจากต้องเดินลุยดงหญ้า นาข้าว ย่ำโคลน จึงเกิดแผลเล็กๆ ที่ไม่ได้รับความสนใจทำความสะอาด เมื่อเชื้อโรคที่พบในดินในน้ำทั่วๆ ไปเข้าไปในแผล จะทำให้เกิดการอักเสบ ลุกลามได้ง่าย รายที่รุนแรงที่สุดคือเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด ภาวะไตวาย และช็อก เสียชีวิตในที่สุด จึงต้องระมัดระวังหากมีบาดแผลขอให้หลีกเลี่ยงการลุยน้ำ และทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาด ฟอกสบู่ และใส่ยาฆ่าเชื้อ เช่น โพรวิดีน ระวังอย่าให้มีสิ่งสกปรกเข้าไปในบาดแผล โดยเฉพาะบาดแผลที่เกิดจากวัสดุที่สกปรก เช่น ตะปู หนาม ไม้ที่อยู่ในน้ำทิ่มแทง ควรรีบไปพบแพทย์หรือสถานพยาบาลใกล้บ้าน
 
                            "ควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยกินอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น ไข่ ปลา เนื้อสัตว์ต่างๆ และผักผลไม้ เพื่อช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น หลังเสร็จภารกิจการทำงานในไร่นา หรือหาปลา ให้รีบอาบน้ำชำระล้างร่างกายทันที และไม่ควรกินยาชุดหรือซื้อยาลูกกลอน ยาแก้ปวดเมื่อยกินเป็นประจำ เนื่องจากอาจมีสารสเตียรอยด์ผสมอยู่ ซึ่งจะไปกดภูมิต้านทานของร่างกาย ทำให้ติดเชื้อง่าย ไตวายได้"