ไลฟ์สไตล์

กินอย่างมีศิลป์ ที่ 'ติ่น ไท่ ฟง'

กินอย่างมีศิลป์ ที่ 'ติ่น ไท่ ฟง'

27 ก.ค. 2557

ชวนชิม : กินอย่างมีศิลป์ ที่ 'ติ่น ไท่ ฟง'

 
                            มีไม่น้อยเลยที่อาหารเด่นดังของร้าน จะกลายเป็นสัญลักษณ์ให้คนกินรู้จักมากกว่าชื่อร้านเสียอีก อย่างเวลาพูดถึง "เสี่ยวหลงเปา" ที่ดังกระฉ่อนจนขาประจำขาจรคุ้นเคย อดไม่ได้ที่จะต้องนึกถึง "ติ่น ไท่ ฟง" ร้านอาหารจีนสัญชาติไตหวันที่ออกลูกออกหลานขยายสาขาไปทั่วโลก จนวันหนึ่งทนเสียงเรียกร้องของคนไทยไม่ไหวเลยตัดสินใจปักหมุดใจกลางย่านช็อปปิ้งของกรุงเทพฯ บนชั้น 2 ห้างเซ็นทรัล เอมบาสซี่ มื้อนี้จึงขออาสาพาไปชิมของเด่นดังที่ว่า พร้อมๆ กับทำความรู้จักร้านให้มากขึ้นอีกสำหรับใครที่ยังไม่เคยแวะ
 
                            เท่าที่สืบรู้คร่าวๆ ร้านนี้อายุอานามมากว่า 40 ปีแล้ว แน่นอนว่ามีเสี่ยวหลงเปาและซุปไก่ตุ๋นเป็นอาหารยอดนิยม ด้วยความที่พยายามรักษามาตรฐานอย่างเดียวกันทั่วโลก จึงตั้งธงว่าต้องใช้วัตถุดิบที่ผ่านการคัดสรรอย่างดี และมีเทคนิคการทำอาหารที่น่าสนใจ ประกอบกับสไตล์การปรุงที่เรียบง่ายเน้นสุขภาพเป็นสำคัญ โดยใช้น้ำมันและไขมันน้อยกว่าอาหารจีนดั้งเดิมตามประเพณี ซึ่งวิธีการปรุงอาหารนี้เองจึงได้ใจเหล่านักชิมที่ไม่เพียงแค่อยากลิ้มรสชาติ แต่ต้องการความสุนทรีย์ในรูปลักษณ์ด้วย 
 
                            เอาง่ายๆ เสี่ยวหลงเปาพระเอกที่ใช้เรียกลูกค้า แต่ละชิ้นยังคงลักษณะ 18 รอยจีบไว้เช่นเดิม จนวันนี้ได้กลายเป็นเอกลักษณ์ของร้านไปแล้วอย่างที่บอก เพราะคนที่จะปั้นได้เป๊ะขนาดนี้ต้องผ่านการฝึกฝนมาแล้วอย่างน้อย 2 ปี เพื่อให้มีประสบการณ์สูงพอที่จะทำอาหารรสชาติละเอียดอ่อน ใครเคยแวะมาทานแล้วก็จะเห็นภาพการทำงานของเชฟผ่านกระจกใสหน้าร้าน ยืนดูกันให้รู้ไปเลยว่าจำนวนจีบของเสี่ยวหลงเปาที่เขาเน้นนักหนามีวิธีทำอย่างไร พอนึ่งจนสุกออกมา คนกินก็ต้องมีศิลปะด้วยนะ คือพนักงานยกเข่งใบใหญ่มาแล้วเปิดฝาออกไอร้อนๆ ก็พุ่งออกมา ใครจะคีบกินเลยก็ไม่ว่ากันเพราะปรุงชาติกลมกล่อมอยู่แล้ว แต่ศิลปะอย่างที่บอกอยู่ที่เขาเสิร์ฟมาพร้อมจิ๊กโฉ่และขิงซอย ให้คีบเสี่ยวหลงเปาวางบนช้อน จากนั้นใช้ตะเกียบเจาะรูให้ซุปไหลออกมา ชิมซุป แล้วคีบขิงซอยมาวาง แนะนำให้ทานตอนร้อนจัดๆ จะได้รสอร่อยของแป้ง ไส้ และซุปเน้นๆ 
 
                            นอกจากของอร่อยชื่อดังแล้ว เวลาไปเปิดสาขาในแต่ละประเทศเขาก็มักครีเอจอาหารจีนกลิ่นอายท้องถิ่นนั้นๆ อย่างเมืองไทยชอบรสจัด ก็มีเสี่ยวหลงเปาไส้เห็ดรวมที่ทำจาก เห็ดนางรม, เห็ดหอมสด, เห็ดเป๋าฮื้อ, เห็ดออริจิขาว, เห็ดออริจิดำ, เห็ดโคนญี่ปุ่น, ใส่กลิ่นเห็ดทรัฟเฟิล รสลงตัว หรืออย่างของกินเล่น "ยำแมงกะพรุน" ขายดีทุกสาขา รสออกเปรี้ยวมัน สาวๆ กลัวอ้วนน่าจะชอบ อีกจานอารมณ์ลูกผสม "พริกเขียวยัดไส้หมูสับ" คล้ายๆ พริกยัดไส้ของข้าวแช่แต่ตัวไส้เขาปรุงรสจัดจ้านกว่ากินเล่นๆ เพลินดี 
 
                            ถ้ามองหาอะไรที่กินอยู่ท้องเป็นเรื่องเป็นราว อยากให้ลอง "ปีกไก่อบหม้อดินสไตล์ไตหวัน" เขาคิดสูตรมาใหม่ได้เดือนกว่าๆ แล้วก็ขายเฉพาะที่สาขาเอ็มบาสซี่ด้วย ใส่ซอสที่เรียกว่า "ซอส 3 ถ้วย" รสเค็ม หวาน และเผ็ดนิดหน่อย "บะหมี่เนื้อตุ๋น" ไตหวันเด่นเรื่องตุ๋นอยู่แล้วเพราะเป็นเมืองหนาวต้องกินอะไรอุ่นๆ แทบทุกมื้อ เนื้อตุ๋นสูตรพิเศษเปื่อยกำลังดี ส่วนบะหมี่ทำสดจากในครัว พอมาผสมซุปหอมๆ ด้วยเครื่องยาจีนเข้ากันมาก สำหรับสมาคมนิยมผักก็มี "เต้าเหมี่ยวผัดกุ้งสด" ให้เอร็ดอร่อย ยอดผักอ่อนๆ ผัดน้ำซุปแทนน้ำมันเร็วๆ 2-3 นาที จึงคงความกรอบไว้ทุกยอด ที่สำคัญลืมความมันแบบอาหารจีนไปเลย ส่วนของหวานต้องลอง "สาหร่ายปะการังตุ๋นกับสาลี่และพุทราแดง" เป็นของเรียกความสดชื่น สาหร่ายกรุบกรอบตุ๋นกับน้ำตาลกรวดและสาลี่หอมพุทราแดงกว่า1 ชั่วโมงรสไม่หวานจัดทานแล้วเข้ากัน เหมาะกับอากาศร้อนๆ  ชิมแล้วชื่นใจ และล้างคาวปากอยู่หมัด 
 
                            อารมณ์อาหารจีนร้านนี้ไม่จีนจ๋า แต่ออกแนวประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย ถ้าสนใจก็แวะเวียนไปลองกันได้ อยากรู้อะไรเพิ่มเติมโทรศัพท์ไปถามได้ที่เบอร์ 0-2160-5918