ไลฟ์สไตล์

นักวิจัยฟันธง'พลังงาน-น้ำ'ปัญหาใหญ่ของอาเซียน

นักวิจัยฟันธง'พลังงาน-น้ำ'ปัญหาใหญ่ของอาเซียน

25 ก.ค. 2557

นักวิจัยฟันธง'พลังงาน-น้ำ'ปัญหาใหญ่ของอาเซียน สกว.เปิดโลกทัศน์ความสัมพันธ์ไทยกับอาเซียนภาคพื้นทวีป แนะสื่อเปิดวิสัยทัศน์ขยายฐานความรู้

                25กรกฎาคม ศ. นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นประธานเปิดการสัมมนาวิชาการเรื่อง “เปิดโลกทัศน์ความสัมพันธ์ไทยกับอาเซียนภาคพื้นทวีป: ผลประโยชน์ร่วมบนวิถีมิตรภาพและความขัดแย้ง” เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งจัดโดยสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้การสนับสนุนของ สกว. เพื่อทบทวนสถานภาพความสัมพันธ์ของไทยกับเพื่อนบ้าน การพึ่งพิงกัน ประโยชน์ร่วมกัน ความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ประเด็นขัดแย้ง รวมทั้งการรับรู้และความเข้าใจระหว่างกันในลักษณะรู้เขารู้เรา เพื่อเป็น “แผนที่นำทาง” สำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันต่อไป โดยมีนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญรายประเทศจากสถาบันเอเชียศึกษาเป็นวิทยากร

                ผู้อำนวยการ สกว. ระบุว่ามิติวัฒนธรรมเป็นอีกหนึ่งมิติสำคัญนอกเหนือจากมิติเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดองค์ความรู้อย่างรอบด้าน สกว.จึงมุ่งหวังให้เกิดการแก้ปัญหาของประเทศที่ยังต้องพึ่งพิงประเทศเพื่อนบ้านในหลายมิติ อันจะนำไปสู่บทสรุปในการทำงานกับประเทศเพื่อนบ้านได้ดียิ่งขึ้นในมิติการทำงานอย่างมีส่วนร่วม เป็นหุ้นส่วนของวัฒนธรรม เศรษฐกิจ ความสัมพันธ์และการพัฒนา ด้วยความเท่าเทียมกันในทุกด้าน เพื่อนำไปสู่ความสัมพันธ์อันดีและการพัฒนาภูมิภาคอย่างยั่งยืน

                ทั้งนี้ สกว.ได้มองเห็นความสำคัญของประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะประเทศที่อยู่ติดกับไทย สืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอย่างมากหลังการรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนจนถึงปัจจุบัน จากนี้ไปต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อนำมาสู่การพัฒนาและสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจและปรับเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้าน ยุทธศาสตร์ของ สกว. จึงกำหนดให้มีการทำวิจัยเชิงประเด็นเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านให้เข้มข้นมากขึ้นเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์และเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างแท้จริง

                ด้าน รศ. ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษา กล่าวว่า โลกไร้พรมแดนเกิดสื่อต่างๆที่เผยแพร่ไปสู่การรับรู้ที่หลากหลายของประเทศเพื่อนบ้านมากกว่าการที่รัฐเป็นผู้กำหนด จึงนำมาสู่งานวิจัยในกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียต่อการรับรู้ของประเทศไทย ผลงานที่นำเสนอในครั้งนี้คือผลึกอันเกิดจาการนำองค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยทั้งหมดมาประมวลรวมกัน และเปิดประเด็นให้เกิดความรู้ความเข้าใจในประเทศเพื่อนบ้านมากกว่าการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพราะเป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศอาเซียน องค์ความรู้ที่จะแบ่งปันหรือนำไปประยุกต์ใช้ในการกำหนดนโยบาย เปิดโลกประชคมอาเซียนในมิติใหม่ที่ไม่ใช่เพียงเสาหลักด้านเศรษฐกิจ แต่เป็นองค์รวมในภาพกว้างว่าชาติสมาชิกคิดกับประเทศของเราอย่างไร มีมิติเบื้องลึกทางประวัติศาสตร์ สังคม วรรณกรรม อันจะนำไปสู่การเข้าใจสังคมมนุษย์มากกขึ้น ซึ่งถือเป็นพันธกิจของสถาบันฯ ในการทำงานวิจัยนี้

                สำหรับการบรรยายเรื่อง “ความสัมพันธ์ไทยกับเพื่อนบ้าน: ผลประโยชน์ร่วมบนวิถีมิตรภาพและความขัดแย้ง” รศ. ดร.สุเนตร กล่าวว่าเดิมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านอาจถูกกำหนดด้วยมิติทางภูมิศาสตร์ แต่ปัจจุบันต้องให้นิยามและลำดับชั้นโดยอาจอาศัยมิติทางประวัติศาสตร์ การเมืองและอื่น ๆ ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจให้ลุ่มลึกกว่าที่เคยทั้งในลักษณะทวิภาคีหรือพหุภาคีที่เกี่ยวพันกับผลประโยชน์ร่วม จึงต้องทำการวิเคราะห์ในภาพกว้างและจำเป็นต้องอธิบายถึงสถานะและตัวตนของ “ผลประโยชน์” ภายใต้การผูกขาดของรัฐและมิติความเป็นทุนนิยม

                สิ่งที่เป็นประโยชน์ของบ้านเมือง คือ คนต้องมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่จะเปลี่ยนเป็นเงินได้ ในช่วงสงครามเย็นรัฐเป็นผู้ผูกขาดผลประโยชน์ของบ้านเมือง แต่เมื่อถึงจุดหักเหสำคัญหลังสงครามเย็น รัฐไม่ได้ผูกขาดแต่เพียงผู้เดียวหากยังมีบทบาทของผู้มีส่วนได้เสียที่มีอำนาจต่อรองในระดับที่แตกต่างกันเพิ่มมากขึ้น ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมคือ การจำนำข้าว ที่รัฐกับคนอีกส่วนหนึ่งมองเห็นผลประโยชน์แตกต่างกัน หรือกรณีประเทศพม่ามีผู้ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องความมั่นคงมนุษย์ ความเท่าเทียมกันในสังคม การลดทอนความเสี่ยงทางสภาพแวดล้อม โดยมีโมเดลการปฏิรูปประเทศในศตวรรษที่ 21 คือ ลดความยากจน สร้างงาน ลดปัญหาความไม่เท่าเทียมกัน ให้ความสำคัญกับปัญหาสภาพแวดล้อม น้ำ พลังงาน และความมั่นคงทางอาหาร เช่นเดียวกับในประเทศลาว ต่างชาติที่เข้าไปลงทุนโดยเฉพาะจีนได้สร้างความขัดแย้งเรื่องการจัดการทรัพยากรกับคนในพื้นถิ่นทำให้เกิดการต่อต้านเคลื่อนไหว นับเป็นทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

                สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ การจัดลำดับชั้นของผลประโยชน์ที่เปลี่ยนแปลงไป และไม่ได้มีเพียงสูตรเดียว แต่ละภาคส่วนอาจมองผลประโยชน์และปัญหาแตกต่างกัน สะท้อนถึงการจัดลำดับชั้นความมั่นคงว่าสิ่งใดควรมาก่อนหลัง จุดหักเหสำคัญที่เกิดขึ้นในองค์รวมสิ่งหนึ่งที่เห็นชัดเจน คือ พรมแดนความขัดแย้งในภูมิภาคระหว่างทวิภาคี เกิดการลดพื้นที่ ปัจจัยและปฏิบัติการลดความขัดแย้งให้มีการจำกัดขอบเขต ความขัดแย้งที่สำคัญคือ การเมืองการทหาร ดังปัญหาระหว่างไทย-กัมพูชา แต่ต้องไม่กระทบความสัมพันธ์ทางการค้าเพราะมีความจำเป็นที่ต้องพึ่งพากัน โดยเห็นได้ชัดตั้งแต่หลังวิกฤติต้มยำกุ้งการอยู่กันแบบพึ่งพาผลประโยชน์ร่วมกันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง วิถีของมิตรภาพและความขัดแย้งได้ลดสัดส่วนระหว่างรัฐต่อรัฐแต่เริ่มมีการจัดการในระดับพหุภาคี สิ่งที่เพิ่มสัดส่วนคือ ความขัดแย้งในภาคประชาชน ซึ่งบางครั้งลุกลามและส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ ส่วนความขัดแย้งที่จะกลายเป็นประเด็นใหญ่ในอนาคต คือ การจัดการทรัพยากรที่มีความสัมพันธ์กับพลังงาน และการจัดการน้ำ

                “สิ่งที่น่าห่วงคือ การเปลี่ยนแปลงของสถานะที่เรียกว่า ผลประโยชน์บนวิถีมิตรภาพและความขัดแย้งที่มีความเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของมนุษย์และสภาพแวดล้อม ที่ยังขาดการสำนึกรู้และพัฒนาความรู้ความเข้าใจเพื่อการตั้งรับ ไม่มีการจัดการระบบผลประโยชน์ร่วมบนวิถีทางที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีสู่ภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงสื่อมวลชนจึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะเปิดมิติความสัมพันธ์ของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านให้ก้าวล่วงสู่พรมแดนบนฐานความรู้จากงานวิจัย”

                ขณะที่ ผศ. ดร.ธีระ นุชเปี่ยม ที่ปรึกษาศูนย์แม่โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ กล่าวถึงโครงสร้างและพลวัตความสัมพันธ์ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ว่าโครงสร้างทางภูมิศาสตร์ในปัจจุบันทำให้การติดต่อสัมพันธ์ในภูมิภาคนี้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น อันเป็นผลจากการสร้างเครือข่ายการขนส่งและคมนาคมในโครงการความร่วมมือในกรอบ GMS นับเป็นพัฒนาการสำคัญจากหน่วยภูมิศาสตร์ที่มีมายาวนานสู่การติดต่อสัมพันธ์ระหว่างผู้คนและสินค้าทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศในปัจจุบัน แต่จะต้องมีการจัดระเบียบการเชื่อมโยงสถาบันและการคมนาคมขนส่งร่วมกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการเดินทางโดยเน้นที่ประชาชนเป็นสำคัญ ด้านพลวัตที่เป็นพลังขับเคลื่อนความสัมพันธ์ภายในโครงสร้างดังกล่าว คือ มรดกทางประวัติศาสตร์ของชาติต่าง ๆ ในอนุภูมิภาคที่มีความขัดแย้งมายาวนานและเป็นความทรงจำที่ขมขื่น

                เราจึงต้องมองประวัติศาสตร์อย่างเห็นอกเห็นใจ ขจัดอคติทางเชื้อชาติ ไม่นำประวัติศาสตร์มาสร้างความเกลียดชัง และย้ำว่าสิ่งสำคัญที่สุดในปัจจุบันคือ ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนต่อประชาชน ซึ่งในงานวิจัยก็เน้นเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวที่มีการขยายตัวขึ้นอย่างมาก แรงงานข้ามชาติ การศึกษา การแพทย์และสาธารณสุข การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เช่น กีฬา อาหาร ซึ่งปัจจุบันชาติมหาอำนาจโดยเฉพาะจีน อเมริกา และญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมวัฒนธรรมในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากการที่จีนลงมามีบทบาทอย่างมากทั้งการลงทุนและอื่น ๆ นับเป็นการอพยพระลอกใหม่ของจีนโดยที่ไม่ทันตั้งตัวทั้งในพม่า ลาว และกัมพูชา

                ส่วนนายอุกฤษณ์ ปัทมานันท์ นักวิจัยอาวุโส และผู้อำนวยการศูนย์แม่โขงศึกษาฯ กล่าวถึงความเป็นไทยในบริบทใหม่ ว่านับตั้งแต่สมัย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้กำหนดนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า ไทยให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนมาโดยตลอด จนปัจจุบันขยายไปถึงแหล่งพลังงาน รวมถึงประเด็นด้านแรงงาน ปัญหาการค้ามนุษย์ ที่ต้องให้ความสำคัญ ศูนย์แม่โขงศึกษาฯ จึงพยายามบูรณการภูมิรัฐศาสตร์ให้ยืดหยุ่น มีปฏิสัมพันธ์ทั้งความมั่นคงทางทหารและเศรษฐกิจการลงุทน รวมถึงความขัดแย้งใหม่ ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โรคภัยไข้เจ็บ ฯลฯ สินค้าและบริการทั่วภูมิภาคจะไหลเวียนง่ายขึ้นในยุคการบูรณาการและการเชื่อมต่อของอาเซียน ซึ่งไทยจะได้เปรียบเพราะอยู่ใจกลางภูมิภาค

                ประเด็นที่น่าสนใจ คือ การผลิตและความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคอาเซียน โดยร้อยละ 70 นำเข้าจากพม่า รวมถึงการผลิตและความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจากงานวิจัยพบว่ายิ่งมีเสถียรภาพทางการเมือง การเติบโตทางเศรษฐกิจ ก็ยิ่งมีความต้องการพลังงานมากขึ้น โดยลาวผลิตไฟฟ้าได้เป็นจำนวนมากแต่บริโภคน้อย และลงทุนมากขึ้นโดยมีจีนและเกาหลีใต้เป็นผู้ลงทุน การเจรจาทางยุทธศาสตร์จึงเปลี่ยนไป

                นอกจากนี้ยังมีการตกลงระหว่างรัสเซียกับจีนเป็นมหาการลงทุนครั้งใหญ่ในการนำเข้าพลังงานจากไซบีเรีย เพราะปัจจุบันจีนเป็นประเทศที่บริโภคพลังงานมากที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังเข้ามาลงทุนสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ในอาเซียนทั้งลาว กัมพูชา พม่า นับเป็นการสร้างอิทธิพลอีกรูปแบบหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นหากเกิดความขัดแย้งในทะเลจีนใต้จีนจะมีปัญหาทันที