
ตู้สาธารณะ 'ทีโอที' โทรหาสายด่วนไม่ได้
25 ก.ค. 2557
เปิดซองส่องไทย : ตู้สาธารณะ 'ทีโอที' โทรหาสายด่วนไม่ได้ : โดย...ลุงแจ่ม
ผมอยากทราบว่าทำไมตู้โทรศัพท์สาธารณะในกรุงเทพฯ ของทีโอที จึงไม่สามารถโทรเข้าหาหมายเลข 1348 สายด่วน ขสมก.ได้ ผมเป็นคนต่างจังหวัด เพิ่งเข้ามาทำงานกรุงเทพฯ ได้ไม่นาน ไม่ค่อยทราบเส้นทาง และรถเมล์ที่จะต้องขึ้นนั้นเป็นสายอะไร ผมจึงได้ใช้ตู้โทรศัพท์สาธารณะของทีโอที เพื่อสอบทางเส้นทางรถเมล์ แต่ตู้โทรศัพท์สาธารณะของทีโอที กลับใช้ไม่ได้
แต่ตู้โทรศัพท์สาธารณะของเอกชนอีกเครือข่ายหนึ่งสามารถโทรหา 1348 ได้ จึงอยากสอบถามไปยังทีโอที ว่าเป็นเพราะสาเหตุอะไรที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะเป็นเครือข่ายของรัฐแท้ๆ กลับโทรถึงหมายเลข 1348 สายด่สน ขสมก. ไม่ได้ ทั้งๆ ที่ตั้งขึ้นเพื่อให้บริการประชาชนแต่กลับใช้ไม่ได้ ผมจึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ออกมาตอบคำถามของผมว่าเป็นเพราะอะไร
นที
ตอบ
นายชัยรัตน์ จุลคง ผู้จัดการส่วนบำรุงรักษาการนครหลวงที่ 4 บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ชี้แจงว่า กรณีโทรศัพท์สาธารณะเรียกเลขหมาย 1348 (ขสมก.) ไม่ได้นั้น เนื่องจากรายละเอียดการแจ้งเสียไม่สามารถระบุสถานที่ หรือตำแหน่งที่ตั้งของตู้ที่ขัดข้องมาด้วย ซึ่งจะมีประโยชน์ในการหาสาเหตุ และแก้ไขได้ จึงตอบในภาพกว้างๆ ไว้
เนื่องจาก บมจ.ทีโอที มีการเปลี่ยนอุปกรณ์ชุมสายฯ จากระบบเก่า (spc) เป็นระบบใหม่ solf switch และจะต้องมีกระบวนการในการจัดทำข้อมูลในการเรียกเข้า-ออก (office data) ของเลขหมายซึ่งจะต้องระบุรายละเอียด จึงต้องใช้เวลาในการทำข้อมูล อาจเป็นเหตุให้ไม่สามารถเรียกใช้งานได้ในเลขหมายดังกล่าว (ซึ่ง บมจ.ทีโอที ได้ดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขเรียบร้อยแล้ว) ซึ่ง บมจ.ทีโอที ไม่ทราบว่าตู้โทรศัพท์สาธารณะตามที่ผู้ร้องเรียนบอกนั้นอยู่โซนไหน
อาจจะเป็นเพราะการขัดข้องของตู้โทรศัพท์สาธารณะเอง หรืออาจเป็นในภาพรวมเนื่องจากทีโอทีมีการเปลี่ยนระบบใหม่ โดยโทรศัพท์สาธารณะได้ใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน ทางทีโอทีจึงได้ดำเนินการปรับปรุงให้เป็นระบบใหม่ และในการติดตั้งชุมสายระบบใหม่ ต้องมีการปรับถ่ายสาย เพราะตั้งชุมสายใหม่แทนชุมสายเดิม ระบบพวกนี้ต้องมีการจัดทำข้อมูล ต้องใช้เวลาในการจัดทำข้อมูล อาจมีการขัดข้องบ้างในระบบเลขหมาย 4 หลัก ก็ดำเนินการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในบางครั้งอาจมีผลกระทบต่อชาวบ้านบ้าง ถ้าชาวบ้านมีเรื่องติดขัดเรื่องตู้โทรศัพท์สาธารณะ อยากให้บอกตำแหน่งตู้ที่เสียให้ชัดเจนทางทีโอทีจะได้เร่งลงไปตรวจสอบให้ได้ตามสถานที่บอกมาได้
ลุงแจ่ม
จอดได้...ตำรวจไม่จับ
ดิฉันมีเรื่องอยากร้องเรียน ผ่านทางหนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทาง คสช. ที่คืนทางเท้าให้ประชาชน และยังช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดได้อีกด้วย โดยเฉพาะที่ตลาดมีนบุรี คืนความสุขให้ประชาชนอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งก่อนหน้านี้ประชาชนต้องเดินกันข้างถนนเคียงข้างกับรถวิ่งไปมา เสี่ยงกับรถเฉี่ยวชนมาก เพราะบนฟุตบาทเต็มไปด้วยร้านค้าตั้งเต็มไปหมด
แต่ยังมีอีกที่หนึ่ง ที่จะแจ้งให้ไปจัดระเบียบให้ถูกต้อง คือ ที่ถนนหทัยราษฎร์ โดยเฉพาะซอยหทัยราษฎร์ 7 เป็นต้นไป ช่วงเย็นรถติดมาก เนื่องจากมีรถจอดข้างทาง 1 เลน ตลอดแนว และมีร้านค้าขายของเต็มทางเท้า บ้างก็ลงมาขายที่ถนนกันเลยก็มี ไม่ต่างกับตลาดมีนบุรีเท่าไร ซึ่งเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้รถติด อยากให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขด่วน เพราะเดือดร้อนมาก
ลิศา / มีนบุรี
ตอบ
พ.ต.ท.วีระ หอมเย็น สว.จร.สน.มีนบุรี ชี้แจงว่า ถนนหทัยราษฎร์เป็นถนนที่มีอาคารพาณิชย์ตั้งอยู่ตลอดแนวถนน และมีโครงการบ้านจัดสรรตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับเป็นเส้นทางลัดไปออกถนนนิมิตรใหม่ได้ ทำให้มีประชาชนใช้ถนนหทัยราษฎร์จำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าและเย็นจะมีรถสัญจรถนนเส้นนี้หนาแน่น
และด้วยเหตุที่มีอาคารพาณิชย์ตั้งอยู่ตลอดแนวถนน ผู้ใช้รถส่วนใหญ่ที่ต้องการทำธุระหรือซื้อของจะชะลอรถเพื่อจอดรถ โดยจอดรถบนถนน 1 ช่องทาง ทำให้รถที่ตามหลังต้องชะลอตัวตาม ส่งผลให้สภาพการจราจรโดยรวมหยุดชะงัก และด้วยปริมาณรถที่มีหนาแน่น จึงเกิดผลกระทบด้านจราจรเป็นบริเวณกว้าง
ที่ผ่านมา งานจราจร สน.มีนบุรี รับทราบปัญหาดังกล่าว เนื่องจากมีประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ถนนหทัยราษฎร์เป็นถนนที่เกิดขึ้นใหม่ ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในการกำหนดเวลาห้ามจอด ซึ่งงานจราจร สน.มีนบุรี ได้เสนอขออนุมัติการกำหนดข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรเพื่อกำหนดเวลาห้ามจอด โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน ขณะนี้ยังไม่ได้รับอนุมัติ จึงยังไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้
สว.จร. สน.มีนบุรี บอกว่า อย่างไรก็ตาม งานจราจร สน.มีนบุรี ได้แก้ปัญหาเบื้องต้น โดยการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกวดขันบริเวณดังกล่าวอย่างเข้มงวด โดยจับปรับอย่างเด็ดขาดกับรถที่หยุดหรือจอดกีดขวาง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนโดยรวมเป็นการเบื้องต้น
ลุงแจ่ม
สามี(ตัวดี)พิสูจน์ดีเอ็นเอ
มีเรื่องร้อนใจอยากทราบค่ะ เรื่องมีอยู่ว่า ดิฉันกับสามีแต่งงานอยู่กินกันมาได้ 7 ปีแล้ว ไม่มีลูกด้วยกัน เราจดทะเบียนสมรสกัน มีบ้าน รถ และทรัพย์สินที่เป็นที่ดินอีกบางส่วน ปัญหามาเกิดขึ้นหลังจากที่ดิฉันทราบว่าสามีปันใจให้หญิงอื่น ดิฉันเลยบอกว่า ยินดีจะหย่าให้ เพราะสามีมีลูกกับเธอ แต่สามีไม่ยอมหย่า ต้องการอยู่กับดิฉัน
หลังจากนั้นไม่กี่เดือน ผู้หญิงมาบอกว่าเธอท้องกับสามีของดิฉัน ซึ่งสามีเองก็ยอมรับว่า เคยมีสัมพันธ์กับผู้หญิงคนนี้ แต่เลิกไปแล้ว จึงไม่แน่ใจว่าเด็กที่เกิดมานี้ใช่ลูกของตัวเองหรือไม่
ผู้หญิงคนนั้นอ้างว่า ถ้าไม่ยอมรับ เธอจะฟ้องดิฉันและสามี
อยากทราบว่า ดิฉันควรพิสูจน์ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของสามีหรือไม่ และเรื่องทรัพย์สินที่มีอยู่ดิฉันควรจะกันออกมาอย่างไร เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาในภายหลัง
กานดา
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า ถ้าผู้หญิงคนนี้บรรลุนิติภาวะแล้ว ในทางกฎหมายคงยากที่จะฟ้องร้องสามีคุณ ส่วนที่จะฟ้องร้องคุณนั้นยิ่งเป็นไปไม่ได้ มีแต่คุณที่จะฟ้องเธอ ฐานที่เป็นชู้กับสามีของคุณ
หลังจากที่เด็กเกิดมาแล้ว ถ้ามีการพิสูจน์ดีเอ็นเอได้ว่า เป็นลูกของสามีคุณหรือไม่ ถ้าใช่ หลังจากสามีคุณเซ็นรับรองบุตรแล้ว เด็กคนนี้ก็จะมีสิทธิเทียบเท่ากับลูกของคุณ เพราะเป็นลูกโดยชอบธรรมตามกฎหมาย จึงมีสิทธิในมรดกของผู้เป็นพ่อทุกอย่าง
ส่วนเรื่องของทรัพย์สินของคุณนั้น ถ้าสามีเสียชีวิต หรือหย่ากับคุณ ทรัพย์สินที่เป็นสินสมรส จะแบ่งส่วนหนึ่งเป็นของคุณ อีกส่วนหนึ่งเป็นของสามี ซึ่งในส่วนของสามีนั้น จะกลายเป็นมรดก หากสามีคุณเสียชีวิตเด็กคนนั้นจะได้รับในฐานะที่เป็นลูกด้วย
แต่ถ้าคุณกับสามีไม่ได้หย่าขาดจากกัน ถ้าสามีเสียชีวิต มรดกของสามีจะแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ให้คุณหนึ่งส่วนในฐานะภรรยา และเด็กคนนั้น ในฐานะลูก
ลุงแจ่ม



