
'นิติวิทย์'ชี้'สุทธิ'ยิงตัวตาย!
22 ก.ค. 2557
สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เผยผลชันสูตรศพ 'สุทธิ' นักสู้เพื่อสิทธิชุมชนแห่งมาบตาพุด 'ยิงตัวตาย' เขม่าดินปืนติดขมับขวาบ่งชี้จ่อระยะประชิด พบผู้ตายถนัดทั้งมือซ้าย-ขวา
22 ก.ค. 57 นายศักยา ชูใหม่ รองผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมด้วย นพ.สุวณรงค์ ศรีสุวรรณ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ สำนักนิติเวชศาสตร์ กลุ่มนิติพยาธิวิทยา แถลงผลการชันสูตรศพนายสุทธิ อัชฌาศัย อดีตแกนนำต่อต้านโรงไฟฟ้าระยอง ตามที่ได้รับการประสานจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดย นพ.สุวณรงค์ เปิดเผยผลการชันสูตร ว่า บาดแผลที่ถูกยิง มีทิศทางยิงเข้าขมับขวา กระสุนออกทางซ้ายด้านบนส่วนหน้า ลักษณะเป็นการยิงระยะประชิดผิวหนัง โดยพบรอยเขม่าดินปืนติดที่ขมับขวา ซึ่งเป็นปกติของผู้ที่ทำตัวเอง ไม่พบบาดแผลอื่น ทั้งนี้กระสุนได้ทำลายสมองซีกขวา ซึ่งจะส่งผลให้เป็นอัมพาตซีกซ้าย สอดคล้องกับผลการรักษาของแพทย์ก่อนหน้านี้ ที่ระบุว่า กล้ามเนื้อซีกซ้ายมีกำลังลดลง ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับการที่นายสุทธิ ถนัดมือซ้าย แต่ใช้มือขวายิงนั้น พบว่า นายสุทธิ ถนัดใช้ทั้งสองมือ แต่ถนัดซ้ายมากกว่า สำหรับประเด็นที่ไม่พบเขม่าดินปืนที่มือ อาจเป็นไปได้ เพราะนายสุทธิ ผ่านการรักษาพยาบาลมาก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม โดยปกติเขม่าดินปืน ประมาณครึ่งวัน ก็อาจตรวจสอบไม่พบ ซึ่งคดีนี้ผู้เสียชีวิตผ่านการรักษามาแล้ว ประกอบกับเพิ่งมีการตรวจพิสูจน์หลังเสียชีวิตไปแล้ว 5 วัน จึงไม่ปรากฏร่องรอย แต่บริเวณใกล้บาดแผล แพทย์พบเศษเขม่าดินปืน
ด้าน รองผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เข้าไปตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตด้วยการชันสูตรศพ เพื่อคลายข้อสงสัย ว่าเป็นการฆ่าตัวตาย หรือถูกทำให้ตาย โดยได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพยานหลักฐาน ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ รถยนต์ที่นายสุทธิเข้าไปนั่งขณะเกิดเหตุ จอดอยู่ภายในบ้านพัก ในช่วงที่เกิดเหตุ มีพยาน 2 คน คือ มารดา และหลานของนายสุทธิ ซึ่งให้ข้อมูลว่า หลังเกิดเหตุ ญาติพยายามนำตัวนายสุทธิไปรักษาพยาบาลเพื่อช่วยชีวิต เบื้องต้นได้นำรถที่เกิดเหตุมาจำลองทิศทางการยิง ซึ่งกระสุนที่พบในที่เกิดเหตุมี 4 นัด โดย 3 นัด มีรอยกระสุนด้านหน้า รอยที่ 3 คือกระสุนที่ยิงเป็นนัดแรก ส่วนรอยที่ 1 และ 2 ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ายิงจากกระสุนนัดใดก่อนหลัง ส่วนนัดที่ 4 คือกระสุนที่ยิงใส่ขมับขวาทะลุด้านบนซ้าย กระสุนฝังหลังคากระบะหลัง



