ไลฟ์สไตล์

ใกล้ชิดน้องหมาพา'เป้'สุขใจ

ใกล้ชิดน้องหมาพา'เป้'สุขใจ

24 ก.ค. 2557

ขอเวลานอก : ใกล้ชิดน้องหมา พา 'เป้-พงศกร พงษ์ศักดิ์' สุขใจ : เรื่อง วันวิสา โรจน์แสงรัตน์ /ภาพ สุกล เกิดในมงคล

 
                      "หมาคือสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่ง การจะดูแลไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าตั้งใจจะเลี้ยงจริงๆ ก็ต้องมีความรับผิดชอบ รู้ว่าเวลาไหนต้องทำอะไรบ้าง ไม่ใช่เลี้ยงแบบทิ้งๆ ขว้างๆ"
 
 
                      ถ้าหัวใจไม่รักและไม่มีความเมตตาต่อสัตว์ จะให้เลี้ยงและดูแลน้องหมากว่า 60 ตัว อย่างนักธุรกิจหนุ่ม "เป้" พงศกร พงษ์ศักดิ์ บิ๊กบอสแห่งเจเนอรัล เบฟเวอเรจ และดริ๊งค์โคโลจีสต์ คงเป็นเรื่องยาก ด้วยการเลี้ยงสัตว์นั้นจะต้องใส่ใจในรายละเอียดและทุ่มเทเวลาให้อย่างเต็มที่ แต่ด้วยความรักและผูกพันที่หนุ่มเป้มีให้แก่เจ้าสุนัขตัวน้อย ทำให้การดูแลเป็นไปอย่างราบรื่น และต่อยอดไปจนถึงการฟูมฟักเพื่อส่งเข้าประกวด ทั้งเวทีระดับประเทศและเวทีระดับโลก จนกวาดถ้วยรางวัลมาครองแล้วมากมาย
 
                      หนุ่มเป้ย้อนเล่าถึงที่มาของการเริ่มเลี้ยงน้องหมา เมื่อกว่า 10 ปีแล้ว โดยความคิดจุดประกายขึ้นหลังจากเรียนจบปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ สาขาการเงิน จาก นิวยอร์ก อินสติติว ออฟ เทคโนโลยี สหรัฐอเมริกา แล้วมีโอกาสไปดูงานประกวดสุนัข หลังจากนั้นก็เริ่มศึกษาหาความรู้อย่างจริงจัง โดยเน้นไปที่สุนัขตัวเล็กพันธุ์ปอมเมอเรเนียน เพราะเป็นสุนัขที่น่ารัก ไม่ดุ และที่สำคัญคือถูกชะตากับพันธุ์นี้ด้วย
 
                      "ที่จริงผมเริ่มลี้ยงหมาตั้งแต่เด็กอายุประมาณ 11-12 ขวบ ตอนนั้นเลี้ยงเชาเชา ผมกับพี่ๆ ช่วยกันดูแลเอง แต่พอเกิดความคิดที่อยากจะเลี้ยงอย่างจริงจังเพื่อส่งเข้าประกวด เมื่อปี 2003 ก็ต้องดูว่าควรเลี้ยงพันธุ์อะไรดี ที่จริงผมชอบเชาเชา คือชอบหมาที่มีขนสองชั้น แต่ถ้าเอามาเลี้ยงเมืองร้อนอย่างบ้านเราจะดูแลลำบาก อีกอย่างคือนิสัยมันดุเกินไปด้วย ก็เลยหันมาพิจารณาปอมเมอเรเนียนแทน อย่างแรกเลยคือถูกชะตาก่อน จากนั้นก็ศึกษาแบบลงลึก บินไปอเมริกาและแคนนาดา ไปดูงานในฟาร์มที่เขาเพาะพันธุ์ระดับชั้นนำของโลกเลย เรียนรู้พันธุ์ต่างๆ เป็นยังไง สืบทอดยังไง ลงลึกไปถึงพันธุกรรม โครโมโซม พ่อพันธุ์แม่พันธุ์แบบไหนให้ลักษณะดีเสียยังไง ฯลฯ แล้วมาผสมผสานกับความรู้ ที่ผมได้จากน้าชายซึ่งเป็นผู้บุกเบิกสุนัขพันธุ์บางแก้ว" ทายาทคนสุดท้องของคุณแม่กฤติยา กับคุณพ่อกิตติ พงษ์ศักดิ์ เจ้าสัวแห่งสุวรรณ กรุ๊ป เล่าถึงที่มาของกิจกรรมสุดโปรด
 
                      หลังจากศึกษาและเพาะพันธุ์จนประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจแล้ว นักธุรกิจหนุ่มจึงตัดสินใจส่งสุนัขลงสนามการประกวด โดยเริ่มจากในประเทศก่อน เมื่อกวาดรางวัลมากมายจนเป็นที่รู้จักในวงการการประกวดสุนัขของประเทศไทยแล้ว จึงขยายไปยังเวทีระดับโลก โดยส่งเข้าประกวดมาแล้วกว่า 30 ประเทศทั่วโลก การันตีได้จากเหรียญรางวัล และถ้วยรางวัลที่มีอยู่มากมายภายในห้องโชว์ ที่บ้านพักย่าน อ.อ้อมน้อย จ.นครปฐม
 
                      "ในประเทศไทยผมได้รางวัลมานับไม่ถ้วนแล้วครับ อย่างรางวัลที่ภูมิใจมากๆ คือถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้มา 3 ปีติดต่อกันครับ ตอนนี้เลยเน้นเวทีต่างประเทศอย่างเดียว ที่ผ่านมาเวทีใหญ่ๆ ที่ภูมิใจก็อย่าง เมื่อปี 2011 ที่อเมริกา ผมเป็นคนแรกและคนเดียวที่ส่งหมาที่เกิดจากบ้านตัวเอง ที่เพาะพันธุ์โดยฝีมือคนไทยไปประกวดแล้วชนะเลิศ จากหมาที่ส่งเข้าประกวดกว่า 400 ตัว ซึ่งครั้งนั้นถือว่าประสบความสำเร็จมากๆ ส่วนอีกเวทีจัดที่นิวยอร์ก และถ่ายทอดสดในอเมริกา จัดทุกวันที่ 1กุมภาพันธ์ของทุกปี เวทีนี้ผมเคยชนะในประเภทสายพันธุ์เดียวกันมาแล้ว แต่ประเภทข้ามสายพันธุ์ยังไม่เคยชนะ ก็ต้องพยายามต่อไป นอกจากนี้ก็ยังมีรางวัลจากเวทีอื่นๆ อีกกว่าหนึ่งพันรางวัลครับ" หนุ่มรักสุนัขเล่าพลางชี้ชวนให้ชมเหรียญและถ้วยรางวัล
 
                      สนทนากันพักใหญ่ เจ้าของฟาร์มสุนัขก็เชิญชวนให้เข้าไปชมสถานที่เลี้ยงน้องหมากว่า 60 ตัว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพันธุ์ปอมเมอเรเนียน แต่มีพันธุ์มอลทิสปนอยู่บ้างเล็กน้อย บริเวณด้านหลังของตัวบ้าน ซึ่งเป็นตึกโอ่โถง แบ่งเป็นโซนห้องพัก และห้องออกกำลังกาย แยกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน โดยทุกห้องจะต้องเปิดเครื่องปรับอากาศทั้งวัน ที่อุณหภูมิ 20-22 องศาเซลเซียส
 
                      "หมาของผมทุกตัวผมดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ก็มีคนช่วยด้วย คือผมมองว่า ถ้าคิดจะเลี้ยงแล้วต้องทำให้ดี ต้องให้เขาอยู่อย่างถูกสุขลักษณะ ให้เขาได้ออกกำลังกายทุกวันเพื่อให้ผ่อนคลาย และอารมณ์ดี ผมเห็นบางที่ให้อยู่กันแออัดมาก แทบไม่มีที่วิ่งไปไหนได้เลย แต่ยอมรับว่าที่นี่ก็มีปัญหาเช่นกัน โดยเฉพาะตอนที่เกิดใหม่ๆ ด้วยความที่ปอมเมอเรเนียนเป็นหมาพันธุ์เล็ก อวัยวะทุกอย่างจะเล็กหมด ความอ่อนแอจึงมากกว่าความแข็งแรง โอกาสรอดจึงค่อนข้างน้อย และมีหลายตัวตายคามือผมเลย ช่วงเวลานี้จึงต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ แต่พักหลังนี้ก็พยายามห่างๆ บ้าง เพราะทุกครั้งที่เกิดการสูญเสีย ผมจะรับไม่ค่อยได้ บางครั้งถึงขั้นแย่ทีเดียว" เจ้าของน้องหมาเผยขณะฟูมฟักสัตว์เลี้ยงแสนรัก
 
                      ยังไม่ทันอธิบายข้อมูลอะไรเพิ่ม พอกรงเปิดปุ๊บ!!! เจ้าหมาน้อยปอมเมอเรเนียนขนฟูสีโทนน้ำตาลนับ 10 ตัว ก็วิ่งกรูออกมาหาเจ้าของ พร้อมแสดงอาการดีใจด้วยการคลอเคลียไม่ห่าง ซึ่งหนุ่มเป้บอกว่า สุนัขพันธุ์นี้จะขี้ประจบ และติดเจ้าของ ชอบอยู่ใกล้ตลอดเวลา ไปไหนมาไหนจึงมักพาไปด้วยตลอด
 
                      "เมื่อก่อนเลี้ยงหมาตัวใหญ่ ไปไหนเอาไปด้วยก็ไม่ค่อยสะดวกนัก แต่พอเปลี่ยนมาเลี้ยงตัวเล็กๆ แบบนี้ไปไหนก็สะดวก พกพาไปได้ทุกที่ อย่างเวลาไปทะเลก็จะพาไปด้วย เพราะลูกๆ ผมเขาก็รักและชอบเล่นกับสุนัขเช่นกัน คงเพราะเห็นพ่อเลี้ยงมาตั้งแต่เขาเด็กๆ เลยซึมซับ อย่างตอนนี้ผมไม่ค่อยได้มาที่นี่เท่าไหร่ จะอยู่คอนโดที่กรุงเทพฯ มากกว่า ลูกๆ เขาก็ขอเอาหมาไปเลี้ยงด้วย ผมก็อนุญาต แต่จะสอนให้เขารู้ว่า หมาคือสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่ง การจะดูแลไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าตั้งใจจะเลี้ยงจริงๆ ก็ต้องมีความรับผิดชอบ รู้ว่าเวลาไหนต้องทำอะไรบ้าง ไม่ใช่เลี้ยงแบบทิ้งๆ ขว้างๆ เป็นการสอนเขากลายๆ ให้เป็นคนที่มีความรับผิดชอบ" คุณพ่อลูก 4 ทิ้งท้ายก่อนจบการสนทนา