ไลฟ์สไตล์

เที่ยวนี้ขอเล่า : คุยกับ 'เคียฟ'

เที่ยวนี้ขอเล่า : คุยกับ 'เคียฟ'

20 ก.ค. 2557

เที่ยวนี้ขอเล่า : คุยกับ 'เคียฟ' : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง [email protected] / IG : kan_hongthong

 
                           ใครจะคิดว่า กรุงเคียฟ (Kyiv) ก็เบิกบานเป็นล่ะ
 
                           มองเผินๆ นครหลวงแห่งยูเครน (Ukraine) อาจจะดูแข็งกระด้าง ลุ่มลึก แต่เคียฟก็แอบซ่อนมุมสุนทรีย์เอาไว้เงียบๆ  
 
                           เป็นเคียฟเที่ยวที่ฉันพึ่งพาสายการบินยูเครน อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์ไลน์(www.flyuia.com) บินตรงพาไปส่งจากบางกอกถึงเคียฟแบบม้วนเดียวจบ นี่เป็นครั้งแรกเหมือนกันสำหรับสายการบินสัญชาติยูเครนแห่งนี้ ใครที่มองหาตั๋วเรือบินเข้ายุโรปราคาไม่สะเทือนใจ ที่นั่งสะดวกสบายลองมองยูไอเอเป็นตัวเลือกได้ เพราะเขามีบินเข้าหัวเมืองใหญ่ในยุโรปไม่ใช่น้อยเหมือนกัน ทั้งปารีส เบอร์ลิน ลอนดอน ซูริค บรัสเซลส์ โรม และอัมสเตอร์ดัม 
 
                           เรือนพักในย่านเมืองเก่าที่จับจองผ่านเว็บไซต์อโกดา (www.agoda.com) ทำให้รู้ว่าอโกดายังไว้เนื้อเชื่อใจเรื่องจองห้องพักได้เสมอ เพราะนอกจากราคาจะถูกที่สุดแล้ว รีวิวของนักท่องเที่ยวที่ทิ้งเอาไว้ ยังเป็นเครื่องช่วยตัดสินใจที่ดี
 
                           ย่านเมืองเก่าของเคียฟเป็นย่านที่ดูเบิกบานเสมอ เมื่อคราวแรกเจอเคียฟครั้งแรก 7-8 ปีก่อน ก็มุมนี้แหละที่ทำให้ฉันยิ้มได้ เพราะมุมอื่นของเคียฟอาจจะดูขรึมๆ แต่เมืองเก่าของเคียฟอ่อนหวานเสมอ
 
                           ในเดือนร้อนของยูเครน อะไรๆ ก็ดูสดใสไปซะหมด แต่ที่เหมือนเดิมคือแทบทุกตารางนิ้วของย่านเมืองเก่ายังคงมากมายไปด้วยประวัติศาสตร์  
 
                           แถวหน้าโบสถ์เซนต์ไมเคิล (St.Michael’s Golden Domes Monastery) เป็นมุมที่น่าแวะเสมอ นักเรียนศิลปะมักมานั่งหย่อนตัวลงแถวนี้ พวกเขาละเลงสีสันลงบนแผ่นกระดาษอย่างเพลินอารมณ์ 
 
                           เห็นความสมบูรณ์และสีฟ้าสดใสของโบสถ์เซนต์ไมเคิลแล้วแทบไม่อยากเชื่อว่า ในยุคที่ยูเครนยังเป็นสมบัติของสหภาพโซเวียต โบสถ์แห่งนี้ถูกทำลายในยุคสตาลิน แต่เมื่อผ่านพ้นช่วงนั้นมาได้ ประชาชนก็พากันเรียกร้องให้บูรณะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ จนถึงศตวรรษที่ 17-18 โบสถ์ใหญ่ของที่นี่ได้ปรับปรุงใหม่ในสไตล์ยูเครเนียน-บาร็อก และกลายมาเป็นจิตวิญญาณของชาวเคียฟเหมือนดังเดิม 
 
                           ภายในของโบสถ์ทรงหัวหอมคว่ำนั้น ช่างเข้มขลังและดูมีพลังอย่างประหลาด แต่สำหรับบางคนแค่เห็นสีฟ้าของโบสถ์ถูกตัดด้วยยอดโดมสีทอง ก็หลงใหลกับความงดงามของโบสถ์แห่งนี้เข้าเสียแล้ว  
 
                           ละจากโบสถ์เซนต์ไมเคิล ฉันไปเดินทอดอารมณ์ริมแม่น้ำดนีโปร (Dnipro) เส้นเลือดใหญ่ของกรุงเคียฟ ริมแม่น้ำแห่งนี้มี อารามเปเชอร์สกา ลาฟรา (Kyiv-Pecherska Lavra Monastery) ทอดตัวอยู่ริมฝั่งน้ำ  
 
                           ไม่ว่าจะเป็นวันที่รื่นรมย์หรือขมขื่น แต่อารามของชาวคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์แห่งนี้ ยังคงวางตัวเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเคียฟอยู่เสมอ
 
                           บาทหลวงแอนโธนีได้สร้างโบสถ์แห่งนี้เมื่อปี ค.ศ.1051 กระทั่งถึงศตวรรษที่ 11 ได้กลายเป็นศูนย์กลางของการเผยแพร่และแผ่ขยายไปสู่หมู่ชาวคริสต์ และมีการบันทึกเรื่องราวเก็บไว้ในบันทึกประวัติศาสตร์ในยุคของ “Kyivan Rus” ซึ่งปัจจุบันไม่เพียงเป็นศูนย์กลางทางศาสนาคริสต์ของชาวยูเครนเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางนิกายออร์โธดอกซ์ในยุโรปตะวันออกอีกด้วย
 
                           ต่อมาตอนปลายศตวรรษที่ 12 มีการสร้างกำแพงเป็นแนวป้องกันไว้ทั่วเขตแดน อย่างไรก็ตาม กำแพงแห่งนี้ก็ถูกบุกทำลายในเวลาต่อมาโดยชาวมองโกล ครั้นถึงปี 1698 กำแพงแห่งใหม่ก็ถูกสร้างขึ้น พร้อมด้วยหอคอยและช่องทางหนีภัย แนบขนานไปทั่วแนวกำแพง 
 
                           และอีกสาเหตุหนึ่งที่นักท่องเที่ยวพากันแห่แหนมาที่นี่ ก็เพราะถูกใช้เป็นสถานที่ฝังศพของบุคคลที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์มากมาย
 
                           แสงเทียนรำไรและภาพอันเก่าคร่ำภายในโบสถ์ ชวนให้สัมผัสได้ถึงความเข้มขลังของโบสถ์แห่งนี้ อาจจะดูสลัวลาง แต่ร่างมัมมี่ของนักบุญ และผู้มีชื่อเสียงในห้องใต้ดินก็ยังคงปรากฏอยู่ 
 
                           ในอาณาบริเวณของอารามเปเชอร์สกา ลาฟรา ยังมีพิพิธภัณฑ์ของจิ๋ว ที่ทุกอย่างดูไม่ได้ด้วยตาเปล่า และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่ไม่เพียงบอกที่มาที่ไปของยูเครนเท่านั้น แต่ยังเป็นขุมทรัพย์แหล่งใหญ่สุดของยูเครนเลยก็ว่าได้ เพราะที่นี่รวมเอาทรัพย์สมบัติอันล้ำค่าไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ 
 
                           และมุมที่เคยทำให้ฉันตะลึงในความงดงามของเคียฟอีกแห่งหนึ่งคือ มหาวิหารเซนต์โซเฟีย (St.Sophia Cathedral) ศาสนสถานโบราณเก่าแก่ที่สุดของเมืองแห่งนี้อายุจวนจะพันปีแล้ว ในอดีตมหาวิหารแห่งนี้ก็ถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวเคียฟ เป็นที่ฝังศพของกษัตริย์ในสมัยก่อน  
 
                           มองจากด้านหน้าอาจจะดูธรรมดา แต่ถ้าเดินเข้าไปด้านในจะเห็นโครงสร้างของตัวอาคารที่สลับซับซ้อน ด้านนอกว่าอลังการแล้ว ครั้นมาเจอด้านในยิ่งสวยจนแทบลืมหายใจ ภายในตกแต่งด้วยการประดับประดากระเบื้องโมเสกอันวิจิตรและงดงาม ตลอดจนการตกแต่งด้วยภาพวาดแบบเฟรสโก เรียกว่าเลอค่าที่สุดแห่งหนึ่งของเคียฟเลยก็ว่าได้ 
 
                           ยังมีโบสถ์เซนต์แอนดรูว์ (St.Andrew’s Cathedral) ที่อวดศิลปะแบบบาร็อกให้แก่นักท่องเที่ยว และโบสถ์เซนต์วลาดิเมียร์ (St.Volodymyr’s Cathedral) ที่สร้างในสไตล์นีโอ ไบแซนไทน์ (Neo Byzantine) จึงทำให้โบสถ์นี้ดูสวยแปลกตา
 
                           ผลจากการนั่งคุยกับเคียฟ ฉันพบว่า นี่เป็นเมืองหลวงแห่งหนึ่งของโลกที่น่าคบหา บางมุมอาจจะดูแข็งกระด้าง แต่ถ้าได้สนทนาด้วยคุณจะพบว่าเคียฟช่างอ่อนหวานเหลือเกิน
 
 
 
 
-----------------------------
 
(เที่ยวนี้ขอเล่า : คุยกับ 'เคียฟ' : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง [email protected] / IG : kan_hongthong)