ไลฟ์สไตล์

ทางสู้ชีวิต 'บุญลาภ แพงเมือง'

ทางสู้ชีวิต 'บุญลาภ แพงเมือง'

17 ก.ค. 2557

หนักเอาเบาสู้ : ทางสู้ชีวิต 'บุญลาภ แพงเมือง' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 
                            ไม่ทันตั้งตัวจากผลกระทบราคายางพาราตกต่ำ ทำให้เกษตรกรจำนวนไม่น้อยต้องเป็นหนี้เป็นสินเพิ่มพูนอย่างทันตาเห็นจากราคาที่ดิ่งเหว หากไม่มีอาชีพเสริมไว้รองรับ แต่สำหรับ "บุญลาภ แพงเมือง” เกษตรกรชาวสวนยางวัย 40 เศษอยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 7 ต.โคกม่วง อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง กลับไม่เป็นปัญหา เนื่องจากมีการเลี้ยงแพะเป็นอาชีพเสริมไว้ในสวนยางและเป็นการลดต้นทุนการผลิต ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์ชาวสวนยาง (สกย.) จ.พัทลุง
 
                            บุญลาภเล่าว่า เริ่มยึดอาชีพเลี้ยงแพะในสวนยางเมื่อ 5 ปีที่แล้ว หลังได้รับการแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) จ.พัทลุง ในการหาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรชาวสวนยาง อีกทั้งยังเป็นการลดต้นทุนการผลิตในเรื่องปุ๋ย เนื่องจากมูลแพะจะสามารถทดแทนการใส่ปุ๋ยเคมีเป็นอย่างดี และปุ๋ยเคมียังเป็นต้นทุนการผลิตหลักที่นับวันราคาเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ  นอกจากนี้แพะก็ยังช่วยในการกำจัดวัชพืชในสวนยางแทนการจ้างแรงงาน โดยวัชพืชเหล่านี้จะเป็นอาหารชั้นดีของแพะ  
 
                            “มีพื้นที่ปลูกยางที่กรีดแล้วประมาณ 40 ไร่ ก็กรีดยางไปด้วย เลี้ยงแพะไปด้วย เลี้ยงมาประมาณ 6 ปี โดยเจ้าหน้าที่ สกย.มาแนะนำให้เลี้ยง พาไปดูงานที่ฟาร์มตัวอย่างที่ปัตตานี จึงจุดประกายอยากจะเลี้ยงแพะบ้าง เริ่มแรก 5 ตัว เป็นพันธุ์พื้นเมือง ใช้วิธีเลี้ยงปล่อย ตอนนี้มีอยู่ 100 กว่าตัว”
 
                            ในส่วนตลาดนั้น เขาบอกว่าไม่มีปัญหา ส่วนใหญ่จะมีลูกค้ามารับซื้อถึงที่ โดยจะจำหน่ายเป็นตัวไม่มีการชำแหละเนื้อขาย สนนในราคากิโลกรัมละ 250 บาท เฉลี่ยตัวละ 20 กิโลกรัม อยู่ที่ตัวละ 5,000 บาท แต่ละเดือนจะมีจำหน่ายประมาณ 5-10 ตัว ซึ่งก็จะมีรายได้ส่วนนี้เข้ามา แม้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำก็ไม่มีผลกระทบต่อครอบครัวมากนัก
 
                            “เลี้ยงแพะในสวนยางควบคู่กันไป ปัญหาเลี้ยงแพะไม่ค่อยมี ถ้ายางเล็กมันกินยาง โรคระบาดก็ไม่มี แล้วยังลดต้นทุนค่าปุ๋ย ค่ายา พอเลี้ยงแพะก็ลดค่าปุ๋ยลงมาครึ่งหนึ่ง  ส่วนอาหารแพะก็มีตอนคลอดลูกใหม่ๆ ให้อาหารข้นด้วย จากนั้นพอโตขึ้นมามันก็กินหญ้าตามปกติ” เจ้าของฟาร์มแพะเผยพร้อมระบุว่า กว่าจะจำหน่ายได้ต้องใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 4 เดือน ส่วนวิธีการเลี้ยงแบบปล่อยในสวนยางตอนเช้า จากนั้นตอนเย็นก็ต้อนเข้าคอก ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจาก สกย.พัทลุงจำนวน 4 หมื่นบาท ปัจจุบันมีอยู่ 2  แต่ละคอกๆ ละ 30-40 ตัว โดยมีตัวผู้ 1 ตัวคุมตัวเมียได้ 20-30 ตัว 
 
                            นับเป็นเกษตรกรตัวอย่างในการต่อสู้ดิ้นรนหารายได้เสริมจากปัญหาราคาตกต่ำ ด้วยการเลี้ยงแพะในสวนยาง นอกจากจะมีอาชีพเสริมรายได้แล้วยังช่วยลดต้นทุนในเรื่องค่าปุ๋ยค่ายาในการบำรุงรักษาต้นยางพาราได้อีกด้วย 
 
 
 
 
 
 
---------------------------
 
(หนักเอาเบาสู้ : ทางสู้ชีวิต 'บุญลาภ แพงเมือง' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)