
เกษตรฯปรับวิธีขึ้นทะเบียนชาวนา เข้มข้อมูลเน้นสะดวก-รวดเร็ว
15 ก.ค. 2557
เกษตรฯปรับวิธีขึ้นทะเบียนชาวนา ตรวจเข้มข้อมูลเน้นสะดวก-รวดเร็ว
กรมส่งเสริมการเกษตรสนองนโยบายคสช.ปรับวิธีขึ้นทะเบียนชาวนาใหม่ เน้นสะดวก รวดเร็ว แต่ตรวจเข้มข้อมูลพื้นที่รายแปลง โดยใช้การมีส่วนร่วมของชุมชนผนวกกับการใช้เทคโนโลยีทันสมัยด้วยภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อความถูกต้องชัดเจน
นายนำชัย พรหมมีชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรทำหน้าที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั่วประเทศกว่า 3.5 ล้านครัวเรือน เพื่อออกใบรับรองการขึ้นทะเบียนให้เกษตรกรที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมโครงการต่างๆ ตามนโยบายของภาครัฐ โดยเฉพาะนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรตามนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งในปี 2557/58 นี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงหลักการจากการรับรองเกษตรกร เป็นการรับรองการขึ้นทะเบียนของเกษตรกรที่มาแจ้งขอขึ้นทะเบียน และมีการปรับปรุงวิธีการขึ้นทะเบียน ทำให้ระยะเวลาในการตรวจสอบและออกใบรับรองทำได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มของเกษตรกรรายเดิมที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่
"ในส่วนของการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ของเกษตรกรรายเดิมที่เคยแจ้งขึ้นทะเบียนในปีที่ผ่านมา ให้มาแจ้งปรับปรุงข้อมูลการปลูกให้ถูกต้องในรอบปีที่ประกาศขึ้นทะเบียนโดยยื่นบัตรประจำตัวประชาชนให้เจ้าหน้าที่ พร้อมยืนยันข้อมูล แล้วให้เกษตรกรแปลงข้างเคียงรับรองข้อมูลดังกล่าวด้วย ที่สำคัญจะต้องให้กำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน รับรองข้อมูลในแบบยืนยันการขึ้นทะเบียนทุกหน้า ทั้งนี้กรณีแปลงใหม่ (เพิ่มพื้นที่ปลูก) ให้เกษตรกรนำเอกสารกรรมสิทธิ์ในที่ดินทั้งตัวจริงและสำเนามาด้วย ส่วนพื้นที่เช่า หรือพื้นที่ทางราชการออกเอกสารสิทธิให้ต้องมีสัญญาเช่า/สำเนาเอกสารสิทธิของผู้ให้เช่า และลงลายมือชื่อผู้เช่า ผู้ให้เช่า และพยานให้ครบถ้วน"
รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวต่อไปว่า สำหรับกรอบระยะเวลาที่ให้เกษตรกรมาขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2557/58 สำหรับผู้ที่เริ่มปลูกข้าวในช่วงวันที่ 1 พฤษภาคม-31 ตุลาคม 2557 ให้มาแจ้งปรับปรุงข้อมูลและขอขึ้นทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม-15 พฤศจิกายน 2557 ส่วนเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ที่จะเริ่มมีการปลูกข้าวระหว่างวันที่ 16 มิถุนายน 2557-28 กุมภาพันธ์ 2558 นั้น สามารถแจ้งปรับปรุงข้อมูลและขอขึ้นทะเบียนได้จนถึงวันที่ 15 มีนาคม 2558
ส่วนในขั้นตอนการตรวจสอบ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร และคณะทำงานตรวจสอบระดับหมู่บ้านที่มาจากผู้ใหญ่บ้าน และอกม. ร่วมกันดำเนินการการตรวจสอบอย่างละเอียดทั้งจากเอกสารหลักฐานต่างๆ รวมถึงการตรวจสอบแปลง โดยจะใช้ระบบสารสนเทศเปรียบเทียบกับฐานทะเบียนเดิม และอาจมีการตรวจสอบกับข้อมูลแปลงปลูกข้าวในแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมด้วย
นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบทางสังคม โดยปิดประกาศรายชื่อในหมู่บ้านหรือชุมชนเพื่อการยืนยันหรือคัดค้าน ที่สำคัญจะมีการตรวจสอบพื้นที่จริงในกรณีเกษตรกรรายใหม่หรือเปลี่ยนแปลงพื้นที่ทุกรายที่มาขอแจ้งขึ้นทะเบียน ทั้งนี้จะใช้เวลาไม่เกิน 7 วันหลังยื่นคำขอ จึงขอให้เกษตรกรมีความซื่อสัตย์ ให้ข้อมูลตามจริง ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรได้รับความสะดวกและรวดเร็วในการให้บริการของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรด้วยแต่ตรวจสอบเข้ม ย้ำเกษตรกรต้องให้ข้อมูลตามจริง



