
ไฟเสีย...เสี่ยงชีวิต ข้ามทางม้าลาย
10 ก.ค. 2557
เปิดซองส่องไทย : ไฟเสีย...เสี่ยงชีวิต ข้ามทางม้าลาย : โดย...ลุงแจ่ม
ผมมีความเดือดร้อนเนื่องจากการติดตั้งเสาสัญญาณไฟจราจรคนข้ามแบบปุ่มกดนับเวลาถอยหลังตรงบริเวณปากซอยลาดกระบัง 26 ตอนแรกก็ใช้งานได้ดี แต่ตอนนี้ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร ปุ่มกดที่มี 4 ด้าน พร้อมใจกันเสียทั้ง 4 ด้าน หรือเป็นเพราะมีใครถือวิสาวะแอบมาตั้งให้ไฟสัญญาณให้ไฟเขียวทางด้านรถแล่นตลอดเวลา
ทำให้รถที่วิ่งผ่านบริเวณนี้ จะได้สัญญาณไฟเขียวและไม่ชะลอให้คนข้าม ทั้งบีบแตรใส่ บางครั้งเวลาคนเดินข้ามยังเปิดกระจกต่อว่า หาว่าข้ามถนนตอนไฟเขียวได้อย่างไร ทั้งๆ ที่เป็นทางม้าลาย ถ้าไม่สามารถซ่อมแซมได้ก็รบกวนมายกกลับไปเก็บดีกว่า ปล่อยให้ถนนเป็นทางม้าลายอย่างเก่าจะปลอดภัยกว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานเขต หรือ กทม. ไม่คิดที่จะลงมาช่วยประชาชนบ้างเลยหรือ รู้หรือเปล่าว่าประชาชนเดือดร้อนมากๆ อยากให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาแก้ไขบ้าง
วัชระ
ตอบ
พ.ต.ท.คมกฤษณ์ คำบุศย์ สว.จร.สน.ลาดกระบัง ชี้แจงว่า สัญญาณไฟจราจรบริเวณทางข้ามชนิดกดปุ่ม เป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัด เนื่องจากการขาดวินัยของผู้ขับขี่พาหนะ และการไม่ข้ามถนนบริเวณทางข้ามของผู้ใช้ถนน ทำให้การจราจรเกิดการชะลอตัว และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง การติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบริเวณทางข้ามจะติดตั้งอยู่ตามทางข้ามที่สำคัญต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้ถนนสามารถข้ามถนนได้อย่างปลอดภัย และลดปัญหาในการสัญจรไปมาของรถยนต์ สำหรับหน่วยงานที่รับผิดชอบได้แก่ สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กรุงเทพมหานคร
ที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากประชาชน กรณีสัญญาณไฟขัดข้อง และได้ประสานไปยัง สจส. ให้เข้าทำการแก้ไข ปัจจุบันสัญญาณไฟจราจรทางข้ามบริเวณดังกล่าวสามารถใช้การได้ตามปกติแล้ว
จากเดิมการกดเรียกสัญญาณไฟจราจรทางข้าม ประชาชนที่ต้องการข้ามถนน สามารถกดได้ตลอดเวลา ทำให้ส่งผลกระทบต่อการจราจร ดังนั้น สน.ลาดกระบัง เห็นควรให้กำหนดช่วงเวลาในการกดเรียกสัญญาณไฟ โดยสามารถกดเรียกได้ตลอดเวลา ยกเว้นช่วงเวลา 17.00-19.00 น. ไม่สามารถกดเรียกได้ และปล่อยสัญญาณไฟกะพริบแทน อาจทำให้ประชาชนที่ต้องการข้ามถนนในช่วงเวลาดังกล่าวไม่ได้รับความสะดวก
ดังนั้น จะให้เจ้าหน้าที่ยืนประจำจุดบริเวณดังกล่าว เพื่ออำนวยการจราจรในช่วงเวลา 17.00-19.00 น. เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
ลุงแจ่ม
แจ้งความได้เลย
ผมมีเรื่องร้อนใจครับ คือว่า ผมมีที่ดินอยู่แปลงหนึ่ง แต่เนื่องจากซื้อไว้นาน และอยู่ไกล ผมก็เลยไม่ค่อยได้เข้าไปดูบ่อย จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายปี แต่ไม่ถึง 10 ปี ปรากฏว่า เมื่อผมกลับไปดูคนที่มาซื้อที่ดิน ซึ่งอยู่ข้างๆ ผมได้รุกเข้ามาในที่ดินของผม แล้วก็มีการปลูกบ้านหลังเล็กๆ ไว้ เมื่อผมไปก็เจอเข้าบอกให้เขาจัดการย้ายออก ก็เลยมีปากเสียงกัน เขาบอกว่า ไม่ย้าย เนื่องจากได้จ่ายค่าปลูกสร้างตรงนี้ไปแล้ว ประมาณ 5 ปีที่แล้ว เขาจะอยู่อย่างนี้ผมจะทำอะไรเขาได้ หรือถ้าอยากให้ย้ายออกก็ต้องจ่ายเงินมา
ผมเครียดมากครับ พูดกันไม่รู้เรื่อง อยากทราบว่า ในเมื่อที่ดินแปลงนี้เป็นของผม ทำไมผมไม่มีสิทธิให้เขาออกจากที่ดินเหรอครับ หรือว่าผมควรจะมีวิธีอย่างไรบังคับให้เขาออกไป ส่วนเรื่องเงินถ้าเขาเป็นอย่างนี้ผมคงไม่จ่ายให้ แล้วอีกอย่าง ถ้าเขาออกไปแล้ว แล้วผมจะทำอย่างไรไม่ไห้เขารุกเข้ามาได้อีก เนื่องจากที่ดินเขาติดกับผม ถ้าผมไม่มาดูบ่อยๆ ก็กลัวปัญหาเดิมจะกลับมาอีกครับ
นพพร
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ชลธิชา สมสอาด คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า ก่อนอื่นต้องดูว่าที่ดินแปลงนี้เป็นที่ดินที่มีโฉนดหรือไม่ ถ้าเป็นที่ดินที่มีโฉนดแล้วชื่อเป็นของคุณ การที่เขาจะมาอ้างครอบครองปรปักษ์ก็ต้องเข้าครอบครองไปแล้ว 10 ปี แต่นี่จากข้อมูลที่ให้มาบอกว่า ยังไม่ถึง 10 ปี ก็หมายความว่า ไม่สามารถใช่สิทธิครอบครองปรปักษ์ได้ ดังนั้น คุณมีสิทธิฟ้องต่อศาลเพื่อขับไล่ให้ออกจากที่ดินแปลงนี้ได้เลย
แต่ถ้าเป็นที่ดินที่ไม่มีโฉนด แต่เป็นมีใบเอกสารสิทธิที่แสดงให้เห็นว่า คุณเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนี้ กรณีอย่างนี้ ถือว่า คุณอยู่ในฐานะผู้ครอบครองสิทธิ ถ้าเป็นกรณีนี้ เมื่อเขาเข้ามาบุกรุกเพียง 1 ปี ก็มีสิทธิที่จะครอบครองที่ดินของคุณได้แล้ว แต่ในเบื้องต้นคุณก็ต้องไปแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุกไว้ก่อน ถ้าเขาต้องการที่จะต่อสู้เขาก็ต้องไปร้องต่อศาลเพื่ออ้างสิทธิตรงนี้ หลังจากนั้น ก็อยู่ที่การพิจารณาของศาลแล้วว่า จะมีคำพิพากษาออกมาอย่างไร
เบื้องต้นไม่ว่าจะเป็นกรณีไหนก็ตามแนะนำว่า ให้คุณแจ้งความก่อนได้เลย ข้อหาบุกรุกที่ดินของคุณ เพื่อที่จะให้ตำรวจเข้ามาเคลียร์ให้ ถ้าเขายังไม่ออกไปก็ต้องไปฟ้องร้องกัน และว่ากันไปตามกระบวนการทางกฎหมาย และก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินค่ารื้อถอนให้ก่อน หากไม่มีคำสั่งศาล
ลุงแจ่ม



