
เบื้องหลัง...ชงปลด'บอร์ด อภ.'กระทบชิ่ง'ปลัด สธ.'
เบื้องหลัง...ชงปลด'บอร์ด อภ.' กระทบชิ่ง'ปลัด สธ.' : ทีมข่าวสาธารณสุขรายงาน
การเข้ายื่นหนังสือต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ของ 8 เครือข่ายองค์กรสุขภาพ เพื่อให้พิจารณาปลดคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) และผู้อำนวยการ อภ. ด้วยเหตุผลที่อ้างว่า บริหารจนทำให้เกิดวิกฤติด้านยาและพฤติกรรมส่อว่าจะดำเนินการให้ อภ.อ่อนแอ เพื่อประโยชน์ของธุรกิจยาข้ามชาติ รวมถึงกระทบชิ่งให้ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ต้องร่วมรับผิดชอบในฐานะที่เป็นบอร์ด อภ.ด้วย
บอร์ด อภ.ยุคปัจจุบัน มี "นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี" อดีตเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นประธาน โดยเข้ารับตำแหน่งหลังเกษียณอายุราชการ สมัยที่ "นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์" เป็น "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข" โดยในบอร์ดยุคนี้มีการยุติสัญญาจ้าง นพ.วิทิต อรรถเวชกุล จากการเป็น ผอ.อภ.ฐานบกพร่องต่อหน้าที่ ตามคำกล่าวอ้างในหลายเรื่อง เช่น การก่อสร้างโรงงานของ อภ.ที่มีความล่าช้า เป็นต้น ซึ่งเป็นที่ทราบกันในวงการสาธารณสุขว่า หมอวิทิตเป็นคนในสายของแพทย์ชนบท ก่อนจะมีการสรรหาและว่าจ้าง นพ.สุวัช เซียศิริวัฒนา มาดำรงตำแหน่ง ผอ.อภ.แทนตั้งแต่เดือนกันยายน 2556 จนถึงปัจจุบัน
มูลเหตุของการร้องให้ คสช.จัดระเบียบผู้บริหาร อภ.ยังไม่ชัดว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร มีการทำผิดจริงตามที่ร้องหรือไม่ จนกว่าจะได้รับการพิสูจน์!!!
แต่ที่แน่ๆ ดูเหมือนว่า "เป้าหลัก" ของการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ส่งผลสะเทือนต่อเก้าอี้ “ปลัด สธ." ท่ามกลางห้วงเวลาที่ คสช.มีการปรับโยกข้าราชการระดับสูงในหลายกระทรวง ขณะที่ สธ.ยังไม่มีการแตะต้อง
อย่างไรก็ตาม คำถามว่า เหตุใดจึงต้องเล็งไปเช่นนั้น หากพิจารณาจากหนึ่งในกลุ่มที่ร่วมเป็น 8 เครือข่ายองค์กรสุขภาพ คือ ชมรมแพทย์ชนบท โดยมี นพ.วชิระ บถพิบูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมพวง จ.นครราชสีมา เป็นตัวแทน บวกกับเรื่องราวภายใน สธ.ตั้งแต่ที่ นพ.ณรงค์เข้ารับตำแหน่ง ปลัด สธ.ก็จะพบว่า ใหม่ๆ ชมรมแพทย์ชนบทเคยนำทีมแพทย์ในโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) หรือโรงพยาบาลประจำอำเภอมาประท้วง และขับไล่ นพ.ประดิษฐ และนพ.ณรงค์ ออกจากตำแหน่ง จากความไม่ปลื้มนโยบายการจ่ายค่าตอบแทนตามผลการปฏิบัติงาน หรือ พีฟอร์พี (P4P: Pay For Permanance) ซึ่งเป็นการปรับจ่ายค่าตอบของบุคลากรทางการแพทย์สังกัด สธ.
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากสุดน่าจะเป็นกลุ่มแพทย์ที่ทำงานอยู่ใน รพช. เพราะมีการปรับระดับ รพช.บางแห่งจากที่อยู่ในเขตชนบทเป็นอยู่ในเขตเมือง ทำให้ค่าตอบแทนที่เคยได้เปล่าจากการอยู่ในพื้นที่ชนบท ต้องเปลี่ยนไปเป็นได้รับค่าตอบแทนตามผลการปฏิบัติงาน ซึ่งมีความจริงเชิงประจักษ์ว่า แกนนำและสมาชิกชมรมแพทย์ชนบทจำนวนหนึ่งทำงานอยู่ใน รพช. ด้วยเหตุดังกล่าวจึงเป็นเหมือนจุดแตกหักระหว่างชมรมแพทย์ชนบทกับ นพ.ณรงค์
นโยบายเรื่องเขตบริการสุขภาพของ สธ.ที่มีหัวหอกนำทีมขับเคลื่อนโดย นพ.ณรงค์ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ชมรมแพทย์ชนบทคัดค้าน เนื่องจากมองว่าเป็นการดึงอำนาจมาไว้ที่ สธ.ภายใต้ตัวแทน คือ ผู้ตรวจราชการ ในฐานะที่เป็นประธานบอร์ดเขตบริการสุขภาพ และเป็นการทำลายระบบบริการสุขภาพ
รวมถึงการดำเนินงานของ สธ.ในปัจจุบัน ยังมีบางนโยบายที่ต้องหารือร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อปรับปรุงให้ระบบบริการสาธารณสุขเกิดการแยกบทบาทที่ชัดเจน ระหว่างผู้ให้บริการ คือ สธ. กับ สปสช. ที่เป็นผู้ซื้อบริการ โดยเฉพาะระบบการจัดสรรงบประมาณรายหัวจาก สปสช. ซึ่ง สธ.ต้องการให้จัดสรรผ่านเขตบริการสุขภาพแทนการจัดส่งตรงถึงหน่วยบริการอย่างที่ สปสช.ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน โดยถูกโจมตีเช่นเดียวกันว่า สธ.เข้าไปยุ่งและหวังจะกินรวบงบประมาณวนกลับมาอยู่ที่ สธ.เหมือนในอดีต และอาจทำให้เกิดปัญหาความไม่โปร่งใสและทุจริตได้
อีกทั้งเป็นที่ทราบกันดีว่า สปสช.เกิดขึ้นมาจาก พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 หรือบัตรทอง หรือ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่มีพี่ใหญ่ของแพทย์ชนบทเป็นผู้ร่วมกันปลูกและก่อร่างสร้างขึ้นมา ก่อนผลักดันผ่านรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ส่วนชมรมแพทย์ชนบท ถือเป็นองค์กรที่มีเครดิตดี จากการมีผลงานในการเปิดโปงการทุจริตและการส่อทุจริตมาหลายครั้ง ไม่เลือกว่าเป็นใคร พรรคไหน แต่ในช่วงหลังเริ่มแผ่วแรงลง โดยคนวงในพูดกันปากต่อปากว่า เป็นเพราะค้านทุกเรื่องที่ไม่ใช่พวกพ้อง-ดันทุกอย่างที่เป็นกลุ่มเดียวกัน
นอกจากนี้ ก่อนหน้าที่ 8 องค์กรสุขภาพจะเดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ คสช. ทางชมรมแพทย์ชนบทก็มีการเคลื่อนไหวออกมาให้ข้อมูลเรื่อง 10 ประการของผู้นำที่คนสาธารณสุขไม่ยอมรับ และเป็นเรื่องที่คนวงในรู้ดีว่าต้องการชี้เป้าไปที่ "ใครบางคน" แต่ครั้งนั้นจุดไม่ติด...จึงต้องจับตาว่า การขับเคลื่อนของเครือข่ายองค์กรสุขภาพ...จะสามารถผลักดันให้เกิดผลเปลี่ยนแปลงหรือไม่ !
------------------------
(หมายเหตุ : เบื้องหลัง...ชงปลด'บอร์ด อภ.' กระทบชิ่ง'ปลัด สธ.' : ทีมข่าวสาธารณสุขรายงาน)



