ไลฟ์สไตล์

สกว.จับมือ'มศว'เปิดเวที'เจียระไนเพชร'

สกว.จับมือ'มศว'เปิดเวที'เจียระไนเพชร'

06 ก.ค. 2557

สกว.จับมือ'มศว'เปิดเวที'เจียระไนเพชร' แก้วิกฤตนักวิจัยรุ่นใหม่สาขามนุษย์-สังคม

                6ก.ค.2557 รศ. ดร.สมปอง ธรรมศิริรักษ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และ ผศ. ดร.ปฐมทัศน์ จิระเดชะ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์ทางปัญญา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ประสานมิตร เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “โครงการเจียระไนเพชร” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อกระตุ้นให้นักวิจัยรุ่นใหม่ในสาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรม ตระหนักถึงความสำคัญของการวิจัยและพัฒนาหัวข้อโครงการวิจัยให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยที่ดีเพื่อเพิ่มโอกาสการได้รับการสนับสนุนทุนวิจัย โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมให้ข้อคิดที่ดีในการทำวิจัยและดำเนินชีวิตการเป็นนักวิจัยอาชีพให้กับนักวิจัยรุ่นใหม่

                รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สกว. กล่าวว่า ฝ่ายฯ มีพันธกิจในการสร้างนักวิจัยอาชีพให้มีจำนวนมากขึ้น และสามารถผลิตผลงานวิจัยที่มีคุณภาพสูง โดยการให้ทุนสนับสุนงานวิจัยพื้นฐานเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่มีผลกระทบสูงและสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดสู่งานวิจัยประยุกต์เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เชิงนโยบาย และเชิงสาธาณะ ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายการวิจัยระหว่างนักวิจัยและหน่วยงานวิจัยชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งยุทธศาสตร์ใหม่ของ สกว. ได้กำหนดให้มีการสร้างนักวิจัยด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 30 จากเดิมที่มีอยู่เพียงร้อยละ 10 เพื่อให้มีผลงานวิจัยสาขาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ ผศ. ดร.ปฐมทัศน์เสริมว่า ในองคาพยพทั้งหมดของ มศว นักวิจัยสาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตรต์มีความสำคัญอย่างมาก จึงต้องเริ่มกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำคือ สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นความหวังของมหาวิทยาลัยและของประเทศในอนาคต

                ศ. ดร.เจตนา นาควัชระ เมธีวิจัยอาวุโส สกว. กล่าวระหว่างการบรรยาย หัวข้อ “สุนทรียภาพแห่งการวิจัย: ประสบการณ์ของนักมนุษยศาสตร์” ว่าปัจจุบันนักวิจัยต่างคนต่างอยู่การขาดเชื่อมโยงทางวิชาการ มหาวิทยาลัยจึงควรทำกิจที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ แต่ปัญหาใหญ่คือคุณภาพของนักวิจัยและงานวิจัย ทั้งนี้การทำวิจัยถือเป็นกิจเชิงสุนทรียะ หากนักวิจัยมีความสุขกับงานวิจัย สามารถทำเรื่องความพึงพอใจส่วนตนกับหน้าที่การงานให้เป็นเอกภาพ และตอบสนองโจทย์ที่ผู้อื่นเรียกร้องให้กระทำได้ก็ถือว่าบรรลุแล้ว ครูผู้สอนที่ดีจึงต้องเป็นนักวิจัยที่ดีด้วย ผู้รู้ต้องสามารถชี้ให้เห็นช่องว่างทางความรู้ได้ จินตนาการจึงเป็นเรื่องสำคัญนอกจากการใช้ความเป็นเหตุผล นอกจากนี้ยังต้องหมั่นอ่านวารสารวิชาการ เข้าร่วมการประชุมวิชาการทั้งระดับชาติและนานาชาติเป็นประจำเพื่อจะได้เพิ่มพูนความรู้

                ด้าน ดร.วินัย พงศ์ศรีเพียร เมธีวิจัยอาวุโส สกว. บรรยายเรื่อง “วิจัยวิจารณ์: นักวิจัยรุ่นใหม่กับการวิจัยด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์” ว่าขณะนี้รู้สึกหนักใจเรื่องการตีพิมพ์ผลงานของนักวิจัยในสาขาเหล่านี้ว่าคุณภาพตกต่ำลง แม้จะตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับมหาวิทยาลัย เช่น บทความปริทัศน์ จึงเป็นคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ อาจพูดได้ว่าเป็นวิกฤตของประเทศไทย ในโลกยุคโลกาภิวัตน์บทบาทความสำคัญของสาขาวิชานี้อาจจะน้อยลง ทำให้การแสวงหาความรู้และเขียนบทความจำเป็นน้อยลงหรือไม่ จึงอยากให้เปลี่ยนวิธีคิดโดยมองอรรถประโยชน์ว่าเป็นการสร้างปัญญา วิธีวิทยาก็อาจเปลี่ยนแปลงไป นักวิจัยรุ่นใหม่กับการวิจัยจึงเป็นประเด็นสำคัญของวงการวิชาการในปัจจุบัน ที่จะต้องให้การสนับสนุนทุนวิจัยให้มากขึ้นเพื่อเพิ่มปริมาณและคุณภาพการวิจัย

                ดร.วินัยระบุว่า ความสำคัญของการวิจัยด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์สำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่ ได้แก่ ต้องอยู่ในโลกของความเป็นจริง นั่นคือ จบปริญญาเอกและต้องทำวิจัยเพื่อความก้าวหน้า อีกทั้งต้องพัฒนาการเรียนการสอนโดยติดตามสถานภาพความรู้เพื่อจะได้ตามโลกวิชาการให้ทัน ตลอดจนสร้างองค์ความรู้ใหม่ และต้องสร้างคุณูปการแก่สังคมในการเป็นผู้นำทางปัญญา อธิบายปรากฏการณ์ทางสังคมในเชิงวิชาการ และสร้างผลกระทบต่อสังคม สกว.และสังคมจึงมีความคาดหวังต่อนักวิจัยรุ่นใหม่ในการทำงานวิจัยที่มีประโยชน์และผลกระทบต่อสังคม โดยการมุ่งค้นคว้าวิจัยสิ่งใหม่ ๆ เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ ทั้งนี้ปัญหาสำคัญของนักวิจัยไทยในขณะนี้ข้อแรก คือ วัฒนธรรมการวิจัยที่ให้ความสำคัญแก่สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์น้อยกว่าวิทยาศาสตร์ สอนระเบียบวิธีวิจัยไม่เป็นเพราะไม่เคยทำวิจัยมาก่อน ประชาคมวิจัยและเครือข่ายวิจัยไม่กว้างขวางเพียงพอ และปัญหาการประเมินคุณภาพโดย สกอ. อีกปัญหาหนึ่งคือ ขาดการพัฒนาโจทย์วิจัย เนื่องจากไม่ทราบว่าจะทำวิจัยเรื่องใดและพัฒนาโครงการวิจัยไม่เป็น

                ส่วน ศ. ดร.อารยะ ปรีชาเมตตา เมธีอาวุโส สกว. ได้สรุปลักษณะพึงประสงค์บางประการของโครงงานนักวิจัยรุ่นใหม่ ว่าประกอบด้วย มีขนาดพอเหมาะ ไม่จำเป็นต้องเป็นโครงการวิจัยขนาดใหญ่มากหรือพยายามตอบโจทย์ที่มีจำนวนมากเกินไป มีวิธีการศึกษาและกรอบความคิดที่เป็นระบบสอดคล้องกับลักษณะของโจทย์ปัญหา และสามารถเชื่อมโยงใช้ประโยชน์จากงานศึกษาอื่น เช่น เศรษฐศาสตร์กับประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ เป็นต้น และเป็นงานศึกษาต่อเนื่องที่ช่วยให้เข้าใจปัญหาของสังคมและมนุษย์ได้ถูกต้องมากขึ้นและสมเหตุสมผล พร้อมกันนี้ได้ยกตัวอย่างงานวิจัยที่ไม่น่าจะถูกต้อง เช่น งานวิจัยด้านสังคมศาสตร์ที่มุ่งปรับปรุงเชิงเทคนิค วิธีการพยากรณ์อนาคตให้แม่นยำมากยิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีขีดจำกัด หรืองานวิจัยที่เน้นเฉพาะรูปแบบภาพลักษณ์ของสหวิทยาการโดยปราศจากเนื้อหาสาระหรือกรอบการวิเคราะห์เชิงวิชาการที่สมเหตุสมผล แต่จะแปรเปลี่ยนไร้ทิศทางไปตามกระแสนิยม