ไลฟ์สไตล์

สร้างบ้านติดกำแพงไม่มีอากาศให้หายใจ

สร้างบ้านติดกำแพงไม่มีอากาศให้หายใจ

04 ก.ค. 2557

เปิดซองส่องไทย : สร้างบ้านติดกำแพงไม่มีอากาศให้หายใจ : โดย...ลุงแจ่ม

 
                         ดิฉันได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากบ้านที่อยู่ด้านหลังของดิฉันมีการปลูกสร้างบ้านชิดกำแพงบ้านดิฉันตามโฉนดสร้างปี 2512 แต่ดิฉันเพิ่งซื้อและเข้าอยู่เมื่อปี 2552 อยู่ได้ยังไม่ครบ 5 ปีเต็ม ส่วนบ้านด้านหลังเป็นบ้านที่สร้างบนที่ดินของกรมธนารักษ์ ตอนนี้กำลังต่อเติมทำบ้านให้เช่า บ้านหลังนี้มีด้านหลังบ้านติดกับหลังบ้านดิฉันและต่อเติมด้านหลังบ้านจนชิดกำแพงบ้าน ทำให้บ้านดิฉันถูกปิดไม่มีอากาศถ่ายเทให้หายใจได้ 
 
                         ดิฉันเคยบอกเจ้าของบ้านว่า กฎหมายห้ามต่อเติมอาคารติดกำแพง ต้องเว้นระยะห่าง แต่เจ้าของบ้านไม่รับรู้ ไม่สนใจใดๆ ทั้งสิ้น ยังคงทำการต่อเติม ดิฉันจึงร้องเรียนไปที่สำนักงานเขตสาทร เจ้าหน้าที่รับเรื่องไว้และบอกว่าจะดำเนินการตรวจสอบ เวลาผ่านไปยังไม่มีอะไรคืบหน้า บ้านหลังนี้ก็ยังสามารถก่อสร้างได้ ดิฉันสอบถามความคืบหน้ากับเขตสาทร เจ้าหน้าที่บอกว่าอยู่ในช่วงดำเนินการตรวจสอบ ปัจจุบันบ้านหลังนี้ยังก่อสร้างได้และสร้างติดกำแพงปิดชิดหมดโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย 
 
                         ดิฉันสงสัยว่า บ้านหลังนี้เจ้าของที่คือกรมธนารักษ์ การก่อสร้างต่อเติมไม่ได้มีการแจ้งกรมธนารักษ์ และจะให้เช่าช่วง การดัดแปลงอาคารก็ทำโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของที่ และเอาทางหนีไฟของตึกมาเจาะทำห้องเพิ่ม เจ้าของบ้านอ้างว่า ใครๆ ก็ทำข้างหลังบ้านกันทั้งนั้น ซึ่งความเป็นจริงบ้านหลังอื่นทำกันมา 45 ปีแล้ว ก่อนมีกฎหมายห้าม แต่ปัจจุบันมีกฎหมายใหม่ออกมาเรื่องการสร้างอาคารใหม่ ให้เว้นระยะห่าง ห้ามชิด เพื่อให้อากาศถ่ายเท ตอนนี้บ้านดิฉันทั้งอับทั้งชื้น ไม่มีอากาศและลมเข้าเลย และถ้าเวลาผ่านไปนานๆ จะเหม็นอีกด้วย อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาจัดการอย่างเด็ดขาด ถามเขตสาทรก็บอกแต่ว่ากำลังจะออกหนังสือแจ้งเจ้าของบ้าน กำลังหาข้อมูลอยู่ จึงไม่มีหน่วยงานใดสั่งระงับการก่อสร้าง ทั้งๆ ที่รู้ว่าผิดกฎหมาย ดิฉันไม่รู้จะทำอย่างไรจึงแจ้งตำรวจ แต่ตำรวจบอกให้แจ้งเขต สุดท้ายก็ต้องรอเขตอย่างเดียว 
 
 
หทัยทิพย์
 
 
ตอบ
 
 
                         ฝ่ายโยธา สำนักงานเขตสาทร ชี้แจงว่า ได้รับการร้องเรียนกรณีบ้านหลังที่อยู่ติดด้านหลังบ้านต่อเติมอาคารชิดกับกำแพงบ้าน ทำให้ได้รับความเดือดร้อน ภายหลังรับเรื่อง เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา ได้ตรวจสอบบริเวณที่มีการร้องเรียน พบว่า อาคารของคุณหทัยทิพย์และอาคารของผู้ถูกร้องเป็นอาคารพาณิชย์ที่มีด้านหลังอาคารติดกัน โดยอาคารของผู้ถูกร้องเป็นอาคารพาณิชย์ที่ปลูกสร้างอยู่บนที่ดินของกรมธนารักษ์ ขณะตรวจสอบอาคารของผู้ถูกร้องอยู่ระหว่างต่อเติมอาคาร และต่อเติมชิดแนวเขตที่ดิน ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร
 
                         เบื้องต้นฝ่ายโยธาได้แจ้งเจ้าของอาคารทราบ และให้ระงับการก่อสร้างแล้ว แต่ภายหลังได้รับแจ้งว่าเจ้าของอาคารลักลอบต่อเติมอาคารอีก ดังนั้นฝ่ายโยธาได้ทำหนังสือแจ้งไปยังกรมธนารักษ์ในฐานะเจ้าของที่ดิน เพื่อดำเนินการเอาผิดผู้ถูกร้องเจ้าของอาคาร ซึ่งเป็นผู้เช่าและจะได้ทำการรื้อถอนต่อไป
 
 
ลุงแจ่ม
 
 
 
สามี(ตัวดี) มีเมียใหม่  
 
 
                         สามีดิฉันเป็นลูกคนเล็ก จึงเป็นคนที่ติดแม่มาก ก่อนแต่งงานดิฉันดิดว่าจะไม่มีปัญหา เพราะสามีบอกว่า หากเรามีปัญหาจะพูดคุยกันให้เข้าใจ โดยที่สามีจะฟังดิฉันก่อน แต่หลังจากแต่งงานกันแล้ว จนกระทั่งมีลูกด้วยกัน 1 คน โดยที่เราไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน  ปัญหาก็เริ่มเข้ามา เพราะหลังจากพ่อสามีเสีย แม่สามีก็ไม่ยอมไปอยู่กับพี่สาวของสามีดิฉัน แต่เลือกที่จะมาอยู่กับครอบครัวดิฉัน ซึ่งแรกๆ ฉันคิดว่า ไม่นาจะมีปัญหา แต่กลายเป็นว่ามีปัญหามากมาย และเริ่มหนักมากขึ้น สามีต้องไปช่วยกิจการของครอบครัว โดยที่มีแม่คอยหนุนหลังทุกอย่าง แม่สามีไม่ค่อยชอบดิฉันอยู่แล้ว ดิฉันไม่ทราบว่าแม่สามีพูดอะไรกับสามี ทำให้เขาไม่เหมือนเดิม จนดิฉันรู้สึกได้ เราเริ่มมีปัญหาปากเสียงกันบ่อย โดยมีสาเหตุมาจากแม่ของเขา จากที่เคยดูแลครอบครัว และรักลูกเมียมาก สามีก็เริ่มเปลี่ยนไป เขาเริ่มกลับบ้านไม่เป็นเวลา บอกว่าไปพักบ้านพี่สาว ซึ่งหลังๆ แม่ของเขาก็เริ่มไปด้วย ทำให้ดิฉันและสามีแทนจะไม่ได้เจอกันเลย เพราะสามีจะกลับมาบ้านเป็นบางวัน ทำให้ดิฉันไม่รู้ว่าครอบครัวนี้กำลังทำอะไรกับดิฉันและลูกๆ เมื่อสุดจะทน ดิฉันตามไปที่บ้านพี่สาว พี่สาวของสามีบอกว่า สามีและแม่คงกลับไปอยู่ที่บ้านเก่า เพราะไม่ได้มาอยู่ด้วย เมื่อดิฉันตามไปที่บ้าน จึงพบว่าสามีมีคนอื่น  
 
                         ดิฉันสุดทน จึงบอกับสามีว่า ถ้าจะทำเช่นนี้ก็ขอให้เราเลิกกัน เพราะดิฉันรับไม่ได้ และ ดิฉันจะไปอยู่บ้านแม่ และจะเอาลูกไปด้วย แต่สามีไม่ยอม แต่ดิฉันก็รับไม่ได้เหมือนกัน  
 
                         อยากทราบว่า ถ้าจะเลิกกับสามีทรัพย์สินที่มีจะแบ่งกันอย่างไร และลูกควรจะอยู่กับใคร ได้สิทธิอะไรบ้าง 
 
 
พร 
 
 
ตอบ 
 
 
                         ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า กรณีนี้ควรเจรจากับสามีให้ดี ถ้าต้องการจะเลิกกันจริงๆ อยากให้คิดถึงลูกด้วย และถ้าต้องเลิกรากันก็ควรจะตกลงกันโดยดีว่า ทรัพย์สินที่มีอยู่นี้จะแบ่งครึ่งกันอย่างไร 
 
                         ถึงแม้ว่าจะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่ทรัพย์สินที่หามาได้ ถ้าคุณและสามีเจรจากันได้ก็น่าจะตกงได้ว่า ใครควรจะได้อะไรไปบ้าง หรือถ้าจะให้ดี ก็ให้จัดการยกทรัพย์สินที่มีให้ลูกไปเลย 
 
                         ส่วนเรื่องสิทธิของลูกนั้น ลูกของคุณมีสิทธิตามกฎหมายทุกอย่างที่จะได้รับสิทธิมรดกทรัพย์สินจากผู้เป็นพ่อตามกฎหมาย 
 
 
ลุงแจ่ม